SC Asset เป็นดีเวลลอปเปอร์ที่อยู่คู่ไทยมานานจนปีนี้ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 กลายเป็นเบอร์ต้นๆ ในธุรกิจอสังหาฯ ไม่เพียงแต่ในฐานะเจ้าตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมเท่านั้น แต่ยังเป็นเจ้าแห่งนวัตกรรมด้วยการพัฒนาแบบบ้านซีรีส์ใหม่ๆ ออกมาอยู่ตลอดเวลาเพื่อรองรับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป จึงไม่แปลกใจว่าทำไมโปรดักต์ของ SC Asset จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทุกครั้งที่เปิดตัวโครงการใหม่ จนเรียกได้ว่ามียอดขายเติบโตสวนทางกับตลาดรวมที่อยู่อาศัยแนวราบติดลบในปีที่แล้ว และเป็นที่มาที่ทำให้ SC Asset คว้ารางวัลพิเศษ Innovation Brand Award จากผลสำรวจ 2024 Thailand’s Most Admired Brand

คุณณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ หัวหน้าสายงานการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เอ่ยถึงความสำเร็จของกลุ่มบ้านเดี่ยวว่า ปีที่แล้วเป็นปีที่ SC Asset เปิดโครงการบ้านเดี่ยวมากถึง 22 โครงการ เนื่องจากต้องการเข้าไปเติมซัพพลายที่ลดลงในปี 2022 ซึ่งเป็นปีที่มีดีมานด์เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
“แม้ปีที่ผ่านมา ตลาดบ้านเดี่ยวติดลบประมาณ 5% แต่สำหรับ SC Asset ยังคงเติบโต โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป โดยมีไฮไลท์อยู่ที่โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ซึ่งฟีดแบ็ค ดีมากจากฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา สามารถทำโรงจอดรถแบบปิด หรือ Automatic Garage และโครงการ 95E1 แบรนด์ใหม่ล่าสุดมูลค่าเริ่มต้น 100 ล้านบาท มาจากความแตกต่างที่เราให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยด้วยฟังก์ชั่นพิเศษที่เหนือกว่าโครงการทั่วไป เช่น Supercar Garage สามารถจอดรถในบ้านแบบติดแอร์, Man Cave Area พื้นที่พักผ่อนที่เชื่อมกับ Supercar Garage และสระว่ายน้ำในบ้าน รวมถึง Rooftop Garden เป็นต้น”
ที่มาของแบบบ้านและฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ SC Asset ถูกพัฒนาโดยมีลูกค้าเป็นสารตั้งต้น ซึ่งในเรื่องนี้ คุณณัฏฐกิตติ์อธิบายว่า SC Asset เป็นองค์กรที่ใช้วงกลม 3Cs Model เวลาทำสินค้าไม่ต่างไปจากที่บริษัทอื่นใช้ ประกอบไปด้วย Competitor / Company / Consumer เพียงแต่ว่าสัดส่วนของ C ในแต่ละบริษัทอาจกำหนดไว้ไม่เท่ากัน สำหรับ SC Asset จะให้ความสำคัญกับวงกลม Consumer ให้มีขนาดใหญ่ที่สุด ผ่านการทำโฟกัสกรุ๊ป ตรวจสุขภาพแบรนด์ จนถึง Product Test หาอินไซต์อย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อทำสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด
ภายในวงกลมของ Consumer นั้น SC Asset ยังเจาะลึกถึงเซ็กเม้นต์ลูกค้า เป็นที่มาของการทำโปรดักต์ไลน์อัพใหญ่ๆ 2 ประเภท นั่นคือ Home for All บ้านสำหรับทุกคนที่อยู่อาศัยด้วยกันได้ และบ้านเฉพาะกลุ่ม ภายใต้คอนเซ็ปต์ One size doesn’t fit all หลังพบข้อมูลจากการวิจัยว่า แต่ละคนมีไลฟ์สไตล์และความชอบไม่เหมือนกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อให้คนในองค์กรมีความสุข และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อลูกค้า
“ปี 2018 เป็นปีที่ SC Asset เริ่มเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรภายใต้ 4Cs ประกอบด้วย Care ใส่ใจ / Continuous Improvement พัฒนาต่อเนื่อง / Courage กล้าคิด กล้าทำ / Collaboration ทั้งภายในองค์กรโดยทำงานข้ามแผนกและภายนอกองค์กรด้วยการ Co-creation กับลูกค้าและพาร์ทเนอร์อย่าง IDEO Tokyo ในโปรเจ็กต์ Design Thinking”
