ตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์ “ท็อปส์” นั้น มีการวาง เป้าหมายไว้ที่การเป็นผู้นำร้านค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตทุกฟอร์แมตท ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกเซ็กเม้นต์โดยเป็นค้าปลีกฟู้ดรีเทลที่มีร้านหลากหลายรูปแบบตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด
นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เราได้เห็นการขยายสาขาในหลากหลายฟอร์แมต เพื่อให้สามารถเข้าถึงทุกความต้องการของลูกค้าในแต่ละโลเคชั่น โดยปัจจุบัน ท็อปส์มีจำนวนสาขารวม 677 สาขา แบ่งเป็นTops Food Hall 17 สาขา Tops Fine Food 2 สาขา ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต 143 สาขา และ Tops Daily อีก 515 สาขา
สิ่งที่น่าสนใจก็คือการเลือกฟอร์แมตของสาขาให้สอดรับกับกำลังซื้อในแต่ละโลเกชั่น ซึ่งรูปแบบหนึ่งของการขยายสาขาของท็อปส์ ก็คือ การเปิดสาขาที่เป็นสแตนด์อะโลน ที่ปัจจุบัน ท็อปส์มีสาขาในรูปแบบนี้อยู่ทั้งหมด 6 สาขา คือสาขาสุขุมวิท 39 ที่เป็นฟอร์แมตของTops Food Hall สาขาสุขุมวิท 49 ฟอร์แมต Fine Food สาขาพัฒนาการ 30 สาขานาคนิวาส สาธุประดิษฐ์ ที่ทั้ง 3 สาขาหลังนี้จะมาในฟอร์แมตของท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต

ส่วนสาขาสแตนด์อะโลน ล่าสุดที่เพิ่งเปิดไปเมื่อเร็วๆ นี้ก็คือท็อปส์ สาขาราษฎร์พัฒนา ร่มเกล้า โดยมาในรูปแบบของ เนเบอร์ฮูดมอลล์ เดสทิเนชั่น (Neighborhood Mall Destination) หรือการวางสาขานี้ให้เป็นศูนย์กลางแห่งไลฟ์สไตล์ใกล้บ้านที่รวบรวมทุกความต้องการของคนในชุมชนได้อย่างครบครันที่สุด ทั้งช้อปปิ้ง กินและใช้บริการด้านต่างๆ โดยไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง ด้วยสินค้ากว่า 20,000 รายการ
การขยายสาขาในรูปแบบสแตนด์อะโลน กลายเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งของการขยายสาขา เพราะจะเป็นการผลักดันตัวเองเพื่อเข้าหาผู้บริโภคในแต่ละชุมชนแบบใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มหรืออำนวยความสะดวกในการมาช้อปที่สโตร์ โดยนอกจากการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์แล้ว ยังจะให้ความสำคัญกับการดีไซน์บรรยากาศของสโตร์เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าสามารถเข้า ถึงได้ง่าย และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเขา
โดยการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ดังกล่าว นอกจากการขยายตัวเติบโตขึ้นของชนชั้นกลางในบ้านเราแล้ว การขยายตัวของความเป็นสังคมเมืองที่เพิ่มมากขึ้นก็มีส่วนทำให้ค้าปลีกของบ้านเราต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ขณะที่ส่วนหนึ่งของการขยายสาขาจะมีเรื่องของการนำดาต้า เข้ามาช่วยวิเคราะห์ Journey ของลูกค้าในแต่ละชุมชนที่ขยายสาขาเข้าไป โดยสาขาราษฎร์พัฒนานี้จะมีโซนสินค้าอาหารฮาลาล ที่ถูกออกแบบด้วย Customer Data Driven เพื่อให้สามารรถรองรับลูกค้าชาวไทยมุสลิมที่มีการกระจายตัวอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ด้วยกลยุทธ์การศึกษาข้อมูลกลุ่มเป้าหมายและพัฒนารูปแบบการให้บริการที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น การันตีประสบการณ์ ช้อปปิ้งที่ครอบคลุมทุกความต้องการของ Catchment ลูกค้าทุกกลุ่ม
ส่วนการขยายสาขาในรูปแบบของสแตนด์อะโลนนั้นจะดูลูกค้าในแต่ละโลเคชั่นว่าเหมาะกับสาขาในฟอร์แมตไหน หรือมีขนาดของสาขาเท่าไร โดยส่วนใหญ่ของสาขาสแตนด์อะโล จะมีรัศมี หรือ Catchment Area ครอบคลุมประมาณ 3 – 5 กิโลเมตร
