วันนี้สมรภูมิเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยไม่ได้สู้กันแค่ "สเปก" หรือ "ราคา" แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งการขาย "โซลูชันการใช้ชีวิต" แอลจี ประเทศไทย จึงได้ประกาศหมุดหมายสำคัญในปี 2569 กับเป้าหมายรายได้ 18,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 10% ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ด้วยแผนงานเชิงรุกที่ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Smart Life Solution Company ด้วยกลยุทธ์หลัก "AI in Action" มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมที่จับต้องได้ ภายใต้แนวคิด Affectionate Intelligence
โดยแอลจีเตรียมพร้อมการทรานส์ฟอร์มทั้งในด้านโมเดลธุรกิจและผลิตภัณฑ์ เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การอยู่อาศัยให้เป็น Zero Labor Home อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านระบบนิเวศอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ
ซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภายใต้ Global Vision แอลจี ประเทศไทย มุ่งเน้นการทำงานใน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.การเสริมความสามารถพื้นฐานและความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี (Reinforcing Fundamental Competitiveness) 2.การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พอร์ตธุรกิจที่มีศักยภาพสูง (Accelerating the Transition to a High-Performance Portfolio) และ 3.การวางโครงสร้างการเติบโตบนพื้นฐานความสามารถในการทำกำไร (Strengthening a Profitability-Based Growth Structure)
“หัวใจสำคัญ คือ 'ความเร็วและการลงมือทำ' ภายใต้แนวคิด Flawless Execution เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราจะนำหลักการเหล่านี้มาปรับใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนแอลจีสู่การเป็น 'Smart Life Solution Company' และผู้นำด้านเทคโนโลยีจากเกาหลีอย่างแท้จริง และเรายังมุ่งมั่นนำ AI มาสู่การปฏิบัติจริงเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ”

เดินหน้าแบบ ‘Dual Transformation’
อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมถึงทิศทางของแอลจี ประเทศไทย ในการต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา ที่จะก้าวไปอีกขั้นด้วยการนำกลยุทธ์ ‘Dual Transformation’ มาปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นกลไกหลักในการทำงานใน 2 มิติ ได้แก่
1. Business Model Transformation การปรับโมเดลธุรกิจสู่การเติบโตที่ยั่งยืน โดยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ B2B และ D2C ขึ้นเป็น 35% เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับการเติบโตที่ยั่งยืน
ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจแบบ B2C ผ่านช่องทางขายทั้งโมเดิร์นเทรดและดีลเลอร์ ที่ยังเป็นช่องทางการสร้างรายได้หลักของบริษัท ในมิติของการปรับโมเดลธุรกิจ แอลจีรุกตลาด B2B โดยเฉพาะกลุ่มระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (HVAC) และกลุ่มจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ (Information Display: ID) มีเป้าหมายสร้างสัดส่วนรายได้รวมที่ 15% ด้วยแผนขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ ต่อเนื่อง
“แอลจียังคงเร่งขยายธุรกิจ D2C ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 20% ผ่านการพัฒนาบริการ LG Subscribe ที่จะเป็นพลังใหม่ในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 25% ในปี 2569 พร้อมเตรียมขยายช่องทาง Online Brand Shop (OBS) ทั้งบน LG.com และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตไว้ที่ 20% ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ควบคู่กับบริการที่เชื่อถือได้ภายใต้โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม”
2. Product Transformation การปฏิรูปผลิตภัณฑ์ด้วย AI ที่ลงมือทำได้จริง ในปี 2569 แอลจีจะก้าวข้ามบทบาทของ AI ที่เป็นเพียงผู้ช่วยคิดไปสู่การเป็นผู้ลงมือทำที่สามารถปฏิบัติงานได้จริง โดยเรียกสิ่งนี้ว่า “AI in Action” ซึ่งตั้งอยู่บนรากฐานที่แข็งแกร่ง 3 เรื่อง ได้แก่ ความเป็นเลิศของเทคโนโลยีในอุปกรณ์ (Excellence in Device) ระบบนิเวศที่เชื่อมต่ออย่างราบรื่น (A Seamlessly Connected Ecosystem) และการขยายโซลูชัน AI ไปไกลกว่าแค่ในที่อยู่อาศัย (Expansion of AI-driven Solutions Beyond the Home) กลยุทธ์นี้จะถูกทำให้เป็นจริงผ่านการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับนวัตกรรมหลักของแอลจีในผลิตภัณฑ์กลุ่มต่างๆ โดย นวัตกรรม AI ของแอลจี ประกอบด้วย 3 จุดเด่น คือ AI Core-Tech, AI Feature และ ThinQ AI

