เรียกได้ว่าสามารสร้างกระแสในโลกออนไลน์ชนิดที่ถูกหยิบยกไปพูดถึงอย่างถล่มทลายสำหรับ Facebook Burger King Thailand ที่มีการออกแคมเปญการตลาดแบบต่อเนื่อง 3 แคมเปญรวดจนสามารถสร้าง Engagement ได้อย่างมหาศาล
ยกแรก “ขายจริงไม่ขายขำ”
เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา FB Burger King Thailand ได้มีการโพสต์ภาพ “ชีสเบอร์เกอร์” ที่เป็นเรียลชีสเบอร์เกอร์จริงๆ คือมีแค่ขนมปังกับชีส 20 แผ่น วางจำหน่ายในราคา 109 บาท (จากปกติ 380บาท)ระยะเวลาจำหน่าย คือ 11 ก.ค. 66 - 13 ก.ค. 66
โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็วมีคนแชร์ต่อไปมากกว่า 2,500 ครั้งหลายคนซื้อมาเพื่อถ่ายภาพทำคอนเทนต์, ซื้อมาลองกิน, ซื้อมาแยกชีสเก็บไว้กินกับเมนูอาหารอื่น
กระแสกระจายออกไปจนแพทย์และนักโภชนาการหลายคนต้องออกมาเตือนถึงปริมาณโซเดียมที่เกิดจากการกิน “เรียลชีสเบอร์เกอร์” นี้
ส่วนคนทั่วไปก็เข้ามาแซวประมาณว่า “ชิ้นแรกติดใจชิ้นต่อไปติดเตียง”
ไวรัลนี้มีสำนักข่าวต่างประเทศอย่าง CNN นำไปรายงานพร้อมกับตั้งคำถามเรื่องโภชนาการจนดังไปทั่วโลก
นั่นคือบทแรกของเรียลเบอร์เกอร์เวอร์ชั่นขายจริงไม่ขายขำ

ยกสอง “ขายขำไม่ขายจริง”
ต่อมาวันที่ 17 กรกฎาคม ทาง FB Burger King Thailand ได้มีการโพสต์ภาพชุด“Burger King Have It Your Way”
ซึ่งคราวนี้เป็นแค่คอนเทนต์ หรือ“ขายขำไม่ขายจริง“ เนื้อหาก็คือเป็นภาพเบอร์เกอร์เวอร์ชั่นพิเศษที่มีแค่ขนมปังกับวัตถุดิบที่เป็นส่วน ประกอบเสริมไว้สำหรับเพิ่มรสชาติ แตงกวาดอง, มะเขือเทศ, หอมหัวใหญ่, ผักกาดหอมและแป้งขนมปังพร้อมคำบรรยาย
-The Real Pickle Burger
-The Real Tomato Burger
-The Real Onion Burger
-The Real Bun Burger
-The Real Lettuce Burger
แม้ว่าครั้งนี้แอดมินจะเน้นว่า “ขายขำไม่ขายจริง” แต่คอนเทนต์นี้ก็ถูกแชร์ออกไปมากกว่า 8,700 ครั้ง เพราะมีไอเดียที่สดใหม่
ยกสาม “ขายจริงไม่ขายขำ”
มาในวันนี้ FB Burger King Thailand ได้มีการโพสต์ภาพชุดใหม่ “ที่ขายจริงไม่ขายขำ” พร้อมคำท้าทายว่า “เอาแบบนี้ใช่มั้ยยยย Have It Your Way ของคนรักเนื้อ The Real Meat Burger เบอร์เกอร์ของสายเนื้อ(วัว)”
ซึ่งคราวนี้ทางแอดมินย้ำว่าขายจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ความน่าสนใจของคอนเทนต์นี้ก็คือมีเมนูเบอร์เกอร์เนื้อสามชั้นเริ่มต้น 339 บาทแต่สามารถเพิ่มแพตตี้ขนาด 5 นิ้วได้ตามใจอยากเพียงชิ้นละ 100 บาท คือแพตตี้เนื้อ 4 ชิ้น ราคา 439บาท, แพตตี้เนื้อ 5 ชิ้นราคา 539 บาท, แพตตี้เนื้อ 10 ชิ้นราคา 1,039 บาท และแพตตี้เนื้อ 100 ชิ้น ราคาอัพไปเป็นหมื่นบาท
โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์และส่งต่ออย่างรวดเร็วมีคนเช้ามาแชร์มากกว่า 5,000 ครั้งในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
ความสำเร็จของการแคมเปญสื่อสารการตลาดทั้ง 3 แคมเปญนี้ล้วนเกิดมาจาก
1. เข้าใจพฤติกรรมของคนบนโลกออนไลน์ที่แสวงหาคอนเทนต์ใหม่ๆ อยู่เสมอทั้งวิธีการสื่อสารและสินค้าจริงถูกออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เช่น เมนูThe Real Meat Burger ถ้าอยากไปสั่งที่หน้าร้านตามรูปเพื่อทำคอนเทนต์ก็สามารถแจ้งได้ว่าไม่รับผักและซอสอื่นๆ ขอแต่เนื้อเพียงอย่างเดียว
2. การคิดต่อยอดจากกระแสที่กำลังเป็น Sentiment เช่น เมื่อมีนักวิชาการออกมาให้นำแนะนำเรื่องการบริโภคที่ถูกหลักก็มีการพลิกประเด็นมาทำเป็นคอนเทนต์แบบเกินจริงหรือขายขำไม่ขายจริงเพื่อลากกระแส
3. การวาง Brand Archetype ที่จัดเจนมาตลอดในบุคลิกที่สนุกสนาน หรือ Jester เพื่อสร้าง Brand Love แบบยั่งยืน