“เมืองไทยประกันชีวิต” ตอกย้ำความเป็นผู้นำของกลุ่มธุรกิจประกันชีวิตที่มีภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งในความเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี จากผลสำรวจวิจัย 2024 Thailand’s Most Admired Brand ครั้งล่าสุด ที่เมืองไทยประกันชีวิตสามารถรักษาความเป็นที่ 1 ในหมวด “ธนาคารและบริการทางการเงิน” กลุ่ม “ประกันชีวิตดิจิทัล” (InsurTech) ที่น่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับจาก ผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง
ปี 2566 เป็นอีกหนึ่งปีทองของเมืองไทยประกันชีวิต ในวาระสำคัญที่ได้อยู่เคียงข้างสร้างรอยยิ้มแก่คนไทยมาครบ 72 ปี และเป็นปีที่บริษัทฯ ได้รับคะแนน NPS (Net Promoter Score) สูงถึง 58 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 17 คะแนน โดยคะแนน NPS บ่งชี้ถึงความผูกพันและความพึงพอใจของลูกค้า ผ่านคำถามง่ายๆ ว่าลูกค้ามีแนวโน้มจะแนะนำแบรนด์ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จักมากน้อยเพียงใด สะท้อนถึงการดำเนินงานเพื่อลูกค้าอย่างครบวงจรของเมืองไทยประกันชีวิต
ในปีที่ผ่านมา เมืองไทยประกันชีวิตยังประสบความสำเร็จในด้านผลประกอบการที่สะท้อนภาพผ่านการเติบโตของเบี้ยประกันภัย รับใหม่ในกลุ่มสินค้าหลัก อาทิ เบี้ยประกันภัยโรคร้ายแรงเติบโต 70% และเบี้ยประกันภัยบำนาญเติบโต 13% ขณะเดียวกันการขยายธุรกิจในต่างประเทศในแถบ CLMV ก็ประสบความสำเร็จด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน ณ สิ้นปี 2566 สูงกว่า 300% และสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140%
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในผู้บริโภค คือภาพความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางด้านการเงินจากการได้รับการจัดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ และได้รับการจัดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากลและภายในประเทศจาก Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA (tha) โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ถือเป็นอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินระดับประเทศที่สูงสุด พร้อมรางวัลการันตีทั้งในด้านองค์กร ผลิตภัณฑ์ และบริการระดับประเทศและสากล สะท้อนถึงการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและความสำเร็จในการดำเนินงานของ บริษัทฯ อย่างยั่งยืน

คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL กล่าวถึงกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2567 เมืองไทยประกันชีวิตจะเดินหน้าสานต่อการเป็นคู่คิดด้านการวางแผนชีวิตและสุขภาพที่คุณวางใจ (No.1 Most Trusted Partner in Life & Health Planning) ภายใต้แนวคิด “Happiness, Your Way เพราะความสุขคือทุกอย่าง… ความสุขสไตล์คุณคือที่สุดของทุกสิ่ง” ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจในปีนี้ โดยมีเป้าหมายในการสร้างความสุขและรอยยิ้มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน อาทิ พนักงาน พาร์ทเนอร์ ลูกค้าและสังคม โดยมุ่งเน้นการทำงานบน 2 แนวทางหลัก คือ

1). Personal เน้นการสร้างสรรค์พัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความเป็นคุณอย่างแท้จริง โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมส่งมอบความเป็นตัวตนในแบบที่เป็นคุณ อาทิ ความร่วมมือในการขายประกันชีวิตและสุขภาพผ่านความร่วมมือกับ LINE BK ที่เข้าถึงได้ ซื้อง่าย จ่ายเบา ไม่ยุ่งยากซับซ้อน มีการใช้แพลตฟอร์ม MTL Online Sales Website (online.muangthai.co.th/) และแอปพลิเคชัน MTL Click รวมถึงแอปพลิเคชันใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวอย่าง MTL Connect เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทฯ ในการดูแลลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
โดยล่าสุด แอปพลิเคชัน MTL Click มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมความสามารถในการเข้าถึงให้กับลูกค้าได้มากขึ้น มีการเชื่อมโยงลูกค้าและผู้ให้บริการด้วย Video Call ที่เข้ามาช่วยทั้งในด้านการขายและการบริการ และทำให้สามารถทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้นด้วย ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้น MTL จึงมองเห็นโอกาสในการนำเสนอสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นด้วย
“วันนี้ช่องทางหลักของประกันชีวิตยังเป็นเรื่องของ “คน” เราจึงพัฒนา Video Platform ที่เรียกว่า MTL Connect ขึ้นมา เพื่อช่วยให้ตัวแทนทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น เรามีแผนจะบูมในเรื่องของช่องทางตัวแทน เราจึงต้องติดอาวุธให้เขาต้องรีสกิลเพื่อยกระดับทักษะการทำงานโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ซึ่งเมืองไทยประกันชีวิตมีการพัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อยกระดับด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช่ บริการที่ใช่ และช่องทางการขายที่ใช่ที่มีความเหมาะสม เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงประกันชีวิตได้ง่ายยิ่งขึ้นในแบบที่เป็นตัวเองอย่างเท่าเทียมกัน และยังครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกบทบาทชีวิต ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งคนตัวเล็ก คนตัวใหญ่ เพราะเราเข้าใจทุกความแตกต่างและความเสี่ยงของแต่ละคน”


