อาหารท้องถิ่นจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เรียกได้ว่าเป็นเคล็ดลับความนัวในหลายเมนู และเป็นที่คุ้นเคยของหลายๆ คนในชื่อของ “น้ำปลาร้า” ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอาหารพื้นบ้าน แต่ตลาดน้ำปลาร้ามีการเติบโตถึงหลักพันล้าน มีผู้ประกอบการหลายราย และมีการเติบโตในตลาดสากลอย่างน่าสนใจ ส่งผลให้ตลาดน้ำปลาร้าทุกวันนี้มีการแข่งขันที่ดุเดือด เสมือนอยู่ในน่านน้ำสีแดง (Red Ocean)
ท่ามกลางการดำเนินธุรกิจในทะเลสีเลือดเป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะสร้างความโดดเด่นจากคู่แข่ง และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค แต่น้ำปลาร้า “แม่บุญล้ำ” แบรนด์ที่มีจุดแข็งสำคัญในเรื่องรสชาติและคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ คำนึงถึงความสะอาดและหลักอนามัยอยู่เสมอตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจ ปัจจัยเหล่านี้ผลักดันให้น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำได้รับความน่าเชื่อถือและครองใจผู้บริโภคจากผลสำรวจ 2024 Thailand’s Most Admired Brand ไว้ได้สำเร็จ

คุณพิไรรัตน์ บริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด กล่าวถึงการแข่งขันในปัจจุบันว่า ผู้ประกอบการกระโจนเข้ามาเล่นในตลาดน้ำปลาร้าสูงขึ้น ทั้งเปิดโรงงานและเปิดแบรนด์ของตัวเอง หรือในแง่การทำการตลาดในไทยและการส่งออกต่างประเทศก็มีมากขึ้นเช่นกัน
“ผู้เล่นบางรายอาจจะชูจุดเด่นในเรื่องของราคาขึ้นมา แต่เราจะยังคงยึดคุณภาพและความสะอาดของน้ำปลาร้าเป็นสำคัญ โดยใช้ความรู้ความสามารถ ที่เรามีรักษามาตรฐานเหล่านี้ไว้ แม้จะมีการแข่งขึ้นที่สูงขึ้นในด้านต่างๆ ก็ตาม”
หากมองย้อนไปการเข้าถึงน้ำปลาร้าที่สะอาด ถูกหลักอนามัย อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้บริโภค แต่ปัจจุบันสามารถสังเกตเห็นผลิตภัณฑ์น้ำปลาร้าบนชั้นวางของซูเปอร์มาร์เก็ตได้ทั่วไปแล้ว โดยแม่บุญล้ำเรียกได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกรายแรกๆ ในการลงมาเล่นช่องทางดังกล่าว จากเดิมทีที่เป็นสินค้า OTOP ได้พัฒนาช่องทางกระจายสินค้าเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นสู่การจัดจำหน่าย Modern Trade ครอบคลุมทั้งร้านสะดวกซื้อ 7- Eleven, โลตัส, แม็คโคร หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น รวมไปถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์รูปแบบ Owned Media ผ่าน LINE Official และเพจ Facebook หรือบน E-Marketplace ต่างๆ ที่คู่ค้าของแบรนด์ได้นำไปลงจำหน่าย ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมายังได้มีการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มีการเพิ่มช่องทางตั้งแต่ระดับอำเภอไปจนถึงระดับภูมิภาคเพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ทั่วไทยได้
“อีกปัจจัยที่ส่งผลให้เราได้รับความไว้ใจจากผู้บริโภค คือสินค้าของเราง่ายต่อการเข้าถึง เนื่องจากเราสามารถกระจายสินค้าไปได้ทั่วประเทศ ทำให้มีช่องทางในการจัดจำหน่ายครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภค”
ที่น่าสนใจ คือการดำเนินงานด้าน CRM เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริโภคของแบรนด์ ที่แม่บุญล้ำดำเนินงานผ่านการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ในงานแสดงหมอลำของคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ โดยเข้าไปร่วม Activate ภายในงาน เช่น ตั้งบูธจัดกิจกรรม ให้คนที่มาร่วมงานได้ทำความรู้จักและมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ ส่งผลให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ และทำให้พวกเขามี Experience กับแบรนด์ จนนำมาซึ่งยอด Engagement ที่น่าพึงพอใจ อีกทั้งยังได้คืนกำไรให้กับผู้บริโภคผ่านแคมเปญต่างๆ ในแต่ละเทศกาล โดยให้ผู้บริโภคส่งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร เข้ามาร่วมลุ้นชิงรางวัล เช่น รถจักรยานยนต์, รถยนต์, สร้อยคอทองคำ เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้มีผู้เข้ามาร่วมสนุกเป็นจำนวนมากถือว่าได้รับความสนใจจากประชาชนไปไม่น้อย
อีกทั้งยังทำการสื่อสารให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์น้ำปลาร้าไม่ได้เป็นเครื่องปรุงสำหรับอาหารอีสานเท่านั้น แต่น้ำปลาร้าสามารถนำมาใช้ประกอบเมนูอาหารไทยภาคอื่นๆ หรือเมนูอาหารต่างประเทศได้เช่นกัน โดยร่วมมือกับเชฟ Influencer ส่งมอบไอเดียในการประกอบอาหารด้วยการใช้น้ำปลาร้าให้แก่ผู้บริโภค จะสังเกตได้ว่าการดำเนินงานส่วนนี้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการขยายตลาดน้ำปลาร้าให้แผ่ขยายออกไปสู่วงกว้างได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
“เราอยากให้ผู้บริโภคสามารถนำน้ำปลาร้าของเราไปประกอบอาหารที่หลากหลายได้มากยิ่งขึ้น โดยดึงเชฟชื่อดังเข้ามาช่วยในการรังสรรค์เมนูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และสื่อสารไปยังผู้บริโภคผ่าน TVC และ YouTube Channel ของเรา”
ล่าสุดร่วมมือกับเชฟเป่าเป้ Masterchef Thailand ขยายจักรวาลเมนูอาหารโดยใช้น้ำยำปลาร้า ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แม่บุญล้ำได้พัฒนาให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงความแซ่บ สะดวก สะอาด ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเชิงลึกที่แม่บุญล้ำ ได้เก็บข้อมูลจากผู้บริโภคมาว่า ทุกวันนี้ผู้คนต้องเผชิญกับภาวะความเครียดและความเร่งรีบในชีวิตประจำวันจากการทำงาน จึงต้องการอาหารที่อร่อย ถูกสุขลักษณะ และสามารถประกอบเพื่อรับประทานได้อย่างรวดเร็ว ทางแบรนด์จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยำปลาร้าให้ผู้บริโภคสามารถนำไปปรุงอาหารที่แซ่บและอร่อยได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเยียวยาจิตใจไม่ว่าผู้บริโภคจะอยู่ในอารมณ์ใดก็ตาม

