ปัจจุบันภาพรวมของแบรนด์ในเครือของไมเนอร์ฟู้ด ผลประกอบการถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เมื่อกำลังซื้อกลับมาเทียบเท่าก่อนโควิด โดยธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมธุรกิจของ Minor Food เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี ที่มุ่งผลักดันธุรกิจให้กลับสู่การเติบโตแบบเต็มรูปแบบ หรือ Back to Growth”

วาง 3 กลยุทธ์ที่จะนำไปสู่การเติบโตแบบเต็มรูปแบบ นั่นคือ
1. Strengthen the Core คือ Core Brand ต้องแข็งแรง ซึ่งตอนนี้แบรนด์หลักในพอร์ตของไมเนอร์ ฟู้ดจะมี The Pizza company, Burger king, Bonchon, Sizzler, Dairy Queen, Swensen’s, The coffee club และ Coffee journey คือการทำยังไงให้แบรนด์แข็งแรง เพราะถ้าแบรนด์แข็งแรงจะทำให้ลูกค้านึกถึง
อย่างการลุกขึ้นมารีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 22 ปี ของเดอะพิซซ่า คอมปะนี เพื่อต้องการที่จะปรับภาพลักษณ์เพื่อเข้าหากลุ่มใหม่ๆ อย่างคนเจน Z ที่จะเติบโตก้าวขึ้นมาเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และต้องการก้าวขึ้นไปเป็น Iconic Brand ที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้านึกถึงเมื่อต้องการจะบริโภคอาหารประเภทพิซซ่า

2. Explore / Acquire การหาแบรนด์อื่น ๆ จากต่างประเทศมาเปิดในประเทศไทย ซึ่งทางไมเนอร์ ฟู้ด ได้เตรียมเปิด 3 แบรนด์ ดังนี้
พูเลท์ (Poulet) แบรนด์ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสชื่อดังจากเกาะสิงคโปร์ มีเมนูซิกเนเจอร์ “เฟรนช์โรสต์ชิคเกน” ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ทานคู่กับซอสสูตรเฉพาะเข้มข้นที่มีให้เลือกถึง 4 รสชาติ นอกจากนี้ยังมีเมนูพาสต้า, ริซอตโต้, พอทพาย รวมถึงเมนูจานหลัก และเมนูของหวานอื่น ๆ
พูเลท์ ได้เปิดสาขาแรกในประเทศไทยไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ณ ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเตรียมเปิดอีก 2 สาขา ที่ห้างสรรพสินค้า เมกา บางนา ในช่วงเดือน มิ.ย. และสาขาที่ 3 ในช่วงเดือน ต.ค. โดยใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาทต่อสาขา
ปัจจุบันพูเลท์ มีจำนวน 11 สาขาในเอเชีย จากความสำเร็จที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากที่สุด จนขึ้นแท่นร้านอาหารโรสต์ชิคเก้นที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย
ริเวอร์ไซด์ กริลล์ ฟิช (Riverside Grilled Fish) ร้านอาหารจีนต้นตำรับสไตล์ฉงชิ่ง ซึ่งไมเนอร์ ฟู้ด เล็งเห็นถึงศักยภาพของร้านริเวอร์ไซด์ กริลล์ ฟิช ที่เป็นร้านอาหารจีนฉงชิ่งได้รับความนิยมสูงสุดทั้งในประเทศจีนและสิงคโปร์ การันตีจากจำนวนสาขารวมกว่า 140 สาขา
มีเมนูชูโรงอย่าง “ปลาย่างสไตล์ฉงชิ่ง” ที่มีปลาให้เลือกกว่า 4 ชนิด ได้แก่ ปลาเก๋า ปลากระพง ปลาดุก และปลาเนื้ออ่อน มีซอสให้เลือก 5 ซอส พร้อมทั้งมี Side Dish ให้ลูกค้าได้เลือกสรรจานอาหารของตัวเอง
ริเวอร์ไซด์ กริลล์ ฟิช มีแผนเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในช่วงต้นเดือน ก.ค. และสาขาที่ 2 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9
กาก้า (GAGA) ร้านเครื่องดื่มชานมไข่มุก ที่ทางไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เข้าถือหุ้นใหญ่ ด้วยสัดส่วน 50.1% เมื่อปลายปี 2565 เพราะเห็นโอกาสขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ
สิ่งที่น่าสนใจ ธันยเชษฐ์ มองว่ากาก้าไม่ได้เป็นเพียงแค่ชานมไข่มุก เป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ สนุกสนานและแปลกใหม่ ภายใต้แนวคิด “Attitude in a Cup” เน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องดื่มประเภทชาทั่วไป ซึ่งตอนนี้กาก้าอยู่ในช่วง integrate ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดให้ครอบคลุมมากกว่า 40 สาขา รวมถึงวางแผนการขยายสาขาในต่างประเทศอีกด้วย
3. Incubate การปั้นแบรนด์ใหม่ในเครือไมเนอร์ ฟู้ด อีกหนึ่งในไฮไลต์ น้องใหม่ ฟรายส์ (FRY’s) จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของเครือฯ ในกลุ่มอาหารว่างและอาหารทานเล่น
โดยนำเสนอเมนูมันฝรั่งทอด และของทอดหลากหลายประเภท ที่เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งนำมาออกแบบคาแรกเตอร์ให้มีความสนุกสนาน
ตอนนี้อยู่ในช่วงทดลอง ซึ่งจะดำเนินธุรกิจในโมเดล Shop in Shop ก่อนจะขยับขยายกิจการให้ดำเนินในรูปแบบ Stand-alone ซึ่งผู้บริโภคสามารถร่วมลิ้มลองความกรุบกรอบเต็มพิกัดแบบใหม่ไม่เหมือนใครได้ที่ร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

นอกจากนี้ ธันยเชษฐ์ ได้ประเมินภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีหลัง 2566 จะดีกว่าช่วงครึ่งแรกของปี จากการขยายสาขาของไมเนอร์ รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจมีทิศทางบวกมากขึ้นโดยเชื่อว่าครึ่งท้ายปีนี้บริษัทฯ จะเติบโตใยระดับดับเบิลดิจิต สะท้อนจากยอดขายในไทยช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน ขยายตัวสูง รวมถึงธุรกิจในต่างประเทศ เช่น จีน ออสเตรเลียตะวันออกกลาง จะเติบโตได้ดีเช่นกัน
โดยปี 2566 ไมเนอร์ ตั้งเป้ารายได้ 31,000-33,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 17-20% เมื่อเทียบกับปี 2565 ทั้งนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนในปีนี้ราว 1,700-1,900 ล้านบาทปูพรมขยายสาขาแบรนด์ร้านอาหารในเครือรวม 200 แห่ง โดยเป็นการขยายสาขาในประเทศ 70% ที่เหลือจะขยายสาขาในต่างประเทศ