ตลาดขนมขบเคี้ยวไทย หรือ Thai Snacks เป็นตลาดที่น่าจับตามอง หลังจากที่หลายแบรนด์ลุกขึ้นมาปรับลุคสินค้าให้มีความเป็นโมเดิร์นเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ส่งผลให้ตลาดนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้จึงเป็นปีแรกที่ BrandAge ทำการสำรวจ 2023 Thailand’s Most Admired Brand กลุ่มขนมขบเคี้ยวไทย และแบรนด์ที่เป็นเจ้าของตำแหน่งขนมขบเคี้ยวไทยที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุดก็คือ “เจ้าสัว”
กว่าจะเป็นแบรนด์เจ้าสัว
คุณณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เตียหงี่เฮียง (เจ้าสัว) จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นกว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมานั้น มาจากการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่งของ “เจ้าสัว” ที่หลอมรวมจากแนวคิด “กินดี” คือกินของอร่อยและมีคุณภาพ ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบเกรดพิเศษ ปรุงอย่างพิถีพิถัน ทำให้จุดเริ่มต้นจากร้านสุดยอดของฝาก “เจ้าสัว” ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูแปรรูป ได้แก่ หมูแผ่น หมูหยอง กุนเชียง พัฒนาต่อยอดเรื่อยมา ในปัจจุบันที่ได้ทรานส์ฟอร์มแบรนด์เพื่อเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ แข่งกับเวลาได้อย่างลงตัว
ด้วยพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ทำให้เจ้าสัวต่อยอดแนวคิดจาก “กินดี” เป็น “กินดี อยู่ดี” เพื่อตอบสนองต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน และได้ทรานส์ฟอร์มธุรกิจและปรับภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ “เจ้าสัว” จากสินค้าที่คนมองเป็นของฝากสู่สินค้าอาหารที่สามารถรับประทานได้ทุกวัน (Everyday Consumption)
“เจ้าสัว” ได้พลิกโฉมแบรนด์ตั้งแต่ตัวสินค้าที่เป็นเนื้อสัตว์แปรรูปให้หยิบทานง่าย เหมาะกับการเป็นของว่างทานเล่น ไม่ว่าจะเป็น ข้าวตังหมูหยอง, หมูแท่งกรอบ, พร้อมทั้งกรรมวิธีในการผลิตที่ดีต่อสุขภาพมาก เช่น ข้าวตังทำจากข้าวหอมมะลิแท้ 100% ไม่มีวัตถุกันเสีย การคัดสรรวัตถุดิบ ‘เนื้อหมู’ เกรดคุณภาพ หมูแท่งใช้การอบและย่างแทนการทอด อีกทั้งโรงงานผลิตยังได้รับมาตรฐานสากล GHP และ HACCP ซึ่งเป็นการรับรองกระบวนการผลิตอาหารที่เหมาะสมสําหรับผู้บริโภค ตลอดจนการรังสรรค์รสชาติที่โดดเด่นให้เลือกสรรมากยิ่งขึ้น เช่น พริกเผา หมึกย่าง สวีทชิลลี่ หรือแม้กระทั่งออกสินค้าในรูปแบบใหม่ “ข้าวตังมินิ” ที่มีขนาดชิ้นเล็กพอดีคำ หยิบทานง่าย ไม่เลอะมือ กรอบ อร่อย จนทำให้ข้าวตังเจ้าสัว เป็นแบรนด์สินค้าที่ได้รับการจดจำ (Brand Recognition) เป็นอันดับ 1 จากการทำการวิจัยตลาดของบริษัท
เจ้าสัว = โปรตีนสแน็ค
“จากการทรานส์ฟอร์มแบรนด์ในองค์รวม ทำให้ผลิตภัณฑ์ “เจ้าสัว” ได้รับการตอบรับอย่างดี และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น ส่งผลให้ “แบรนด์เจ้าสัว” เติบโตกว่า 20% ในปี 2022 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยปีนี้เรายังคงเน้นการลงทุนเพื่อส่งเสริมการเติบโตของสินค้าในกลุ่มขนมขบเคี้ยวที่ใส่ใจต่อสุขภาพ โดยชูจุดแข็งของสินค้าเจ้าสัวที่มีเนื้อสัตว์เป็นหัวใจหลักของแบรนด์ ซึ่งเน้นคุณค่าทางโภชนาการด้วยโปรตีน นำมาสู่การสร้างจุดแข็งทางการสื่อสารของแบรนด์ว่า “ขนมขบเคี้ยวเจ้าสัว = โปรตีนสแน็ค (Protein Snack)” คุณณภัทรเสริม

