ในวันที่ “บ้าน” กลายเป็นศูนย์กลางของชีวิตมากกว่าแค่ที่พักอาศัย ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยทั้งประหยัดเวลา ดูแลสุขภาพ และทำให้ทุกวันเบาสบายขึ้น การแข่งขันในสมรภูมิเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงไม่ได้วัดกันที่สเปกหรือฟังก์ชันเพียงอย่างเดียว แต่คือการวัดกันที่ “ประสบการณ์ในบ้าน” ที่แต่ละแบรนด์สร้างให้
“แอลจี” ในฐานะผู้นำตลาดเครื่องซักผ้าและตู้เย็น เลือกยกระดับบทบาทของตัวเองจากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปสู่ Smart Life Solution Company ที่ใช้พลังของ AI เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ และโซลูชันด้าน Smart Home มาช่วยคิดแทน ดูแลแทน และจัดการแทนผู้ใช้ในหลายดีเทลเล็กๆ ของชีวิตประจำวัน เพื่อให้คำว่า Life’s Good ไม่ได้เป็นแค่สโลแกน แต่เป็นประสบการณ์จริงที่เริ่มต้นได้จากทุกมุมในบ้านของผู้บริโภคยุค Wellbeing First อย่างแท้จริง
ด้วยจุดแข็งจากเทคโนโลยีเกาหลี (K-Tech) และประสบการณ์ในฐานะแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกของแอลจี ที่มุ่งเน้นการสร้างโซลูชันที่ฉลาด ยั่งยืน และตอบโจทย์การใช้งานจริง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสัมผัสกับ Life’s Good ในมุมมองของแอลจีได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

ซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอลจีมุ่งมั่นที่จะสร้างนวัตกรรมที่ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่เป็นนวัตกรรมที่เข้าใจและใส่ใจในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ด้วยความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีจากประเทศเกาหลี และประสบการณ์ของการเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก
“เราได้ขยายขอบเขตของการสร้างนวัตกรรมที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและดีไซน์เพื่อผู้ใช้งานไว้ด้วยกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายในการเป็น Smart Life Solution Company ที่จะมอบโซลูชันที่ทั้งฉลาด ยั่งยืน และตอบโจทย์ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้สามารถสัมผัสกับ Life’s Good ได้อย่างง่ายดายและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยการชูนวัตกรรมเครื่องซักผ้าและตู้เย็นใหม่ในครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในความทุ่มเทด้านนวัตกรรมที่เราภูมิใจนำเสนอเช่นกัน”
ตัวเลขทางการตลาดของแอลจี ยังสะท้อนภาพความเป็นผู้นำได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้าที่แอลจีครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 มายาวนานกว่า 26 ปี ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 34.9% และยังคงเป็นผู้นำตลาดตู้เย็นพรีเมียม โดยเฉพาะตู้เย็น Side by Side ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 27.7% แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์และการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของแอลจี
วันนี้โฟกัสของ แอลจี อยู่ที่เรื่องของ Wellbeing ที่กำลังเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก ซึ่ง Wellbeing ในมุมของผู้บริโภคไม่ได้แค่การมีสุขภาพดีจากการออกกำลังกาย แต่ยังรวมถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่สามารถตอบโจทย์เรื่องของสุขภาพ การมีสุขอนามัยที่ดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อีกด้วย ดังนั้นการเปิดตัวเครื่องซักผ้าและตู้เย็นรุ่นใหม่จึงไม่ได้ขายแค่เรื่องสเปค หรือฟังก์ชันหลากหลายของผลิตภัณฑ์ แต่ยังเชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ได้จากการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ของตัวผลิตภัณฑ์