นี่เองที่ทำให้ SC Asset เป็นแบรนด์ที่บุกเบิกสิ่งใหม่เสมอ ตั้งแต่ออกแบบฟังก์ชั่นสำหรับผู้สูงอายุ (Elder care) ราวจับ ประตูกว้าง บ้านดีไซน์นอร์ดิก และบ้านที่เป็น Semi-Outdoor อย่าง LANAI SERIES ระเบียงนอกบ้านที่ยังมีหลังคาปกคลุมสามารถใช้งานได้เหมือนกับพื้นที่ภายในบ้านทั้งยังได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีบ้านคนโสดในซีรีส์แรก ต่างจากบ้านเดี่ยวทั่วไปตรงที่จำนวนห้องน้อยลงแต่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ต่อยอดสู่การพัฒนาบ้านเกมเมอร์ สายอาชีพของคนรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง
“กลุ่มคนบางกลุ่มมีความต้องการที่ไม่เหมือนใคร ดังนั้นบ้านแบบ Home for All อาจจะไม่ตอบโจทย์ เราจึงนำความต้องการของกลุ่มนี้มาพัฒนาและบุกเบิกตลาดนี้ตั้งแต่ 5 ปีก่อน แม้มาร์เก็ตไซส์จะไม่ได้ใหญ่มาก แต่เราก็ไม่เคยมองข้ามพร้อมทุ่มเทพัฒนา โปรดักต์เพื่อลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ จนกระทั่งปัจจุบันกลุ่มนี้เริ่มใหญ่ขึ้น ถือเป็นความภูมิใจว่าเรามาถูกทางแล้ว”

ปีนี้ SC Asset คิดค้นนวัตกรรมต่อเนื่องด้วยบ้าน Introvert-Extrovert โดยบ้าน Introvert จะมีการเพิ่มมุมต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อให้ลูกบ้านสามารถชาร์จแบตจากการทำงานที่บ้านได้ในหลายบรรยากาศ ในขณะที่บ้าน Extrovert มีไฮไลท์อยู่ที่ Rooftop รองรับงานสังสรรค์ และออกแบบในลักษณะ Open Plan ไม่แบ่งเซคชั่นของห้องเยอะเพื่อให้ทุกคนสามารถจอยกันได้และอีกหนึ่งไฮไลท์ของปีนี้ก็คือบ้านแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แฟลกชิพโปรดักต์ที่ SC Asset พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวบ้านซีรีส์ใหม่อย่าง Mediterranean Refinement Series โดยมีการออกแบบเพิ่มสวนคอร์ดยาร์ดกลางบ้านให้ความรู้สึกรื่นรมย์ผ่อนคลายยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ SC Asset วางตัวเองเป็น Living Solutions Provider ดังนั้นนวัตกรรมจึงไม่ได้มีแค่ Design Solutions เท่านั้น แต่ยังมี Construction Solutions สร้างบ้านให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน SC Asset และ Tech Solutions โดยปัจจุบันเป็นเจ้าของ 31 เทคโนโลยี และอีก 7 เทคโนโลยีใหม่ที่จะมาเติมเต็มในปีนี้ อาทิ การนำเทคโนโลยี AI ต่อเชื่อมกับกล้องวงจรปิดภายในระบบ Command Centre เพื่อตรวจจับความผิดปกติภายในหมู่บ้าน, พัฒนา Ruejai Intelligence ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ลูกค้า คู่ค้า และพนักงาน เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น และออก Utility Token “Mornings Coin” ใช้สำหรับเป็นส่วนลด หรือแลกซื้อสินค้า-บริการในลักษณะ Curated Experience ที่พิเศษสุดๆ
และแม้ว่าอสังหาปีนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนสูง ต้นทุนสูง ดอกเบี้ยสูง เศรษฐกิจชะลอตัวท่ามกลางการแข่งขันของปลาใหญ่กินปลาใหญ่กว่าก็ตาม แต่คุณณัฏฐกิตติ์ มองว่าจะเป็นโอกาสขององค์กรที่มีนวัตกรรม โดยอาศัยความได้เปรียบนี้คิดค้นและพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ ให้โดนใจลูกค้า
ซึ่งเป็นงานถนัดของ SC Asset อยู่แล้วตามแบบฉบับการอยู่อาศัย “Worry-Free Home” ยกการจัดการทุกอย่างเรื่องบ้านไว้ให้ SC Asset เพื่อเอาเวลาไปสร้างความสุขให้ตัวเองและครอบครัว