ที่สำคัญต้องมีแมกเน็ตอื่นๆ อาทิ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือบริการต่างๆ เสริมเข้าไป เพื่อให้สามารถรองรับการใช้ชีวิตประจำของของลูกค้าได้ นอกเหนือจากแค่เรื่องของการช้อปปิ้ง ซึ่งสาขาราษฎร์พัฒนา จะมีการการดึงพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจจากแบรนด์ชั้นนำรวม 18 ร้าน ทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดังประเภทนั่งรับประทานที่ร้าน ร้านค้าประเภท Light Food Take Home สำหรับซื้อกลับบ้าน ที่ถูกคัดสรรคุณภาพและรวบรวมมาไว้ภายในที่เดียว เพื่อยกระดับประสบการณ์อีกขั้นให้กับลูกค้า สร้างบรรยากาศการช้อปปิ้งใกล้บ้านให้ลูกค้าได้เลือกใช้เวลาอย่างคุ้มค่าและมีความสุขยิ่งขึ้นในทุกครั้งที่มา
อาทิ สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ร้านกาแฟแบรนด์ดัง, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู วัดพระศรีฯ บางเขน เจ้าเก่าในตำนาน, โหยวจิน (You Jin) ร้านขนมหวานสไตล์ไต้หวัน, เทียนถัง ชาบูถ้วยหม่าล่าฮาลาล, คารวะ ราเมน เอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่น, บังเลาะห์ ไก่ทอดเดชา ต้นตำรับไก่ทอดหาดใหญ่, Colla Tea ชานมไข่มุกผสมคอลลาเจน ฯลฯ ตลอดจนร้านให้บริการด้านความงามอย่างร้านบิวตี้คอร์เนอร์, ร้านขายยาเฮลท์อัพ, ร้านแว่นท็อปเจริญ, Pet Lovers Centre ร้านขายอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองที่ต้องการแวะจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภค-บริโภค พักรับประทานอาหารหรือพบปะสังสรรค์ สะดวกครบจบทุกความต้องการโดยไม่ต้องเดินทางไกลเข้าเมือง

การมีฟอร์แมตหรือรูปแบบของสาขาที่หลากหลายนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำตลาดค้าปลีกที่เป็นฟู้ด รีเทล อย่างมาก เพราะจะช่วยทำให้สามารถตอบโจทย์ Purpose ของการช้อปปิ้งของลูกค้าในแต่ละโอกาสได้ ซึ่งการเปิดสาขาดังกล่าว เป็นอีกการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ ที่มีรูปแบบการช้อปปิ้งสินค้าประเภทอาหารที่ปรับเปลี่ยนไปจากการซื้อในจำนวนมากๆ ด้วยความถี่ในการมาสโตร์ต่อเดือนไม่มากนัก มาสู่การมาสโตร์ในความถี่ที่มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา
ด้าน มร.สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ท็อปส์มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายสาขาในทั่วประเทศเพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้า รวมถึงการพัฒนารูปแบบร้านและขนาดที่เหมาะสมตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างและหลากหลายให้กับลูกค้า ภายใต้แนวคิด “Every Day DISCOVERY MORE ค้นพบทุกวัน ที่ไม่ธรรมดากว่าเดิม” โดยล่าสุดได้ประเดิมสาขาแรกของปีด้วยท็อปส์ ราษฎร์พัฒนา ในรูปแบบสแตนด์อะโลน ปักหมุดเป็นจุดแฮงก์เอาท์แห่งใหม่บนถนนราษฎร์พัฒนา ที่จะมาเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ให้มีสีสันกว่าที่เคยด้วยคอนเซ็ปต์ เนเบอร์ฮูดมอลล์ เดสทิเนชั่น (Neighborhood Mall Destination) ศูนย์กลางการช้อปปิ้งสินค้าและบริการใกล้บ้าน
“สาขาราษฎร์พัฒนาจะเป็นสาขาที่ต่อยอดความสำเร็จจากท็อปส์ พัฒนาการ 30 ซึ่งเป็นโมเดลสแตนด์ อะโลนสาขาแรกของท็อปส์ จากการมองเห็นถึงศักยภาพด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคและทำเลที่ตั้งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ที่ยังมีการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมากกว่า 20,000 ครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มหมู่บ้านจัดสรรราคาสูง นอกจากนี้ยังมีจุดเชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญอย่างถนนตัดใหม่ ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ที่ช่วยให้สามารถเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย” มร.สเตฟาน คูม กล่าวสรุป