AI in Action ความฉลาดที่มี Affectionate
ในขณะที่คู่แข่งหลายรายชูเรื่อง AI ในแง่ของความล้ำสมัย (High-Tech) แต่ LG พยายามฉีกภาพจำสู่ “Affectionate Intelligence” หรือความอัจฉริยะที่มีใจ คือการที่เทคโนโลยีสามารถเรียนรู้ จดจำ และเข้าใจผู้บริโภค เพื่อนำเทคโนโลยีต่างๆ มาให้ผู้บริโภคใช้ได้อย่างพึงพอใจมากที่สุด
โดยปีนี้จะยกระดับมากขึ้นด้วย AI in Action หรือระบบ AI ที่ปฏิบัติการได้จริงใน 3 ส่วนสำคัญ คือ 1.Intelligence Device คือโปรดักต์ที่มีเทคโนโลยีพื้นฐานเรื่อง AI ที่สามารถเรียนรู้เองได้ 2.Accelerated Connected Ecosystem ผลิตภัณฑ์ของ LG จะสามารถเชื่อมโยงกันได้ด้วยระบบนิเวศที่ไร้รอยต่อ 3.Beyond Home การขยายระบบนิเวศ AI ออกไปนอกบ้าน เช่น นวัตกรรมในรถยนต์ที่คว้าความสำเร็จจากเวที CES ครั้งล่าสุด เพราะเป้าหมายของแอลจี คือการนำ AI มาสู่การปฏิบัติการจริง (AI in Action) เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ Zero Labor Home ให้เป็นจริง เพื่อสร้างความสะดวกสบายจากงานบ้าน และมอบเวลาอันมีค่ากลับคืนสู่ชีวิตของผู้ใช้งาน
หากวิเคราะห์ถึงสมรภูมิเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับ Premium AI โดยเปรียบเทียบกับคู่แข่งรายสำคัญในตลาด จะเห็นภาพความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
LG (Korea Brand) วางกลยุทธ์หลักไว้ที่การเป็น Smart Life Solution เน้นการใช้งานจริง (AI in Action) และโมเดล Subscription มีจุดแข็งในเรื่อง Ecosystem ของ ThinQ ที่แข็งแกร่ง และบริการหลังการขาย LG Best Care
Samsung (Korea Brand) สร้างไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตยุคใหม่ผ่านแพลตฟอร์ม SmartThings ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (TV, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, แอร์) เข้าด้วยกันอย่างราบรื่น (Seamless Connectivity)
Haier / Hisense (Chinese Brands) เน้นการสร้างแบรนด์สู่ตลาดพรีเมียม (Premiumization) ผ่านนวัตกรรมอัจฉริยะ (IoT/Smart Home) โดยเดินเกมแบบ Aggressive Pricing & Mass Market ด้วยความคุ้มค่าในราคาย่อมเยา
Panasonic / Mitsubishi (Japanese Brands) กลยุทธ์หลักคือการเน้นเรื่อง Quality & Durability สร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความทนทานและสุขภาพ ด้วยจุดแข็งในด้านภาพลักษณ์เรื่องคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น

ก้าวที่ท้าทายในปี 2026
เรื่องที่น่าจับตามองต่อไป คือแอลจีพยายามสร้างความแตกต่าง ด้วยการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง "เทคโนโลยีพรีเมียม" กับสถานการณ์ที่ถดถอยทางเศรษฐกิจ ด้วยการนำเสนอ Subscription Model ที่คู่แข่งญี่ปุ่นและจีนยังไม่สามารถทำได้เหมือนแอลจี รวมถึงการแก้ Pain Point เรื่องบริการหลังการขายด้วย On-time Care และ Night Care ที่ช่วยตอกย้ำว่า แอลจีเข้าใจวิถีชีวิตคนเมืองมากกว่าใคร
ในปี 2026 จึงถือเป็นก้างที่ท้าทายจากการที่แอลจีตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 10% ซึ่งสวนทางกับตลาดรวมที่ติดลบ ซึ่งความคาดหวังส่วนหนึ่งอยู่ที่การสร้างดีมานด์ใหม่จาก Subscription Model ที่แอลจีมั่นใจว่าผู้บริโภคต้องการการเป็น “เจ้าของ" ในรูปแบบ Subscription ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ถูกเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม AI
อย่างไรก็ตาม หากแผนการขับเคลื่อนในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย จะส่งผลให้ แอลจี ประเทศไทย สามารถก้าวข้ามภาพลักษณ์การเป็นผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ สู่การเป็น "Tech-driven Service Provider" อย่างเต็มรูปแบบ