ประโยคที่ว่า Cinema Never Die หรือโรงภาพยนตร์ไม่มีวันตายคงจะเป็นเรื่องจริง ดูได้จากช่วงสถานการณ์โควิด-19 โรงภาพยนตร์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้านตามปกติ ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ในปี 2566 มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวเต็มที่ 100% สะท้อนภาพได้จากการที่ผู้คนเข้าชมในโรงภาพยนตร์กันหนาตามากขึ้น รวมถึงหลายๆ รอบฉายภาพยนตร์ถูกจองล่วงหน้าจนเต็มทุกที่นั่ง เป็นข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าธุรกิจโรงหนังได้กลับมาแล้วในปีนี้อีกหนึ่งสัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจโรงภาพยนตร์ในไทย สังเกตได้จากผลประกอบการของผู้นำตลาดโรงภาพยนตร์อย่าง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สามารถทำกำไร 9 เดือนของปี 2566 ได้มากถึง 707 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 302% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

วิชา พูลวรลักษณ์ รับมอบรางวัล Cinionic Innovator Award 2023
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยกำลังก้าวไปอีกขั้น โดยล่าสุด เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นให้จัดงาน CineAsia 2023 งานนิทรรศการแสดงสินค้า และการประชุมของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่าปีที่แล้วกว่า 1,300 คน จากผู้ประกอบการกว่า 30 ประเทศทั่วโลกซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 7 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค และ ทรูไอคอน ฮอลล์


ทำไม CineAsia จึงมีความสำคัญ !!! นั่นเป็นเพราะ CineAsia คืองานใหญ่ประจำปีของอุตสาหกรรมภาพยนตร์นานาชาติระดับโลก ซึ่งไฮไลท์ของงาน CineAsia 2023 คือพื้นที่ที่ผู้เข้าชมงานจะได้รับโอกาสเยี่ยมชมการแสดงสินค้า เกี่ยวกับอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีล่าสุด ตลอดจนมีบุคลากรในวงการภาพยนตร์มากมายไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างภาพยนตร์, ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์, ตัวแทนธุรกิจโรงภาพยนตร์ทั่วเอเชีย รวมถึงนักแสดงระดับเอเชียและฮอลลีวู้ดมาร่วมงานด้วย ในงานนี้ผู้ซื้อและผู้ขายในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จะมาพบปะ แลกเปลี่ยนความก้าวหน้า ความล้ำสมัยของนวัตกรรมโรงภาพยนตร์และภาพยนตร์ เป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ว่าไม่มีวันหายไป ในทางกลับกันโลกภาพยนตร์มีแต่พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยฟิล์มสู่ดิจิทัล และมาถึงยุคของเลเซอร์ ในงาน CineAsia เราจะเห็นนวัตกรรมที่ก้าวล้ำของภาพยนตร์และโรงภาพยนตร์อยู่เสมอ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ “Cinema Never Die” อีกทั้งภายในงานจะมีการจัดฉายไลน์อัพภาพยนตร์ล่วงหน้าของปี 2024 เพื่อให้ผู้สร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูดสร้างความมั่นใจให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลก ที่สำคัญคือการให้ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์สามารถทำแผนการตลาดโปรโมทภาพยนตร์ล่วงหน้าได้
การร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน CineAsia 2023 ครั้งนี้ มีสถานที่การจัดแสดงโชว์สินค้าของผู้ประกอบการอย่าง ทรู ไอคอน ฮอลล์ ที่กว้างขวางและสะดวกสบาย มีเส้นทางการเดินทางการคมนาคมที่หลากหลาย ทั้งทางเรือ, รถไฟฟ้า, รถยนต์ ตลอดจนมีโรงแรมที่จัดงานสามารถรองรับความต้องการของผู้ร่วมประชุม ทำให้ผู้ที่เดินทางมาร่วมประชุมได้รับความสะดวกสบายส่งให้ภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำโรงภาพยนตร์อันดับ 1 ในเมืองไทยของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป โดดเด่นขึ้นอีก
ทางฟิล์ม เอ็กซ์โป กรุ๊ป จึงประกาศว่า CineAsia 2024 จะกลับมาจัดที่โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค และทรู ไอคอน ฮอลล์ อีกครั้งในปี 2024 ซึ่งจะเป็นการจัดงานในประเทศไทยต่อเนื่องติดต่อกันถึง 3 ปี นับเป็นโอกาสดีที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ รวมถึงได้ผลักดันให้โรงภาพยนตร์ของไทยเป็น Landmark แห่งใหม่ของการจัดงานระดับโลก และสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยให้เป็นหนึ่งใน Global Destination ที่คนทั่วโลกต้องมาเยือน

