เป็นเรื่องช็อกวงการธุรกิจอยู่ไม่น้อย เมื่อจู่ๆ H&M แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นระดับโลกจากสวีเดน ทำการเปลี่ยนตัวซีอีโอกะทันหันโดยไม่ได้มีการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่นักลงทุนแม้แต่น้อย โดย Helena Helmersson ซีอีโอคนก่อนตัดสินใจลงจากตำแหน่งพร้อมแต่งตั้ง Daniel Erver ขึ้นมาเป็นซีอีโอคนใหม่โดยทันที เมื่อสิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
การเปลี่ยนตัวซีอีโอแบบฟ้าผ่าในครั้งนี้มาจากการที่ยอดขายในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้วของ H&M นั้นนอกจากจะไม่โตตามที่คาดการณ์แล้วยังลดลงอีกด้วย โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 ที่ผ่านมา มีกำไรเพียง 4.33 พันล้านโครนาสวีเดน หรือประมาณ 384 ล้านดอลลาร์ แม้จะสูงกว่าไตรมาสที่ 4 ในปี 2022 ถึง 821 ล้านโครนาสวีเดน แต่ก็ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะต้องมีกำไร 4.57 พันล้านโครนาสวีเดน นอกจากนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับผลกำไรในไตรมาสที่ 3 ในปีนี้ ยังตกลงเหลือเพียง 7.2% จาก 7.8% อีกด้วย และนั่นก็ทำให้เก้าอี้ซีอีโอร้อนขึ้นมาทันที
สิ่งที่ทำให้ H&M มียอดขายลดลงก็เป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการเกิดขึ้นของ Shein แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นออนไลน์จากประเทศจีนที่มีราคาถูกมาก แถมยังมีตัวเลือกที่หลากหลาย จนทำให้ใครๆ ก็หันไปซื้อเสื้อผ้าจาก Shein โดยใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2023 ที่ผ่านมา Shein มียอดขายเกือบ 24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แซง H&M ที่มีรายได้เพียง 16.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในขณะที่ Zara แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นอันดับ 1 ของโลกก็กำลังร้อนๆ หนาวๆ เหมือนกัน เพราะ Shein ก็เร่งเครื่องขึ้นมาแล้วและมีแนวโน้มว่าจะไต่ระดับขึ้นแซงได้ในอนาคตอันใกล้นี้
โดยตลาดที่สำคัญของเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นเหล่านี้ก็คือสหรัฐอเมริกา และในตอนนี้ Shein เองก็ครองยอดขายในสหรัฐไปกว่า 50% แล้ว ส่วน H&M มีเพียง 16% และ Zara 13% แต่ถึงอย่างนั้น Shein ก็ยังอยู่ท่ามกลางปัญหาจากกระแสสังคมที่ร่วมกันแบนการซื้อเสื้อผ้าจาก Shein เพราะมีการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมที่ถูกพูดถึงมาตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน นอกจากจะเป็นการแบนในระดับบุคคลแล้ว ประเทศอินเดียยังเคยแบนแอปฯ Shein อีกด้วย ส่วนในฝรั่งเศสก็มีการลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้มีการแบน Shein โดยมีประชาชนร่วมลงชื่อกว่าแสนคนทีเดียว ล่าสุด Shein เองก็เพิ่งจะโดนฟ้องจาก Uniqlo ว่าก๊อบ กระเป๋าสุดฮิตประจำปีของ Uniqlo ออกขาย จึงต้องรอดูกันต่อไปว่ายอดขายของ Shein จะยืนระยะต่อไปยาวนานแค่ไหน หรือจะยังคงเติบโตต่อเพราะความนิยมนั้นยังคงล้นหลามจริงๆ
กลับมาที่ฝั่งของ H&M ซีอีโอคนใหม่อย่าง Daniel Erver ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาทำงานที่ H&M มานานถึง 18 ปี เริ่มตั้งแต่การมาฝึกงานในปี 2005 จนสามารถไต่เต้าขึ้นมาเป็น Purchasing Manager ของ H&M ได้ โดยมีดีกรีปริญญาโทจาก Science in Business Administration ที่มหาวิทยาลัย Gothenburg แต่การขึ้นมาเป็นซีอีโอคนใหม่ของ H&M ในครั้งนี้ก็มาพร้อมความคาดหวังที่หนักอึ้ง เพราะในปีนี้ H&M ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องทำกำไรให้ได้ 10% หลังจากได้มาเพียงแค่ 7.2% ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว เพื่อที่จะขึ้นเป็นแบรนด์รีเทลเสื้อผ้าอันดับ 1 ของโลกแทน Zara ให้ได้ ซึ่งในตอนนี้ H&M ยังรั้งอันดับ 2 ของโลกอยู่
อ้างอิงhttps://www.irishtimes.com/business/2024/01/31/hm-appoints-new-ceo-in-surprise-move-as-profit-margin-falls/https://news.cision.com/h---m-hennes---mauritz-ab/r/daniel-erver-new-president-and-ceo-for-the-h-m-grouphttps://fashionunited.uk/news/retail/shein-will-soon-be-bigger-than-h-m-and-zara/2023112072665