ว่ากันว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความซับซ้อนขึ้น โลกธุรกิจการตลาดก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ถือเป็นยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง พฤติกรรม ความต้องการ และความคาดหวังของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนอย่างสิ้นเชิง แผนการตลาดแบบเดิมๆ อาจไม่นำไปสู่ผลสำเร็จที่ต้องการอีกต่อไป
การตลาดในยุคใหม่ตามคำนิยามของ ดร. บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จะเรียกว่าเป็นการตลาดในยุค Post Modern Marketing ซึ่งเป็นการก้าวข้ามจากยุค Modern Marketing ที่การตลาดจะไม่ซับซ้อนเท่า และง่ายต่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีการแบ่งกลุ่มก้อน หรือเซ็กเม้นต์ออกมาอย่างชัดเจน
แต่การตลาดในยุค Post Modern Marketing นั้น นายกสมาคมการตลาด มองว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ความต้องการของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วขึ้น เช่นเดียวกับความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อันมีผลมาจากทั้งเรื่องของเทคโนโลยีที่มีการ Seamless กันมากขึ้น ตลอดจนความเปราะบางทางเศรษฐกิจของทั่วโลกที่เข้ามาเป็นตัวเร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
“ในโลกธุรกิจที่ผู้บริโภคมองหาคุณค่าและประสบการณ์ใหม่ ผู้บริหารและนักการตลาดควรให้ความสำคัญกับการปรับกลยุทธ์ เปลี่ยนวิธีการ และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อมาตอบโจทย์ให้แก่พวกเขา”

ดร.บุรณิน กล่าวและเสริมว่า เหล่านี้จะนำไปสู่เทรนด์การตลาดใหม่ๆ ที่เรามองว่าเป็น 4 เทรนด์ใหญ่ของปี 2566 นี้ กล่าวคือ Personalized Marketing : การตลาดรู้ใจ, Marketing on Multiverse : การตลาดเชื่อมโลก, Real Marketing : การตลาดจริงใจ, และ Dynamic Brand : การตลาดพร้อมปรับ โดยการปรับตัวจะออกมาในรูปแบบของ
1. Customer Empowerment: หากธุรกิจให้ความสำคัญและให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พวกเขาจะสามารถเสริมสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและสอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าได้
2. Applying Data Analytics and Machine Learning: องค์กรต้องรู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสร้างประโยชน์ในกระบวนการการตลาดและการขาย
3. Accelerating Personalized Marketing at Scale: ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและดาต้ามาสร้างประสบ การณ์รู้ใจให้แก่ลูกค้า
4. Building Ecosystems: เน้นการสร้างระบบนิเวศ หรือ Ecosystems อย่างครบวงจร ไม่ใช่เพียงให้ความ สำคัญกับแบรนด์หรือตัวสินค้าเท่านั้น
“การตลาดในยุคนี้ต้องฉลาด ว่องไว ขณะเดียวกันก็ต้องแตกต่าง และต้องมีพันธมิตรที่เข้ามาช่วยเพิ่มจุดแข็งในการทำตลาดให้กับแบรนด์เรา หมดยุคที่จะเก่งคนเดียวแล้ว”

เขายังบอกว่า การตลาดในยุค Post Modern Marketing นี้ ความจริงไม่ได้มีแค่สิ่งเดียว เช่นเดียวกับความจริงกับสิ่งที่เป็นจริงอาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องเดียวกัน ขึ้นอยู่กับการเล่าเรื่องหรือการนำเสนอบริบทใหม่ๆ ทางการตลาด โดยเทคโนโลยี AI จะเข้ามาช่วยทำให้การเข้าใจผู้บริโภคแบบ Personalized ทำได้ง่ายขึ้น เพราะการตลาดในปัจจุบันนี้ ค่อนข้างจะมีความหลาก หลายในแต่ละ Generation
“การตลาดมันเริ่มจากแมส มาสู่เซ็กเม้นต์ จนถึงปัจจุบัน เป็นเรื่องของ Individual Customer ที่ต้องมีความเข้าใจแต่ละบุคคลได้อย่างลึกซึ้ง การตลาดในยุคนี้จะมีทั้งที่เป็นโลกจริงและโลกเสมือนจริงทับซ้อนกันอยู่ ทำให้การตลาดในยุค Post Modern Marketing ไม่ได้มีแค่ 4 P แต่จะมีกิจกรรมทั้งโลกจริงและโลกเสมือนที่มากกว่าแค่ 4P”
สิ่งสำคัญก็คือนักการตลาดหรือผู้บริหารต้องเข้าใจ และปรับเปลี่ยนให้ทัน ผ่านแนวคิดในเรื่องของการ “Reframe & Reform” หรือ "ปรับเปลี่ยนและปฏิรูปแนวคิด" โดย Reframe – ปรับเปลี่ยน ที่ต้องเชื่อมความเก๋าเข้ากับโลกยุคใหม่ เมื่อเทคโนโลยีก้าวกระโดด ผู้บริโภคก้าวกระโดด เด็กยุคใหม่ก้าวกระโดด ผู้นำองค์กรหรือนักการตลาดก็ต้องกระโดดข้ามรูปแบบเดิมๆ เพื่อเดินกระบวนความคิดใหม่ให้เชื่อมกับความเปลี่ยนแปลงจะได้ทะยานต่อได้

เช่นเดียวกับการ Reform – ปฏิรูป ที่หากต้องการให้ธุรกิจไปต่อได้ในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารต้องเปิดมุมมองสู่แนวคิดใหม่ๆ เพื่อจะได้พบความเป็นไปได้ของการไปต่อและเติบโต
แน่นอนว่า เทคโนโลยีจะทำให้เราเข้าใจ Journey ที่ไม่เหมือนกันของผู้บริโภคแต่ละคนได้ดี ซึ่งต่อจากนี้ไปการตลาดจะไม่ได้แบ่งเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ แต่มันเป็นออนไลฟ์ที่ต้องเข้าไปอยู่ในชีวิตของพวกเขาแบบเข้าใจในบริบทต่างๆ ของพวกเขา
แน่นอนว่า ดาต้าจะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งไม่ใช่แค่ดาต้าธรรมดา แต่ต้องมีการวิเคราะห์เพื่อเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ถึงสามารถทำในเรื่องดังกล่าวนี้ได้
ถือเป็นอีกความท้าทาย ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว.....