งาน CineAsia 2023 นับเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะได้เปิดตัวบนเวทีโลก ด้วยการนำเสนอผลงานภาพยนตร์ไทย, ผลงานของผู้กำกับ, นักแสดง หรือสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย เพื่อผลักดันภาพยนตร์ไทยให้เกิด Soft Power ภายในงานได้จัดฉายภาพยนต์เรื่อง “ธี่หยด” ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของโลกที่ฉายในระบบ IMAX with Laser ได้ชมผ่านจอยักษ์ด้วยระบบการฉายที่ทันสมัยดีที่สุดในโลก กับที่สุดของสีสันและความคมชัด พร้อมระบบเสียงกระหึ่มทรงพลัง มาจัดฉายให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์กว่า 400 คน เพื่อเป็นการส่งออกวัฒนธรรมบันเทิง และวิถีความเป็นไทยผ่านเรื่องราวของภาพยนตร์ไปสู่ตลาดโลก

หนึ่งใน Vision & Mission ของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องหลายปี นั่นคือการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย เป็น TOLLYWOOD ซึ่งในปีนี้ทางเมเจอร์ฯ ได้ทำสำเร็จแล้วนั่นคือภาพยนตร์ไทยมีสัดส่วนรายได้ 50% เมื่อเทียบกับรายได้ภาพยนตร์ทั้งหมด นับเป็นสัญญาณที่ดีของวงการภาพยนตร์ไทย เพราะแสดงให้เห็นว่าผู้ชมเริ่มเปิดรับหนังไทยที่แตกต่างออกไปมากขึ้น
ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเมื่อไม่นานมานี้เกิดปรากฏการณ์คนไทยกลับมาดูหนังไทยในโรงภาพยนตร์เริ่มต้นเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อกระแสของภาพยนตร์เรื่อง “สัปเหร่อ” และ “ธี่หยด” ทำรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนวันที่เข้าฉายข้อมูลจาก Thailand Box Office รายได้รวมทั่วประเทศ ทุกเครือโรงภาพยนตร์ “สัปเหร่อ” ทำรายได้มากถึง 727 ล้านบาท ขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง “ธี่หยด” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์หลังจากเรื่องสัปเหร่อ ไปไม่นานก็สร้างกระแสคนดูมาก และทำรายได้ถึง 482 ล้านบาท (ข้อมูลรายได้ถึงวันที่ 17 ธ.ค. 66)

นอกจากนั้นความพิเศษในงาน CineAsia 2023 ปีนี้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้รับรางวัล “Cinionic Innovator Award 2023” รางวัลยกย่องผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ในภูมิภาคเอเชียที่มีวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ มีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมภาพยนตร์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างให้เกิดความยั่งยืนในอนาคตให้โลก
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการจัดงาน CineAsia ในครั้งนี้ที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ต้องการจะยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลก โดยมีผู้สนับสนุนหลักคือ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้
ต่อจากนี้คงเป็นสัญญาณดีสำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่จะเชื่อมั่นในธุรกิจโรงภาพยนตร์ของไทย ซึ่งหากแบรนด์ใดต้องการที่จะได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากกลุ่มคนดูก็สามารถร่วมสนับสนุน หรือทำกิจกรรมการตลาดร่วมกับทางเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เพื่อทำให้คนทั่วโลกมีโอกาสได้เห็นของดีจากวงการภาพยนตร์ไทยรวมถึงการเป็นผู้สนับสนุนงาน CineAsia ในปี 2024 ได้เช่นกัน