โดยสินค้าชูโรง หรือ Product Hero ในการสร้างความแตกต่างของแบรนด์เจ้าสัวในตลาดขนมขบเคี้ยว ได้แก่ “หมูแท่ง” ที่เป็น “โปรตีนสแน็คอร่อยทานเพลิน” ส่วน “ข้าวตัง” จัดเป็น “โปรตีนสแน็คอร่อยรองท้อง” โดยทั้ง 2 สินค้าสามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย และได้รับผลตอบรับที่ดีมากในตลาด เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบขนมขบเคี้ยว แต่มองหาขนมที่อร่อยและดีต่อสุขภาพแบบ Better for you Snack ซึ่งปีนี้เจ้าสัวยังตอกย้ำจุดแข็งในการครองความเป็นเจ้าแห่งโปรตีน สแน็คมากขึ้น โดยได้ เจมส์-จิรายุ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของความเป็นขนมขบเคี้ยวที่อร่อยและมีประโยชน์ของคนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพได้อย่างชัดเจน

คุณณภัทร ยังกล่าวต่ออีกว่า เจ้าสัวยังคงเดินหน้าในการคิดค้นความอร่อยเต็มคุณค่าเพื่อชีวิตดีมีสุข (Creating Food for a Prosperous Life) โดยเน้น 4 กลยุทธ์หลักในการเติบโต ได้แก่ 1) การเป็นส่วนหนึ่งในพฤติกรรมการกินของผู้บริโภคในโอกาสต่างๆ 2) การขยายแบรนด์สู่ตลาดใหม่ โดยเฉพาะเทรนด์การบริโภคที่ใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น เน้นเรื่อการสร้างนวัตกรรมสินค้าด้วยการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ภายใต้ 2 แนวคิดหลัก คือการนำเสนอสินค้าใหม่ที่แตกต่างและเน้นคุณประโยชน์ทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ 3) เร่งการขยายตัวสู่ตลาดโลก โดยบริษัทมีแผนที่จะขยายการเติบโตกลุ่มขนมขบเคี้ยวสู่ตลาดต่างประเทศ ได้แก่ CLMV, ฮ่องกง, จีน, ยุโรป และ 4) การสร้างองค์กรที่ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วขึ้น ด้วยการปรับการทำงานเป็นแบบ Agile Working เพื่อช่วยให้การทำงานคล่องตัวยิ่งขึ้น โดยสร้างค่านิยมให้พนักงานในทีมต่างๆ ได้เสนอความคิดเห็นและทดลองลงมือทำจริง
วัฒนธรรมองค์กร-แรงขับเคลื่อนสำคัญแห่งความสำเร็จ
ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแห่งความท้าทายในหลายๆ ด้าน ทั้งการล็อกดาวน์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 และช่วงที่ราคาเนื้อหมูหรือวัตถุดิบในประเทศสูงสุดตั้งแต่เคยมีมา แต่เจ้าสัวก็ยังยืนหยัดและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นั่นก็เพราะ “เจ้าสัว” ไม่ได้มุ่งทรานส์ฟอร์มแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเน้นเรื่องทรานส์ฟอร์มวัฒนธรรมองค์กรอีกด้วย
คุณณภัทร กล่าวว่า “ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์ “เจ้าสัว” ต้องพร้อมปรับตัวให้ทันอยู่เสมอ ซึ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากทีมงานของเราไม่แข็งแรง ดังนั้นเราจึงมุ่งพัฒนา “คน” ให้เติบโตไปพร้อมกัน และทำงานภายใต้ค่านิยมองค์กร (Core Value) ของเจ้าสัว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานที่หล่อหลอมให้เป็นองค์กรที่แข็งแกร่ง”
สำหรับค่านิยมองค์กรของเจ้าสัว ประกอบด้วย 7 ตัวอักษร C-H-A-O-S-U-A คือ C-COURAGE TO CHANGE กล้าเปลี่ยน เพื่อสิ่งที่ดีกว่า H-HEART WORK ทำงานด้วยใจ A-AGILITY ความรวดเร็วในการทำงาน O-OWNERSHIP ความรู้สึกเป็นเจ้าของ S-SUPPORT TEAM สนับสนุนและทำงานเป็นทีม U-UPLIFT PERFORMANCE ยกระดับการทำงานอยู่เสมอ และ A-ALWAYS POSITIVE THINKING การคิดบวก
“ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้ค่านิยมองค์กร (Core Value) ของเจ้าสัว C-H-A-O-S-U-A ทำให้เราสามารถรับมือกับทุกปัญหาด้วยการคิดบวก และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หลายครั้งที่เรามีการปรับเปลี่ยนแผนงานรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ ซึ่ง “บุคลากร” มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะทุกคนคือฟันเฟืองในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ ซึ่งภายใต้กลยุทธ์ ความเชื่อ และการปฏิบัติกับปรัชญาการทำงาน ‘ ปลุกพลัง...เพิ่มคุณค่าองค์กร’ ส่งผลให้เจ้าสัวยังคงยืนหยัดและเติบโตอย่างต่อเนื่อง” คุณณภัทร กล่าวทิ้งท้าย ®