“การทำหนังสือถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกช่วงหนึ่ง เราคิดว่าถ้าสามารถทำให้การทำขนมเป็นเรื่องง่ายๆ ได้ก็คงจะดี เพราะตอนเมเป็นเด็กสื่อมีน้อยมาก ในทีวีมีรายการทำขนมเพียงไม่กี่รายการ ส่วนหนังสือทำขนมของฝรั่งก็ดูยาก พอทำหนังสือ may made ก็ต่อยอดด้วยการทำขนมขาย ทำเอง ส่งเอง จัดการเองทุกอย่าง ทำได้สักพักป๊าก็ให้ไปทำร้านซีฟู้ด”
เธอเริ่มสร้างแบรนด์จาก may made แต่ส่งผ่านความสำเร็จไปให้กับแบรนด์ After You
โดยให้เหตุผลถึงการไม่นำชื่อ may made มาใช้เป็นชื่อร้าน เพราะไม่ได้อยากให้ร้านสะท้อนความเป็นตัวเองมากเกินไป ซึ่งในช่วงแรกเมื่อ After You เป็นที่รู้จักจึงไม่มีใครรู้เลยว่า ใครเป็นเจ้าของ ซึ่งเธอก็พอใจในแบบนั้น เพราะร้านก็ดังด้วยความสามารถของร้าน ด้วยรสชาติ และอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ใช่เพราะตัวเธอ
“เมพยายามถอยความเป็นตัวเองออกมาให้มากที่สุด จึงคิดจะทำแบรนด์ใหม่ เป็นคาแร็กเตอร์ใหม่ที่ดูเท่ๆ ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนในเมืองไทย หรือในโลกก็ว่าได้ จะมีคล้ายๆ ก็เป็นร้านช็อกโกแลตที่นิวยอร์ก หรือถ้าดังสุดก็มีที่อเมริกาเป็น Dessert Bar แต่ยังไม่มีใครทำร้านที่เป็น Dessert Café เมจึงเลือกทำในสิ่งที่ไม่เคยมีในความทรงจำของคนมาก่อน”
เมื่อต้องไปจดทะเบียนร้าน เธอถามคุณพ่อว่าใช้ชื่ออะไรดี คุณพ่อตอบกวนๆ กลับมาว่า “ก็ After You ไง”
“เพราะร้านอยู่ติดกับร้านปิ้งย่าง Yuu ซึ่งเป็นร้านของลูกพี่ลูกน้อง และเป็นคนที่ติดต่อหาร้านที่ซอยทองหล่อให้ ซึ่งเมชอบชื่อที่ป๊าตั้งให้นะเพราะไม่มีเพศ ไม่ได้บอกว่าขายอะไร ส่วนโลโก้ร้านเป็นรูปแกะ (ตัวผู้) เพราะว่าเมเกิดราศีเมษ”
หลายคนอาจจะคิดว่า ความสำเร็จของ After You ในวันนี้ เกิดจากเพราะการเป็นคนชอบทำขนมของเจ้าของธุรกิจ พอชอบทำขนมก็อยากเปิดร้านขายขนม โดยมีความชอบทำขนมเป็นแรงผลักดัน
“จริงๆ เมชอบทำธุรกิจมากกว่าทำขนม Inspiration ของเม คือชอบขายของ ขณะที่หลายคนอาจคิดว่า ต้องชอบทำขนมถึงอยากจะเปิดร้านขายขนม แต่เมว่า เราต้องชอบขายของก่อนถึงจะอยากเปิดร้านขายขนม เพราะการชอบขายของกับชอบทำขนมเป็นคนละเรื่องเดียวกัน ยกเว้นว่าจะมีทั้ง 2 อย่าง อยู่ในคนๆ เดียวกัน หรือถ้าชอบขายของ อยากมีร้านขายขนมแต่ทำขนมไม่เป็นก็ยังไปจ้างคนอื่นทำขนมส่งมาให้เราขายก็ยังได้”
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา After You เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าจะมีคนติดต่อให้เปิดสาขาใหม่จำนวนมากแต่ก็ไม่ได้ตอบรับเพราะคิดว่าตนเองยังไม่มีความพร้อม เพราะความตั้งใจแรก เม อยากทำร้านแค่สาขาเดียว และถ้าคืนทุนแล้วก็ถือว่าพอใจ ถือว่าประสบความสำเร็จ
“จุดพีคที่สุดอยู่ในช่วง 3 เดือนแรก ของการเปิดสาขาแรก เพราะต้องลุ้นตลอดว่าจะรอดไหม แต่เพราะร้านเปิดในช่วงปลายปีคือปลายเดือนพฤศจิกายน ยอดขายจึงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จุดพีคอีกครั้งเกิดขึ้นตอนตัดสินใจเปิดสาขาในเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดได้ 40 วัน ก็เกิดวิฤกตมีไฟไหม้ห้างทำให้ต้องปิดร้านยาวเลย รู้สึกฝ่อมากเพราะเราใช้กำไรจากร้านแรกมาทำ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ได้เปลี่ยนความคิดจากที่คิดว่าค่อยๆ เปิด แต่ตอนนั้นมีเด็ก 25 คน ไม่มีงานทำ จึงคิดว่าถึงเวลาที่ต้องเปิดสาขาเพิ่ม เพราะจะมีสักกี่ครั้งที่เราทำธุรกิจแล้วจะดังเปรี้ยงได้แบบนี้ จึงคิดจะขยายธุรกิจอย่างจริงจัง”