ดูเหมือนนานมาแล้วที่ว่า Airbnb มีกิจการ 2 ประเภทซ้อนกันอยู่ หนึ่ง Airbnb.com เป็น Marketplaceออนไลน์สร้างที่พักหลายล้านแห่งสำหรับแขกหลายล้านคน เป็นบริษัทแสวงหาผลกำไร เป็นนายหน้าซื้อขายสำหรับการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาวทั่วโลก ผู้เข้าพักชำระค่าบริการ 3-5% ของราคาจอง บริษัทรับค่าคอมมิสชั่น 20% จากการจองทุกครั้งที่ทำผ่านแพลตฟอร์ม
สอง Airbnb.org เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้อพยพหาที่อยู่อาศัยชั่วคราว ผู้เข้าพักและเจ้าของที่พักไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพายุเฮอริเคนแซนดี้ถล่มนิวยอร์กในปี2012
ความแตกต่างของการเข้าพัก คือไม่ว่าใครก็จองที่พักบน Airbnb.com ได้ แต่กับ Airbnb.org ทั้งเจ้าของที่พักและแขกต้องได้รับการแนะนำจากองค์กรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
แน่นอนว่า การมีบริษัทไม่แสวงหาผลกำไร (Airbnb.org) เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากติดอยู่กับธุรกิจหลักไม่ใช่เรื่องใหม่ เกือบทุกธุรกิจในปัจจุบันมีหน่วยงานการกุศลหรือความรับผิดชอบต่อสังคม ความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ คือแยก 2 กิจการออกจากกันชัดเจน ไม่ใช่เป็นแค่แผนกที่ยังอยู่ในบริษัทเดิม
เมื่อมีทั้ง Airbnb.com และ Airbnb.org บริษัทพบว่า ผู้บริโภคบางคนที่เคยลังเลกับการเป็นเจ้าของที่พักของAirbnb.com เต็มใจที่จะเปิดรับผู้ลี้ภัย แบบไม่เน้นเรื่องการหากำไร
มุมมองเชิงกลยุทธ์ทั้ง 2 องค์กรแตกต่างชัดเจน กลยุทธ์ของ Airbnb.com คือการจัดหาวิธีที่สะดวกและราคาไม่แพงให้ผู้คนหาที่พักเมื่อเดินทาง บริษัทร่วมมือกับเจ้าของที่พักทั่วโลกเพื่อนำเสนอบ้านและประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่อพาร์ตเมนต์และบ้าน อาจเป็นได้ทั้งบ้านต้นไม้และปราสาท มีฟีเจอร์มากมายเพื่อให้ผู้เข้าพักค้นพบการเข้าพักที่สมบูรณ์แบบได้อย่างง่ายดาย เช่น ตัวกรองสำหรับที่ตั้ง ราคา และสิ่งอำนวยความสะดวก
ส่วนเป้าหมายของ Airbnb.org คือจัดหาที่อยู่อาศัยชั่วคราวให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ กลยุทธ์คือจัดหาที่อยู่อาศัยชั่วคราวให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในช่วงวิกฤต องค์กรร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงผลกำไร รัฐบาล และหน่วยงานส่งต่ออื่นๆ เพื่อระบุตัวบุคคลที่ต้องพลัดถิ่นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงคราม หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ จากนั้นก็จะจัดหาที่พักฟรีให้ กับผู้คนเหล่านี้ผ่านเครือข่ายเจ้าของที่พัก นอกจากนั้น โปรแกรมนี้ยังมอบที่อยู่อาศัยฟรีให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ปฏิบัติงานที่จำเป็นอื่นๆ ในช่วงวิกฤต
Katherine Woo ผู้อำนวยการของ Airbnb.org ให้ข้อมูลว่า การเกิดขึ้นของ .org ได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลอันมีค่าสำหรับผู้ต้องพลัดถิ่นจากวิกฤต นับจากจัดตั้งองค์กรไม่แสวงผลกำไรได้ช่วยเหลือที่พักชั่วคราวแก่ผู้คนกว่า 300,000 คน ซึ่งรวมถึงผู้ลี้ภัย 200,000 คน จากยูเครน อัฟกานิสถาน และเวเนซุเอลา ในทางกลับกัน เจ้าของที่พัก 91,000 ราย จากทุกประเทศในโลกได้ลงทะเบียนต้อนรับผู้พลัดถิ่นฐานจากบ้านตนเอง
Catherine Powell ผู้บริหารที่รับผิดชอบการให้เช่าที่พักที่ Airbnb แบบแสวงหาผลกำไรกล่าวว่าหลังจากเริ่มดำเนินโครงการไม่แสวงหากำไรในองค์กรแล้ว บริษัทก็ “ต้องการขยาย” แต่ทำไม่ได้ เพราะองค์กรมีอีกสถานะหนึ่ง คือต้องมีความ สัมพันธ์ชัดเจน แข็งแกร่งทั้งกับ NGO และรัฐบาล รวมถึงสรุปว่า บางทีปัญหาที่ใหญ่กว่าก็คือการแยก “doing well-ทำได้ดี" ออกจาก “doing good-ทำดี"
“Airbnb มีคอนเซ็ปต์ธุรกิจที่ยอดเยี่ยม แต่เราก็ไม่อาจละเลยปัญหาสังคม สิ่งที่ทำได้ คือบูรณาการทั้ง 2 เรื่องให้เข้ากับการดำเนินงานปกติของเรา”
ที่มา
www.airbnb.com