2). LIFE มุ่งสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิตของผู้คนทุกกลุ่ม เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการได้อย่างเต็มที่ เมืองไทยประกันชีวิตจึงดำเนินธุรกิจในแบบที่เชื่อมโยงกันอย่างครบด้าน ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพเพื่อส่งมอบความคุ้มครองให้กับลูกค้าและคนที่รัก การส่งเสริมการดูแลสุขภาพที่ดีเพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย การรักษาที่ครอบคลุมตรงจุด และสิทธิประโยชน์สำหรับทุกไลฟ์สไตล์
โครงการเหล่านี้เชื่อมโยงและเอื้อให้ทุกคนทั้งลูกค้าของบริษัทฯ และประชาชนทั่วไปสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เช่น การใช้แอปพลิเคชัน MTL Fit เพื่อเก็บข้อมูลการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ พร้อมสะสมคะแนนเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์อย่างการแลกเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันสุขภาพ หรือเมื่อลูกค้าจ่ายเบี้ยประกันภัยนอกจากจะได้รับความคุ้มครองสุขภาพตามแผน การจ่ายเบี้ยประกันภัยดังกล่าวยังถูกนำไปคำนวณเป็นคะแนน Smile Point เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษต่างๆ จากเมืองไทยสไมล์คลับ และบริษัทฯ ยังมีสถานพยาบาลในเครือข่ายมากกว่า 860 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ตามที่ตัวเองต้องการ

คุณสาระ ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน คือการประสานความยั่งยืนให้เป็นหนึ่งเดียวกับการดำเนินธุรกิจในทุกๆ วัน โดยธุรกิจหลักของ MTL เป็นเรื่องของประกันชีวิตจึงทำให้ความยั่งยืนแรกในมิติสังคมเกี่ยวข้องกับประกันชีวิตโดยตรง
“เราจึงมุ่งสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกคน (Democratize Insurance) เช่น การขยายอายุรับประกันภัยสำหรับแบบประกันภัยหลักๆ ถึง 90 ปี ให้ความคุ้มครองต่อเนื่องสูงสุดถึงอายุ 99 ปี หรือการพัฒนาแบบประกันภัยสำหรับคนที่เข้าไม่ถึงแบบประกัน ด้วยข้อจำกัดทั้งด้านอายุ หรือโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ หรือไหวแค่ไหนเราก็ออกแบบให้เข้าถึงได้เพื่อสร้างความอุ่นใจ โดยไม่เป็นภาระ รวมถึงการเข้าถึงความคุ้มครองและสุขภาพที่ดีในรูปแบบใหม่ๆ ตามสภาวะโลกที่เปลี่ยนไป เช่น การเพิ่มช่องทางขายใหม่อย่าง LINE BK และการเชื่อมต่อผ่าน MTL Fit Reward เป็นต้น”
ด้วยการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ส่งผลให้แผนการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มที่กำหนดไว้ มีการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยเติมเต็มทั้ง AI, Machine Learning, Automation และ Digital Tools อื่นๆ มาใช้ในทุกกระบวนการทั้งการขาย การพิจารณารับประกัน การพิจารณาสินไหม ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ เพื่อตอบโจทย์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทางการขายและเจ้าหน้าที่บริการ ทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นและเป็นการมอบความสุขในทุกรูปแบบของผู้คนทุกกลุ่มในทุกช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพนักงานภายในองค์กร พาร์ทเนอร์ ลูกค้า ไปจนถึงผู้คนในสังคม

นอกจากนี้ ในมิติเรื่องสิ่งแวดล้อม เมืองไทยประกันชีวิตเปิดโอกาสให้ลูกค้า Unit-Linked สามารถลงทุนในสินทรัพย์สีเขียว ได้แก่ ตราสารหนี้สีเขียว (Green Bond) ตราสาร ESG (ESG Bond) และตราสารส่งเสริมความยั่งยืน พร้อมปลูกฝังวัฒนธรรมสีเขียวให้แก่พนักงานในองค์กร อาทิ การแยกขยะ การลดใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง การลดใช้กระดาษผ่านกระบวนการดิจิทัลต่างๆ การเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น เพื่อขยายผลสู่สังคมในวงกว้างต่อไป
“เพื่อการเป็น TRUSTED Lifetime Partner เมืองไทยประกันชีวิตจึงยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างแท้จริง” คุณสาระกล่าว