Volkswagen (VW) เผชิญความท้าทายมากมายในปี 2023 ทั้งการขาดแคลนชิปทั่วโลก และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ แต่บริษัทยังคงลงทุนต่อเนื่อง พร้อมเน้น EV สำคัญที่สุด
ต้นปี VW ประกาศลงทุนมูลค่า 193,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปี โดย 68% จะใช้พัฒนารถยนต์ไฟฟ่า และซอฟต์แวร์ใหม่ แต่สถานการณ์พลิกผัน ช่วงวันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน Oliver Blume ซีอีโอของ Volkswagen กล่าวในการประชุมภายในว่า "หลังคาบ้านของเรากําลังลุกเป็นไฟ" และ "โครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงานทั้งซับซ้อน ช้า ไม่ยืดหยุ่น"
Thomas Schaefer House of Brand เตือนพนักงานว่า ต้นทุนที่สูงขึ้นและประสิทธิภาพการผลิตที่ลดต่ำลง ทำให้แบรนด์ Volkswagen "ไม่พร้อมแข่งขันอีกต่อไป"
สัปดาห์ที่แล้ว VW เพิ่งประกาศยกเลิกแผนลงทุนสร้างโรงงานผลิตในเยอรมนี มูลค่า 2,100 ล้านดอลลาร์ ส่วนรอยเตอร์รายงานว่าบริษัทหยุดผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ID.3 และ Cupra Born ชั่วคราวเนื่องจากความต้องการที่ลดลง และมาตรการอุดหนุน EV ของยุโรปสิ้นสุดลง ทำให้มีข่าวเริ่มย้ายการผลิตไปจีน เพียงเพื่อจัดส่งกลับไปยังยุโรป
อย่างไรก็ตาม Blume ในฐานะ CEO ย้ำว่า VW ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พร้อมให้รายละเอียดแผนฟื้นฟูว่า บริษัทกําลังวางแผนลดต้นทุน จำนวน 10,900 ล้านดอลลาร์ (381,500 ล้านบาท) ในเวลาเดียวกันก็หาทางเพิ่มกําไรด้วย สำหรับพนักงานเคยมีการทำ MOU เรื่องรับประกันความมั่นคงในการทํางานจนถึงปี 2029 แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะมีการปลดพนักงานเพิ่มในปี 2024 ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาปลดพนักงานในโรงงานต่างๆ ไปแล้วประมาณ 2,200 คน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า VW กำลังอยู่บนทาง 2 แพร่งมีความเสี่ยงที่จะจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ปัจจัยสำคัญ คือตลาดรถยนต์สันดาปภายในหดตัวโครงสร้างองค์กรใหญ่ เทอะทะ ทำให้เกิดคำถามว่า VW จะถอนตัวจากตลาดรถ EV หรือเปล่า
คำตอบ คือพวกเขายังไม่ยอมแพ้
ปัจจัยสนับสนุน คือ
1. ผลประกอบการล่าสุด ยังคงมีกำไรมหาศาล อยู่ที่ 15,400 ล้านดอลลาร์
2. กรกฏาคม 2023 VW ทุ่มเงิน 700 ล้านดอลลาร์ เข้าซื้อหุ้น 4.99% ใน XPENG หรือ Xiaopeng Motors
บริษัทจีนซึ่งในช่วง 10 เดือนแรกของปี ส่งมอบรถ EV ไปแล้ว 430,000 คัน ส่งผลให้เป็นผู้เล่นหลักของตลาด EV
นี่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมกันพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในตลาดจีน โดยทั้ง 2 บริษัทพัฒนา BEV B-Class (รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่) 2 คัน ภายใต้แบรนด์ Volkswagen คาดว่าจะเริ่มผลิตในปี 2026
ความเป็นจริง VW กำลังก้าวหน้าใน Transition Period สู่ EV ปี 2022 6.9% ของรถยนต์ทั้งหมดที่ขายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มจาก 5.1% ในปี 2021 แต่การขับเคลื่อนเชื่องช้า พันธกิจที่เคยตั้งไว้ว่า จะทำให้VW เป็นรถของทุกคน ทุกชนชั้น ก็อาจเป็นรถแบรนด์อื่นเข้ามาแทนก็เป็นได้
ในภาพรวม อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ปัจจัยหนุนหลัก มาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป VW เป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรม และอยู่ในตำแหน่งที่ดี ที่จะแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง พอร์ตโฟลิโอมีรถยนต์หลากหลาย รวมถึงสถานะ Player สำคัญในตลาดรถ EV
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่ผู้บริโภคกำลังลดการใช้รถเครื่องสันดาปภายใน (Internal Combustion Engine-ICE) และปัญหาการผลิต หากแก้ปัญหาได้ถูกต้อง โอกาสประสบความสำเร็จระยะยาวก็ยังคงมีสูง
ที่มา reuters.com/business/autos-transportation/Volkswagen-signals-staff-reduction