ย้อนกลับไปช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ธุรกิจไอทีเติบโตแบบก้าวกระโดด ปัจจัยหลักเกิดจากการปรับรูปแบบการทำงานมาเป็นรูปแบบ Work from Home เพื่อรักษาระยะห่างตามมาตรการของรัฐ หากแต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายธุรกิจไอทีก็กลับเข้าสู่โหมดทรงตัว อย่างไรก็ตามแม้ตลาดโดยรวมจะมีความท้าทาย แต่ความแข็งแกร่งในด้านการพัฒนาสินค้านวัตกรรม รวมถึงการบริการที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคส่งให้ “เอเซอร์” ยังคงเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภค และได้รับการโหวตให้มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 จากผลวิจัย 2024 Thailand’s Most Admired Brand หมวดผลิตภัณฑ์ IT และดิจิทัล กลุ่มคอมพิวเตอร์พกพา
“มีหลายองค์ประกอบมากที่ทำให้เอเซอร์ยังเป็นที่ชื่นชอบและครองใจผู้บริโภค การเข้ามาทำการตลาดเมื่อ 30 ปีก่อนถือเป็นยุคแรกที่ไอทีเข้ามามีบทบาท เรามีเป้าหมายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้า และการบริการหลังการขาย เรามีศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน มีคลังสินค้าและอะไหล่ไว้พร้อมบริการ รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้ทีมทำงาน เพื่อการบริหารจัดการธุรกิจที่ตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้บริโภคและบริการต่างๆ เมื่อ Ecosystem พร้อม ทำให้ผู้บริโภคมี Solution ในการแก้ปัญหา ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์เอเซอร์อย่างต่อเนื่อง เพราะเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในธุรกิจไอทีไม่แตกต่างกันมากนัก สิ่งที่สร้างความแตกต่างจึงเป็นเรื่องของโครงสร้างความพร้อม เพื่อมอบการบริการที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค” คุณนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวถึงปัจจัยความสำเร็จของเอเซอร์
ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา คุณนิธิพัทธ์มองว่าเป็นเรื่องของการปรับองค์กรให้เข้ากับยุคสมัยในมิติต่างๆ ทั้งมิติของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มใหม่ๆ อย่าง Aspire Vero ที่มีจุดเด่นในแง่ของการนำวัสดุรีไซเคิลมาเป็นส่วนประกอบของสินค้าเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมตลาด Green เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไอทีไม่แค่เฉพาะกับผู้บริโภคทั่วไป แต่กับลูกค้ากลุ่มองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชนที่นับวันจะให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนก็เป็นอีกความท้าทาย ถ้านโยบายต่างๆ ปลดล็อกทิศทางที่เอเซอร์กำลังมุ่งสู่ตลาด Green จะสามารถสร้างข้อได้เปรียบที่เหนือคู่แข่งได้ไม่ยาก

ในมิติของการทำงานเอเซอร์ได้แยกบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจเฉพาะอีกหลายบริษัทตามแนวทาง Multiple Business Engine โดยแยกออกมาเป็นธุรกิจนอน-ไอที เช่น บริษัท ไฮพอยท์ เซอร์วิส เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่ให้บริการตรวจสอบซ่อมแซมและบำรุงรักษาภายใต้เอเซอร์กรุ๊ป บริษัท อัลทอส คอมพิวติ้ง จำกัด ที่ให้บริการด้านโซลูชั่นฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และเซอร์วิสสำหรับเอ็นเตอร์ไพรส์ เอเซอร์เพียว กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ Home Appliance รวมถึงเอเซอร์ ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ อิงค์ ที่เข้ามาทำตลาดในไทยร่วมกับพาร์ตเนอร์กว่า 3 ปี เพื่อช่วยต่อยอดให้ธุรกิจด้านเทคโนโลยี นำเสนอโซลูชันด้านความปลอดภัยไซเบอร์แก่องค์กรธุรกิจครอบคลุมทุกภาคส่วน และในอนาคตอันใกล้กำลังจะเปิดเพิ่มอีกหนึ่งบริษัทโดยจะทำตลาดในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเกมมิ่งดีไวซ์ เพื่อต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจเอเซอร์
