Restaurant Brands International บริษัทแม่ Burger King รายงานยอดขายในสหรัฐลด นอกประเทศโตแกร่งแต่ในจีนยังต้องดิ้นรนอย่างหนัก หลังจากเพิ่งยุติสิทธิ์แฟรนไชส์หลัก CEO ย้ำสิ่งที่เกิดเป็นปัญหาระยะสั้น มั่นใจแบรนด์มีโอกาสสูง เป็นผู้ชนะในตลาด พร้อมลงทุนเพิ่ม 300 ล้านดอลลาร์ ปรับปรุงร้านหนุนสร้างภาพลักษณ์ทันสมัยขึ้นในปี 2028
ล่าสุด 4 พฤศจิกายน 2024 RBI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2024 ระบุว่า รายได้รวมอยู่ที่ 2,290ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25% เทียบกับปีก่อน ยอดขาย Burger King ในสหรัฐลดลง 0.4% ขณะที่ตลาดต่างประเทศโต 7.6%
Restaurant Brands International Inc. (RBI) เป็นบริษัทโฮลดิ้งฟาสต์ฟู้ดเกิดจากการควบรวมกิจการมูลค่า12,500 ล้านดอลลาร์ ระหว่าง Burger King เครือฟาสต์ฟู้ดอเมริกัน กับ Tim Hortons ร้านกาแฟและร้านอาหารแคนาดาจากนั้นขยายตัวโดยเข้าซื้อ 2 แบรนด์ คือ Popeyes และ FIREHOUSE SUBS
ปัจจุบัน RBI อยู่ใน Top 5 ฟาสต์ฟู้ดใหญ่ของโลก รองจาก Subway, McDonald's, Starbucks และ Yum! Brands ทั้งเครือ ทำรายได้มากกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ สิ้นสุดธันวาคม 2023 มี Burger King 7,144 สาขา Tim Hortons 4,526 สาขา Popeyes 3,394 สาขา และ FIREHOUSE SUBS 1,265 สาขา อยู่ในมากกว่า120 ประเทศทั่วโลก
Josh Kobza ซีอีโอ RBI กล่าวว่า Burger King เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของธุรกิจต่างประเทศ เติบโตสูงในออสเตรเลีย สเปน เกาหลี อังกฤษ และญี่ปุ่น ภาพรวมเป็นผู้นำธุรกิจ QSR ใน 20 ประเทศ
ซีอีโอ RBI ยกตัวอย่างการเติบโตในญี่ปุ่นว่า 5-7 ปีก่อน Burger King มีเพียง 100 สาขา ปีนี้มี 250 สาขา มีแผนเพิ่มปีละ 40-50สาขา ปัจจัยความสำเร็จมาจากความนิยมสินค้าหลัก คือ Whopper ผสานกับประสิทธิภาพการเลือก Location เปิดสาขาที่ดี หนุนให้เติบโตสูง
Sami Siddiqui CFO กล่าวว่า RBI ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในการนำ Burger King ขยายในต่างประเทศ จุดเด่นอยู่ที่คุณภาพของสินค้า และ Product Innovation เน้นสิ่งที่แต่ละพื้นที่ชื่นชอบ เสนอเมนูหลากหลายสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดโดดเด่น
ตัวอย่างแคมเปญที่ประสบความสำเร็จในแต่ละประเทศ เช่น Spicy Shrimp Whopper และ Pumpkin Burger ในญี่ปุ่น Bacon Lover ในฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ Meatatarian Burger ในนิวซีแลนด์ และ X-tra Long Burger ในเยอรมนี ออสเตรีย และเนเธอร์แลนด์
แต่ความสำเร็จไม่ได้เกิดทุกที่ Burger King China กำลังประสบปัญหา โดยบริษัทเพิ่งยุติสิทธิ์แฟรนไชส์หลักของเครือและ RBI กำลังเจรจากับผู้ประกอบการเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนั้นยังส่งผลให้การเติบโตในจีนตามเป้าหมาย 5 ปีเฉลี่ยที่ 5% ต่อปีชะงักลงคาดว่าลดลงเหลือเพียง 3.5%
“เราเชื่อว่านี่เป็นสถานการณ์ช่วงสั้น” Siddiqui กล่าว “ที่สำคัญคือเรามุ่งมั่นสู่ความสำเร็จระยะยาวของธุรกิจในจีน”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ RBI ต้องเข้ามาพูดคุยเรื่องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ก่อนหน้านี้ บริษัทเพิ่งลงทุนใน Tims China ผู้นำ Tim Hortons เข้ามาในจีน แต่จากนั้นก็ต้องซื้อสิทธิ์กลับคืนมา
Josh Kobza ซีอีโอให้ความเห็นว่า ผลประกอบการทางธุรกิจระยะสั้นเป็นความท้าทาย ขณะที่ทีมงานล้วนมุ่งมั่นและตื่นเต้นกับโอกาสระยะยาวของ Burger King China
“พูดตรงๆ คือจีนเป็นตลาด QSR อันดับ 2 ของโลก เราคิดว่าเรามีแบรนด์ที่มีสิทธิ์เป็นผู้ชนะในตลาด"
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกันยายน 2022 Burger King เปิดเผยแผนปฏิรูปองค์กรใหม่ Reclaim the Flame เร่งการเติบโตของยอดขายและผลักดันกำไรของแฟรนไชส์ รวม 400 ล้านดอลลาร์ ประกอบด้วย
1. แผน Fuel the Flame 150 ล้านดอลลาร์ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของ Brand Awareness หนุน Customer Engagement ผ่านช่องทางดิจิทัล
2. แผน Royal Reset 250 ล้านดอลลาร์ ปรับปรุง-พัฒนาประสิทธิภาพสาขาใช้เทคโนโลยี+ติดตั้งอุปกรณ์ครัวใหม่ๆ ฯลฯ
ล่าสุด เมษายน 2024 Burger King เปิดตัวโปรแกรม Royal Reset 2.0 คาดว่าจะลงทุนเพิ่มอีก 300 ล้านดอลลาร์ปรับปรุงร้านตั้งแต่ปี 2025 มุ่งหน้าสู่เป้าหมายภาพลักษณ์ทันสมัยขึ้น 85%-90% ภายในปี 2028
ที่มา www.rsi.com/conferencecall