ช่วงปลายปี 2565 ที่ผ่านมา Tops ค้าปลีกฟู้ด รีเทล ของค่ายเซ็นทรัล มีการลุกขึ้นมารีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 26 ปี โดยมีแรงผลักดันจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดค้าปลีกฟู้ด รีเทลของบ้านเรา ที่เกิดจากแรงผลักดันของทั้งทางเทคโนโลยีและเทรนด์ รวมไปถึงพฤติกรรมผู้บริโภค และกลุ่มลูกค้าหลักที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในช่วงที่เข้าตลาดใหม่ๆ ซึ่งแน่นอนว่า การมีแบรนด์ในพอร์ตที่กระจัดกระจายออกไป ย่อมส่งผลต่อภาพจำของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์
ในครั้งนั้น มีการปรับแบรนด์ในพอร์ตใหม่ให้เหลือเพียงแบรนด์เดียวคือ Tops ที่ผู้บริโภคมี Perception ต่อแบรนด์นี้ ค่อนข้างดี ในฐานะฟู้ด รีเทล ที่นำเสนอสินค้าคุณภาพ โดยการรีแบรนด์ในครั้งนั้นมีเป้าหมายเพื่อยกระดับสู่การเป็น Food Destination & Discovery ที่ยืนหนึ่งในใจลูกค้าทุกคน
ภายใต้กลยุทธ์ One Brand นี้จะมีการแบ่งโมเดลออกเป็น 4 โมเดล คือ
1.Tops ที่รวมเปลี่ยนจากเดิมคือ Tops Market, และ Tops Online เข้าด้วยกัน พร้อมเปลี่ยนเป็นแบรนด์ Tops ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมที่ครบครันด้วยสินค้าคุณภาพหลากหลาย ที่ครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว
2.Tops Food Hall - Central Food Hall รีแบรนด์ใหม่เป็น Tops Food Hall พร้อมยกระดับ ความเป็นฟู้ดสโตร์ไป อีกขั้น ที่มีความครบครันของสินค้าจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดจากทั่วโลก ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าทุกคนให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม
3. Tops Fine Food โมเดลใหม่ที่เป็นฟู้ดสโตร์ระดับเวิลด์คลาสที่เปิดให้บริการใกล้บ้านมากขึ้น เพื่ออำนวยความ สะดวกให้กับลูกค้าทุกคน คัดเฉพาะที่สุดของอาหาร-วัตถุดิบระดับโลกที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานจากทั่วโลก โดยจะเป็นสาขาที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักประมาณ 1,400 – 1,500 ตร.ม. เน้นเปิดแบบสแตนด์อะโลน และเปิดไปแล้ว 2 สาขาที่บนถนนสุขุมวิท
4.Tops Daily ร้านค้าปลีกไซส์เล็ก ที่ทำหน้าที่เป็นคอนวีเนียน – ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กใกล้บ้าน ซึ่งเดิมทีในช่วงของการรีแบรนด์เมื่อปลายปี 2565 Tops มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนชื่อให้เหลือเพียง Tops แต่หลังจากที่เซ็นทรัล รีเทล หมดสัญญาแฟรนไชส์ และไม่ต่อสัญญากับแฟมิลี่มาร์ท จึงมีการปรับแผนและคงชื่อ Tops Daily ไว้ โดยในเดือนกุมภาพันธ์จะมีการแถลงข่าวการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ของ Tops Daily
ก่อนหน้านั้น เมื่อปีที่ผ่านมา Tops มีความพยายามที่จะเปิดตัวโมเดลค้าปลีกใหม่ คือ Tops CLUB โมเดลค้าปลีกในรูปแบบเมมเบอร์ชิพสโตร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขายสินค้านำเข้าเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ดังจากทั่วทุกมุมโลก มีสินค้าแปลกใหม่อินเทรนด์มานำเสนอตลอดเวลา ที่จะเติมเต็มทุกความต้องการของลูกค้า เสมือนรวมห้างดังที่ต่างประเทศมาไว้ที่ไทย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกเจนเนอเรชั่นของทุกคนในครอบครัว โดยเปิดสาขาแรกและสาขาเดียวที่เซ็นทรัล พระราม 2 ก่อนที่จะปิดตัวและปรับเปลี่ยสาขาดังกล่าวเป็น GO Wholesale ในที่สุด
นอกจากปัจจัยในเรื่องของการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของลูกค้าแล้ว เหตุผลสำคัญของการรีแบรนด์อีกอย่าง มาจากความสับสนในเรื่องของการมีแบรนด์ในพอร์ตที่มากเกินไป ทำให้ภาพจำของแบรนด์ออกมาค่อนข้างจะสับสน ทำให้ต้องมีการรีแบรนด์ให้เหลือเพียงแบรนด์เดียว แม้จะมีโมเดลถึง 4 โมเดล แต่ก็มีความแตกต่าง และไม่กินแชร์กันเอง ซึ่งแน่นอนว่า ทั้ง 4 โมเดลจะช่วยขยายฐานเข้าไปหาลูกค้าในเซ็กเม้นต์ใหม่ๆ ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์หนึ่งของการรีแบรนด์ในครั้งนี้ นั่นคือการขยายฐานของแบรนด์เข้าไปหากลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ๆ
เพราะนอกจากการปรับแบรนด์ให้เหลือเพียงแบรนด์เดียวแล้ว Tops โฉมใหม่ ถูกปรับดีไซน์โลโก้ให้ทันสมัยมากยิ่ง ขึ้น มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นของแบรนด์ด้วยการใช้ตัวอักษรรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างคาแร็กเตอร์ใหม่ให้แบรนด์ Tops ที่เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ สื่อถึงความเป็นแบรนด์ที่ทันสมัย จับต้องได้ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกเจนเนอเรชั่น
ทีนี้ ลองมาดูกันว่า ปัจจุบัน Tops มีสาขาในแต่ละโมเดลอย่างไรบ้าง
จำนวนสาขารวม 677 สาขา แบ่งเป็น
Tops Food Hall 17 สาขา
Tops Fine Food 2 สาขา
Tops Premium 143 สาขา
Tops Daily 515 สาขา
# มี 5 สาขา ที่เปิดแบบสแตนด์อะโลน
- สุขุมวิท 39 (Tops Food Hall)
- สุขุมวิท 49 (Fine Food)
- พัฒนาการ 30 (Tops Premium),
- นาคนิวาส (Tops Premium)
- สาธุประดิษฐ์ (Tops Premium)
# แผนเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ในเดือนมกราคม
สาขาราษฏร์พัฒนา ร่มเกล้า เป็นสาขาแบบสแตนด์อะโลน
สาขานครสวรรค์ เปิดในศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครสวรรค์