“การวางทิศทางที่ชัดเจนในการสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งองค์กร พนักงาน พาร์ทเนอร์ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Vero ที่ใช้วัสดุรักษ์โลกมากขึ้น ถือเป็นทิศทางที่เรากำลังจะมุ่งไปข้างหน้า เราไม่ต้องการทำเรื่องความยั่งยืนตามกระแส แต่ต้องการให้เรื่องนี้อยู่ในทิศทางการดำเนินธุรกิจของเอเซอร์ เราตั้งเป้าชัดเจนที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์กลุ่ม Vero อย่างน้อย 15% และขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากผลิตภัณฑ์ที่เป็นโน้ตบุ๊ค มอนิเตอร์ ไปจนถึงสินค้าอื่นๆในกลุ่มนอน-ไอที เช่น เครื่องฟอกอากาศ โปรเจคเตอร์ เป็นต้น เมื่อมีเป้าหมายและทิศทางที่เราจะไปชัดเจน พนักงานก็มีส่วนในการผลักดันจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร เชื่อมโยงเรื่องงานกับเรื่องใกล้ตัวที่เกิดขึ้นในโลกซึ่งส่งผลกับแต่ละคนเช่นกัน”
ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ของเอเซอร์ จะเดินบนแนวคิดที่ว่าด้วย GG ซึ่งคุณนิธิพัทธ์อธิบายว่า มาจากภาษาคนเล่นเกมที่แปลว่า Good Game แต่ GG ของเอเซอร์จะหมายถึง Go Green และ Go Game
“สำหรับ Go Green ทำอย่างไรที่จะให้ทั้งผลิตภัณฑ์ กิจกรรม และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรจากภายในสู่ภายนอกเป็นไปในแนวทางรักษ์โลก อีกส่วนคือ Go Game เนื่องจากเกมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้ตลาดไอทีในปัจจุบันเติบโต ตลาดเกมยังแข็งแกร่ง หากมองการเติบโตของคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊คในเกมเซกเมนต์ ต้องบอกว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่มเกมสร้างรายได้ให้เอเซอร์กว่า 30% และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐวางทิศทางในการสนับสนุนเรื่องของ E-Sport ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ทั้ง 2 เรื่องนี้จะเป็นกลยุทธ์สำคัญของเราในปีนี้ โดยเราจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่มาเติมเต็ม Line Up ทั้งส่วนของ Green และส่วนของ Game เช่น จอสามมิติที่เหมาะกับกลุ่มที่เป็นนักพัฒนาเกม แม้กระทั่งในมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับเกม เป็นต้น”


อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนมองว่าตลาดไอทีเริ่มอิ่มตัว แต่คุณนิธิพัทธ์ มองว่าตลาดไอทีจะไม่ได้นิ่งไปตลอด วันหนึ่งเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาก็จะกระตุ้นให้ตลาดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาของเทคโนโลยี AI ซึ่งอาจจะเข้ามาปลุกตลาดไอทีให้คึกคักอีกครั้ง ล่าสุดเอเซอร์เพิ่งเปิดตัวโน้ตบุ๊ค Acer Swift Series รุ่นล่าสุด Acer Swift Go 14 และ Acer Swift Go 16 นำเสนอคุณสมบัติของ AI ที่ล้ำสมัยขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra ที่มี Intel® AI Boost (NPU) หน่วยประมวลผล AI และกราฟิก Intel® Arc™ ปลดล็อกศักยภาพ AI ที่เหนือชั้นด้วย AcerSenseTM, Acer Purified ViewTM, Acer Purified VoiceTM และ Acer Live Art ฟีเจอร์ AI จากเอเซอร์ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน
“หน้าที่สำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและสร้างความเชื่อมั่นให้เอเซอร์ยังคงเป็นแบรนด์ Top of Mind ของผู้บริโภค คือการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย และมองหานวัตกรรมใหม่ที่จะเข้ามาปลุกตลาดไอทีเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่จะมีอิทธิพลต่อตลาดในอนาคต”