ไม่กี่วันมานี้ วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย เอเจนซี่ในเครือดับบลิวพีพี กรุ๊ป ได้มีการแต่งตั้ง แจมมี่ - ปรัตถจริยา ชลายนเดชะ ลูกหม้อของบริษัทขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย ต่อจากมัวรีน ตัน ที่ย้ายไปบริหารงานในเครือดับบลิวพีพี กรุ๊ป ประเทศเดนมาร์ก
ตลอดระยะเวลาการทำงาน 29 ปีที่ วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย ก่อนหน้าที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แจมมี่ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย ด้วยบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำขับเคลื่อนทุกแผนกให้ทำงานร่วมกันระหว่างลูกค้า คู่ค้า และทีมทำงานให้สำเร็จลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพ
BrandAge Online มีโอกาสได้สัมภาษณ์พูดคุยกับหญิงแกร่งของวงการโฆษณาถึงเคล็ดลับความสำเร็จในการนำองค์กรให้ลุล่วงมาตลอดในรอบหลายปี
1. วัฒนธรรมองค์กรสำคัญที่สุด
แจมมี่ อธิบายว่า วันเดอร์แมน ธอมสัน ยึดหลักการทำงานแบบ One Team มาตลอด ซึ่งไม่ใช่แค่เฉพาะในองค์กร แต่รวมถึงการทำงานกับลูกค้าทุกราย
“การทำงาน เรามองว่าเป็นทีมเดียวกับลูกค้าตลอด ทำงานเป็นพาร์ทเนอร์กับลูกค้า ไม่ต้องรอให้ลูกค้าบรีฟ การทำงานของที่นี้จะเป็นมายด์เซตแบบนี้ ลูกค้าใหม่ที่ไม่เข้าใจเราอาจจะหงุดหงิดในช่วงแรกๆ เวลาเรารักใครจะถามเยอะ แล้วถ้าคำตอบไม่ใช่ เราจะบอกตรงๆ ฉันจะเป็นพาร์ทเนอร์แบบนี้ เพราะอยากทำงานที่ดีที่สุดให้ลูกค้า เพราะเรายึดมันในหลักการ We are a Growth Partner
ในอุตสาหกรรมโฆษณาตอนนี้ โจทย์ไม่หนีกันมากหรอก แต่ที่ต่างกันคือเรื่องมายด์เซตว่าจะทำงานให้ออกมาอย่างไร ทำมุมไหนให้สนุกสนาน ท้าทาย หรือสามารถแก้ปัญหาได้”

2. เข้าใจ Journey ของผู้บริโภค
วันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย ปรับวิธีคิดและการทำงานไปสู่ End-to-end Creative Solution มาพักใหญ่แล้ว แจมมี่ อธิบายว่า End-to-End คือการมองโจทย์ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เช่น การมอง Journey ของผู้บริโภคว่าเป็นอย่างไร แล้วจึงเอาเซอร์วิสที่หลากหลายมาทำอะไรบางอย่างเพื่อตอบโจทย์ หรือเพื่อ Crack ปัญหาให้ได้
“การทำ Customer Experience ต้องดู Journey ของลูกค้าเพื่อทำ Persona ก่อน แล้วค่อยออกแบบอะไรที่ตรงตามความต้องการ เช่น ออกแบบเว็บไซต์ หรือว่าแอปพลิเคชัน ถ้าเราเข้าใจ คอนซูมเมอร์แต่ละคน เราจะทำอะไรได้อีกมากเพื่อให้ลูกค้าอยู่กับเรานานที่สุด
ภาพที่ชัดเจนที่สุดของวันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทยก็คือความแข็งแรงในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ในการสื่อสารทุกรูปแบบ คนมองเห็นแค่ตรงนี้ แต่จริงๆ หลังบ้านต้องทำงานแบบ Tech Com มากๆ ตอนนี้บริษัทในเครือเรามีถึง 5 ยูนิตหลัก ที่รองรับการทำงานในทุกรูปแบบ”
3. ให้คุณค่ากับพนักงาน
สำหรับวันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย แจมมี่ กล่าวว่า Core Value ขององค์กรประกอบไปด้วย 4 คำหลัก คือ
- Creative Bravery หรือความกล้าหาญที่จะสร้างสรรค์ความคิดใหม่ๆ ให้กับลูกค้า
- Listening ต้องเป็นผู้ฟังที่ดี และรู้จักตั้งคำถาม