ทั้งนี้ ยังพบว่าผู้บริโภคบางกลุ่มมีความต้องการปลาร้าที่มีลักษณะเป็นตัว เพื่อนำไปประกอบอาหารอื่นๆ เช่น ปลาร้าปลานิลที่นึ่งสุก บรรจุในถุงซีลเรียบร้อย ให้ผู้บริโภคนำไปปิ้ง ย่าง ทอด เป็นปลาเค็มรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือปลาร้าจากปลาสร้อย / ปลากระดี่ปลาตัวเล็กทั้งหลาย ที่นำมาบรรจุกระปุก ซีลฝาอะลูมิเนียมปิดสนิท เพื่อความสะอาด ถูกหลักอนามัย สามารถนำมาใช้ชูรสชาติอาหารบางอย่างเพราะปลาลักษณะนี้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นของการทำเมนูที่ใช้ปลาร้าเป็นส่วนประกอบหลายเมนู และผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ยังมีข้อดีคือสามารถเก็บได้นานอีกด้วย
“ปลาร้าที่มาในรูปแบบเป็นตัวเหมาะสำหรับผู้บริโภคบางคนที่ต้องการประกอบอาหารโดยใช้ปลาเป็นตัวในการทำอาหาร เพราะวัตถุดิบลักษณะนี้เปรียบเสมือนสารตั้งต้นของอาหารที่ใช้ปลาร้าเป็นส่วนประกอบ เช่น หลนปลาร้า แจ่วบอง เป็นต้น” คุณพิไรรัตน์ กล่าว
ในส่วนแผนการดำเนินงานปีนี้ แม่บุญล้ำเผยจะเน้นศึกษาตลาดมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เท่าทันความต้องการของผู้บริโภคและสื่อสารกับ ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นเครื่องปรุงประจำครัว สิ่งที่ทางแบรนด์ยึดถือมาตั้งแต่เริ่มธุรกิจและจะยังคงผลักดันเรื่องนี้ต่อเนื่องให้ผู้บริโภคได้รับรู้โดยทั่วกันมากยิ่งขึ้น รวมถึงสร้าง Brand Love ผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้ง Offline และ Online เพื่อผูกมัดใจแฟนคลับ ไม่เพียงเท่านั้นในเรื่องคุณภาพแผนงานของปีนี้ คือแบรนด์แม่บุญล้ำตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพสินค้าสู่ Global Standard อีกด้วย


สุดท้ายนี้ แม่บุญล้ำพร้อมเดินหน้าตอกย้ำเรื่องของการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพและรสชาติดี เพื่อสามารถส่งมอบความสุขและคงไว้ซึ่งความเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคเป็นอันดับ 1 ไว้ให้ได้ โดยอาศัยโมเดล 4 ล้ำ ซึ่งประกอบไปด้วย 1) ล้ำในเรื่องรสชาติ ตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพจนได้มาซึ่งน้ำปลาร้ารสชาติดี 2) ล้ำในเรื่องเทคโนโลยี การทำ Automation เพื่อควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ 3) ล้ำในเรื่องแนวคิดการพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน และ 4) ล้ำในเรื่องการพัฒนาชุมชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต
“การพัฒนาชุมชนเป็นสิ่งที่เราถือปฏิบัติมาโดยตลอด เนื่องจากเราตระหนักเห็นความสำคัญของชุมชนที่นับว่าเป็น Partner ผู้คอยส่งวัตถุดิบอย่าง “ปลา” วัตถุดิบหลักในการทำน้ำปลาร้าให้กับเราตลอดมา ทางแม่บุญล้ำจึงดำเนินงานทางด้านสังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่ห่างไกล เช่น รพ.เกาะเต่า สุราษฎร์ธานี รพ.เทิง เชียงราย และโรงพยาบาลเต่างอย สกลนคร นอกจากนี้ ได้สนับสนุนเยาวชนให้เล่นกีฬาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต การร่วมปลูกป่ากับชุมชน รวมไปถึงการสนับสนุนด้านคุณธรรม-จริยธรรมในกิจกรรมบวชสามเณรอีกด้วย”