ปี 2023 แม้จะคาดหวังว่าจะเป็นปีที่ดี ผู้บริโภคจะสามารถใช้ชีวิตได้เกือบปกติดังเช่นในยุคก่อนการระบาดของ COVID-19 แต่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเท่าไหร่นัก
หากดูจากสถานการณ์ธปท.ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2566 เหลือ 2.4% และ ปี 2567 3.2% มองว่า
- เศรษฐกิจไทยปี 2567 ยังคงฟื้นตัวช้าและเติบโตต่ำกว่าคาด
- การบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวยังคงเป็นกลไกหลักในการเติบโตของ GDP
- การส่งออกหดตัว 2.7% เมื่อเทียบกับปี 2566
- หนี้ครัวเรือนสูงถึง 90.9% ของ GDP ส่งผลกระทบต่อการแย่งชิงผู้บริโภค
มายด์แชร์ คาดการณ์ว่าในภาคอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาจะเติบโตขึ้น 2% เทียบจากปี 2023 โดยคาดว่าจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 115,581 ล้านบาท หากเมื่อดูตามสื่อ สื่อที่น่าจับตามองในปีนี้คือสื่อออนไลน์และสื่อนอกบ้าน อย่างไรแล้วปัจจัยที่มีผลต่อการโตของดิจิทัลและ OOH คือ คนเริ่มออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ทำให้มีการเติบโตของ Billboard ต่างๆ มีการพัฒนา OOH ในรูปแบบใหม่และเทคโนโลยีใหม่ เช่น Programmatic OOH และการเพิ่มขึ้นของ KOLs เนื้อหาอีคอมเมิร์ซเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการใช้จ่ายด้านดิจิทัล

ปี 2024 เป็นปีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเป็นยุคของ AI แต่ทั้งนี้มายด์แชร์ให้ความสำคัญว่าแบรนด์ต่างๆ ต้องสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์แก่ผู้บริโภค พิทักษ์ อินทรทูต กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ (ประเทศไทย) มองว่าปี 2024 จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้บริโภคและนักการตลาด โดยแบรนด์ต่างๆ จะได้เรียนรู้และใช้งาน AI กันอย่างแพร่หลาย
คาดการณ์ใช้เงินบนสื่อโฆษณา (Ad Spend)
ปี 2023 ที่ผ่านมา เติบโตจากปี 2022 อยู่ที่ 0.3% คิดเป็นมูลค่า 84,346.7 ล้านบาท
และปี 2024 คาดการณ์มีการเติบโต อยู่ที่ 2% คิดเป็นมูลค่า 115,581 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่าสื่อ Outdoor เริ่มโตมากขึ้น เพราะคนเริ่มออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ทำให้มีการเติบโตของ Billboard ต่างๆ ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์และทีวีลดลง
อุตสาหกรรมที่ใช้เม็ดเงินโฆษณามากที่สุด
กลุ่มสินค้าดูแลตนเอง การเลี้ยงดู และการบริโภคอาหารเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2023
หมวดหมู่ประเภทนมผง แชมพูและเครื่องปรับอากาศมีงบประมาณสูงสุด
กลุ่มที่มีการเติบโตของการใช้จ่ายแบบออฟไลน์
เทรนด์ที่น่าจับตามองในปี 2024
1. การเติบโตของ social media search โดย Google รายงานว่าประมาณ 40% ของกลุ่ม Gen-Z ใช้ TikTok และ Instagram ในการค้นหา มายด์แชร์เผยว่าพฤติกรรมผู้บริโภคทุกวันนี้ไม่ได้ค้นหาข้อมูลจาก Google แพลตฟอร์มเดียวอีกต่อไป แต่ Search หาข้อมูลจากทุกช่องทาง เหตุนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญกว่าที่เคยสำหรับนักการตลาดในการใช้ keyword ในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
2. การทำการตลาดแบบ privacy marketing แบรนด์ต่างๆ จะต้องให้ลูกค้าสามารถควบคุมข้อมูลของตนได้มากขึ้น ซึ่งในปี 2024 Al จะอยู่ในอันดับต้นๆ ของแนวโน้มเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล อย่าง ChatGPT, Generative AI เป็นต้น แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Gen Z
3. การทำการตลาดแบบยั่งยืน การเพิ่มขึ้นของสื่อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาตัวชี้วัดความยั่งยืนใหม่ ๆ จะเป็นแนวโน้มสำคัญในปี 2024 เมื่อความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการสื่อที่ยั่งยืนเติบโตขึ้น สื่อจะต้องค้นหาวิธีใหม่ๆ ในการวัดประสิทธิภาพด้านความยั่งยืนของตัวเองด้วย
ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะ Gen Z แบรนด์จึงต้องสื่อสารถึงความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง เพื่อดึงดูดและรักษาฐานลูกค้าที่ที่ภักดีให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านต่างๆ ได้
4. แบรนด์จะต้องมีความรับผิดชอบต่อการใช้ AI เพราะเทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว พร้อมใช้งานมากขึ้น แต่ก็ยังต้องใช้ความรอบคอบมากขึ้นอีกด้วย แบรนด์ต่างๆ จึงจะต้องมีความรับผิดชอบต่อการใช้AI และใช้ด้วยความรอบคอบยิ่งขึ้น
มายด์แชร์ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค แบ่งออกเป็น 5 ข้อ ได้แก่
1. ผู้บริโภครู้สึกเหนื่อยกับการมีตัวเลือกที่ปรากฏอยู่ในโลกดิจิทัลจำนวนมาก ต้องการทำให้ชีวิตง่ายขึ้น อุปกรณ์ Gadget ต่าง ๆ จึงเป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อมาตอบโจทย์ส่วนนี้ พบว่า
51% ผู้บริโภคต้องการทำให้งาน/งานบ้านในแต่ละวันดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ เพื่อให้มีเวลาว่างมากขึ้นสำหรับตัวเองและครอบครัว
46% กำลังมองหาเทคโนโลยีดิจิทัลและโซลูชั่นเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจของพวกเขา
2. ผู้บริโภคต้องการการมีประสบการณ์ที่คาดเดาไม่ได้หรือไม่คาดคิด ยังอยากมีประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าจาก Physical Stores
57% ต้องการมีประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคลใน Physical Stores
41% เริ่มแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาให้กับแบรนด์มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ง่ายและสะดวก จากการนำเสนอสินค้า หรือโฆษณาที่ตรงกับความต้องการ
3. ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์ที่ทำให้พวกเขารู้สึกพิเศษ
52% ยินดีที่จะทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์ของตนง่ายขึ้น
50% มองว่าการซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เป็น Niche Brand จะให้ประสบการณ์การซื้อและความรู้สึกพิเศษมากกว่าร้านขนาดใหญ่
63% บอกว่ามีบริการสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มให้เลือกมากเกินไป
4. ผู้บริโภคอยากมีอำนาจมากกว่า AI เครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เรามีศักยภาพในการควบคุมชีวิตของเรา กำหนดนิสัยและอิทธิพลการตัดสินใจของเรา
54% เชื่อว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะจะเข้ามาอยู่ในชีวิตเรา
50% ไม่สามารถถ้าไม่มีเทคโนโลยีหรือไม่สามารถให้บริการส่งสินค้ามาถึงบ้านได้
5. ผู้บริโภคยังอยากมีประสบการณ์ที่เฉพาะตัว
72% สนุกกับการออกไปช้อปปิ้งในร้านค้า Physical Stores และสัมผัสสินค้าที่พวกเขาต้องการซื้อ
69% ชอบการมีส่วนร่วม พูดคุย สอบถามข้อมูล ผ่านพนักงานของแบรนด์ที่เป็นคนมากกว่าแชทบอท
มายด์แชร์แนะนำแบรนด์ต่างๆ สามารถสร้างประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้กับผู้บริโภคดังนี้
1. หากแบรนด์พึ่งพาการตอบกลับอัตโนมัติมากเกินไป และไม่เปิดโอกาสให้มีการโต้ตอบของมนุษย์ ผู้บริโภคอาจรู้สึกขาดการเชื่อมต่อและหลุดพ้นจากแบรนด์
2. แบรนด์จำเป็นต้องค้นหาสมดุลที่เหมาะสมโดยการบูรณาการประสิทธิภาพและความเป็นส่วนตัวเข้ากับการตอบโต้จากพนักงานขายด้วย เพื่อเชื่อมโยงทางอารมณ์ของผู้บริโภคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
3. ให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมการตัดสินใจเกี่ยวกับประสบการณ์อัตโนมัติของตน โดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ เพื่อให้พวกเขารู้สึกมีอำนาจในการตัดสินใจอยู่
4. เป้าหมายคือการสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ สร้างความไว้วางใจ และปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า สร้างประสบการณ์รอบด้านที่นอกเหนือไปจากการโต้ตอบแบบอัตโนมัติ