- In it Together การทำงานแบบ One Team ทั้งกับลูกค้าและทีมงาน
- Positivity มีทัศนคติเชิงบวกในการทำงาน
“เราเชื่อว่าคำตอบแรก ต้องไม่ใช่คำว่า No ในการทำงาน มันอาจจะเปลี่ยนภาพแรก แต่ความพยายามหาทางออกอื่นๆ อาจจะได้อะไรที่ดีกว่า บางครั้งเราต้องถามเยอะ เพราะอยากฟังโจทย์ที่ใช่ ถามเพราะต้องการฟังข้อมูลอื่นๆที่นอกเหนือจากบรีฟในกระดาษ
ปัจจุบันความคาดหวังของลูกค้ามากขึ้นบนงบที่เท่าเดิม เพราะฉะนั้นเราต้องทำอย่างไรให้งานมีประสิทธิภาพที่สุด ได้ผลมากที่สุด ความคาดหวังคือเป็นพาร์ทเนอร์มากขึ้น”

4. กระดุมเม็ดแรกสำคัญที่สุดแจมมี่ เน้นเสมอว่า “การติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกจุด กระดุมเม็ดถัดๆ ไป ไหนจะพลาด” ด้วยมุมมองการบริหารที่มุ่งสร้างสรรค์งานที่ตอบสนองให้กับลูกค้าอย่างตรงจุด “แจมมี่” ในบทบาทใหม่ได้วางหมุดหมายในการขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ของวันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย สู่การเป็นคอมมูนิตี้นักสร้างสรรค์ ที่ใหญ่ที่สุด เพื่อพร้อมเป็นคู่คิดให้กับลูกค้าแบบ End to End Creative Solution เพื่อให้บริการลูกค้าแบบครบวงจรภายใต้กลยุทธ์ดังนี้
- Digital Transformation / Acceleration ความแข็งแกร่งของการบริการด้านดิจิทัลทุกรูปแบบทั้ง Digital Transformation ไปจนถึงให้คำปรึกษาด้าน Digital Marketing และวางแผนการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว ทำให้แบรนด์และสินค้าเป็นที่รู้จัก นำไปสู่ความสำเร็จของ Lead Generation และ Sales Achievement นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือเฉพาะด้านอย่าง LINE AM PM ทำการวิเคราะห์ข้อมูล และทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคลพร้อมกับส่งคอนเทนต์หรือแคมเปญตามประเภทของลูกค้านั้นๆ อัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ “ผู้ส่งสารสบายใจ - ถูกใจผู้รับ” ซึ่งกลยุทธ์นี้คือการสื่อสารรูปแบบใหม่ที่จะผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วม นำไปสู่ผลลัพธ์และ ROI ที่ดียิ่งขึ้น
- Always Hungry And Humble ขับเคลื่อนองค์กรด้วยวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้พนักงานทำงานด้วยความสนุก กล้าคิด กล้าท้าทายตัวเอง แต่อ่อนน้อมและสื่อสารอย่างมืออาชีพ พร้อมส่งเสริมพนักงานด้วยมิติทักษะความเป็นผู้นำและกล้าคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าลองในทุกระดับ ให้ได้เรียนรู้จากงาน เรียนรู้จากข้อถูกผิดโดยไม่กลัว เพื่อให้ทีมงานทุกคนเป็นเอเจนซี่คู่คิดของลูกค้าที่พร้อมนำเสนอไอเดียและทางแก้ปัญหาให้กับลูกค้าในวิธีใหม่ๆ และหลากหลายวิธี
- Consumer Experience & Consumer Journey Design สร้างผลงานสร้างสรรค์ที่มาจากการผสมระหว่างข้อมูลอินไซต์ของตลาดและผู้บริโภคจาก Big Data และ WT Intelligence ที่แข็งแกร่ง มาผสานกับครีเอทีฟไอเดีย เพื่อสร้าง Impact Communications ในทุก Touchpoint ของผู้บริโภคทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เติมเต็มประสบการณ์ End-to-End Customer Journey อย่างสมบูรณ์แบบ