การเปิดตัวไลน์อัพเครื่องซักผ้าและตู้เย็นครั้งนี้ ยังสะท้อนการเดินหน้าของแอลจีในฐานะผู้นำตลาดที่กำลังก้าวข้ามจากการเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปสู่ผู้นำเสนอนวัตกรรม Smart Life Solution อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการผสาน AI เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ ดีไซน์ที่เข้าใจผู้ใช้ และการสร้างประสบการณ์ผ่านคอนเทนต์และเวิร์กช็อป
อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า หนึ่งในไฮไลต์การเปิดตัวไลน์อัพใหม่ คือเครื่องซักและอบผ้า LG WashTower รุ่นความจุ 25 และ 20 กิโลกรัม โดยการอัพเกรดเทคโนโลยี AI DD 2.0 ที่สามารถตรวจจับน้ำหนักผ้า ความนุ่ม ระดับความสกปรก เพื่อเลือกรูปแบบการซักที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ รวมถึงรุ่นฝาหน้า LG Front Load ที่เพิ่มความจุถังซักตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ต้องการซักผ้าปริมาณมากในคราวเดียว และรุ่นฝาบน LG New AI DD Top Load ระบบถนอมผ้าอัจฉริยะผ่านโปรแกรม AI Wash
ในเชิงกลยุทธ์การทำตลาด “เครื่องซักผ้า” ของแอลจี คือการนำ AI มาแก้ Pain Point ของผู้ใช้ที่กังวลเรื่องความเหมาะสมของโปรแกรมการซักผ้า ด้วยการใช้ AI มาสร้างระบบการซักผ้าที่สามารถคิดแทนผู้ใช้งานได้ พร้อมระบบจ่ายน้ำยาอัตโนมัติ ezDispense เทคโนโลยี TurboWash ซักผ้าปริมาณมากในเวลาราว 30–39 นาที และโหมดขจัดสารก่อภูมิแพ้ จึงตอบโจทย์การใช้งานทั้งเรื่องเวลา สุขอนามัย และความคุ้มค่าในเวลาเดียวกัน
สำหรับกลยุทธ์ในการทำตลาดผลิตภัณฑ์ “ตู้เย็น” แอลจี เน้นการนำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องความสดใหม่ให้กับอาหารและวัตถุดิบ รวมถึงการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ
แอลจี ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดตู้เย็นพรีเมียม ที่ปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ด้วยตู้เย็น Side by Side ถึง 27.7% และปีหน้าวางแผนขยายตลาดตู้เย็น Multi-Door ด้วยรุ่น InstaView Multi-Door ที่สามารถมองเห็นสิ่งของที่อยู่ด้านในตู้เย็นได้ง่ายๆ เพียงเคาะสองครั้ง โดยไม่ต้องเปิดประตูตู้ ช่วยประหยัดพลังงานและรักษาความเย็น

นอกจากนี้ แอลจี ยังสร้างกิมมิกด้วยนวัตกรรม LG Ice Solution พร้อม Water Purifier สามารถกรองน้ำได้ภายในตู้เย็น พร้อมระบบกรองน้ำ 3 ขั้นตอน และ Slim Spaceplus Ice System ช่องทำน้ำแข็งภายในประตูตู้เย็นเอกสิทธิ์เฉพาะแอลจีที่ไม่รบกวนพื้นที่จัดเก็บอาหาร และ UVnano™ช่วยขจัดแบคทีเรียในท่อจ่ายน้ำ ตู้เย็น InstaView ยังมีความจุของช่องแช่เย็นที่เพิ่มมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมจัดเก็บวัตถุดิบในปริมาณมากๆ
สำหรับตู้เย็น 2 ประตู แบบ Top Freezer (ช่องแช่แข็งด้านบน) และ Bottom Freezer (ช่องแช่แข็งด้านล่าง) ที่มีระบบ Auto Ice Maker สามารถผลิตน้ำแข็งได้หลากหลายรูปแบบ และยังประหยัดพลังงานด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 โดยตู้เย็นแอลจีทุกรุ่นที่เปิดตัวในครั้งนี้ยังมีฟีเจอร์รักษาความเย็นเพื่อความสดใหม่ของวัตถุดิบ ทั้ง Linear Cooling™ และ Door Cooling+™ ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้คงที่และเย็นรวดเร็วทั่วถึง เทคโนโลยีกำจัดแบคทีเรียและกลิ่นอับ
แอลจียังสร้างความเป็น Smart Home ให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ที่เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าของแอลจี ด้วยการนำแอปพลิเคชัน LG ThinQ มาเชื่อมต่อและควบคุมการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อและสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ หรือทีวี จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต สามารถควบคุมอุปกรณ์ได้จากระยะไกล เช่น การสั่งเปิด-ปิด ปรับฟังก์ชันการทำงาน การตรวจสอบสถานะ แม้กำลังเดินทางอยู่นอกบ้านก็ตาม โดยแอปพลิเคชันสามารถวิเคราะห์ปัญหาปัญหาเบื้องต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้า และมี Smart Diagnosis ที่ช่วยให้ตรวจสอบและแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