- Creative Think Tank ‘#YoungJ’ มุ่งเป้าสู่การเป็นเอเจนซี่โฆษณาที่เต็มไปด้วยคอมมูนิตี้คนทำงานและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ไฟแรงขนาดใหญ่ ที่พร้อมสร้างความโดดเด่นด้าน Creative Communications& Creative Solutions ให้กับลูกค้า และเป็นพื้นที่ที่พร้อมต้อนรับนักคิด นักบริหาร และนักสร้างสรรค์ทุกเจน ที่ต้องการศึกษาหาข้อมูล และแลกเปลี่ยนประสบการณ์บนมุมมองการสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบต่างๆ ที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์ความเป็นไปได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
- Match-2-Win ด้วยมุมมองและสไตล์การสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาและแคมเปญที่มองหาโอกาสทางธุรกิจให้กับคู่ค้าแบบ Think out of the Box การคิดนอกกรอบ การมองข้ามอุตสาหกรรมและประเภทของสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แบรนด์ ด้วยการเชื่อมโยงความต้องการของคู่ค้า ผ่านกระบวนการคิดสดใหม่ที่มีความเป็นไปได้ บนพื้นฐานความต้องการของผู้บริโภค พร้อมเสาะหาพาร์ทเนอร์มาร่วม Collaborate จนเกิดเป็นผลงานโฆษณาและแคมเปญที่สามารถตอบโจทย์ของเราได้ทุกมิติ พร้อมทั้งมีเอกลักษณ์เฉพาะจากทั้ง 2 แบรนด์และเหนือความคาดหมายของตลาด

5. อยู่กับที่ คือถอยหลัง
แจมมี่ เล่าว่าแม้จำทำงานในวงการโฆษณามาเกือบ 30 ปี แต่ก็ยังสนุกกับการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ สนุกกับการเป็นเด็กอนุบาล สนุกกับการเรียนรู้กับลูกที่เป็นวัยรุ่น เพราะเชื่อว่าทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
“หลักคิดคือ Change เราต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราต้อง Open Mindset ความสนุกของเราคือการคิดอะไรใหม่ๆ ต้องเปิดใจ และต้องลงมือทำ อุตสาหกรรมนี้ Mindset ของคนที่เหมาะสมต้องเป็นแบบนี้ ถ้าไม่ใช่คนแบบนี้ไม่ควรแบกรับ
ถามว่า คนเอเจนซี่ต้องปรับตัวอย่างไร แก่นแท้ของงานโฆษณา คนคือเซ็นเตอร์ ตอนนี้ที่เปลี่ยนเพราะว่าชีวิตคนเรามันเปลี่ยนแปลงตลอด สิ่งที่ต้องหาคือ Insight คืออะไร ถ้า Insight เปลี่ยน เราต้องมานั่งดู Journey ที่โฆษณาแข่งกันรุนแรงตอนนี้ เพราะว่าต้องแย่ง Eye Ball เยอะมาก ไม่ได้แย่งว่างานใครดีกว่าใคร แต่แย่งว่าใครจะดึงคอนซูมเมอร์เข้ากระเป๋าลูกค้าได้มากที่สุด ส่วนที่ 2 ที่เปลี่ยน คือเรื่องของมายด์เซต ถ้าวันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนแล้วยังบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องเรียนรู้ สุดท้ายก็จะไม่รอดในวิชาชีพ”
ในโอกาสที่ขึ้นมารับตำแหน่งใหม่ แจมมี่ กล่าวว่า อยากให้ตัวเองเป็นหนึ่งในตัวอย่างของความสำเร็จสำหรับน้องๆ หน้าใหม่ในวงการว่า ทุกคนสามารถมีโอกาสที่จะเติบโต ก้าวหน้าได้ กับอีกความท้าทายก็คือ การทำให้ทุกคนมั่นใจว่า End to End Creative Solution สามารถทำได้จริง
“เพราะฉะนั้น เราต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้ทุกคนมั่นใจแล้วลุยไปกับเรา เพราะหลายครั้งเวลาเราพูด คนก็จะบอกว่าใครๆ ก็พูดแบบนี้ แต่ว่าเราต้องทำให้ได้จริงๆ และเน็ตเวิร์คของเราก็มีโซลูชั่นที่ครบจริงๆ ที่สามารถทำได้ทุกภาคส่วน
เราอยากเป็น End to End Creative Solution แต่ลูกค้ายังคุ้นเคยกับภาพครีเอทีฟ คอมมูนิเคชั่น เพราะเราแข็งแรงตรงส่วนนี้มานานก็คงต้องพยายามกันต่อไป”