นับตั้งแต่วันที่ประเทศไทยเริ่มประสบปัญหามลพิษจากฝุ่น PM 2.5 ผู้บริโภคจำนวนมหาศาลเริ่มมองหาตัวช่วยสำหรับสู้ฝุ่น นั่นก็คือเครื่องฟอกอากาศ ในขณะนั้นเองก็มีแบรนด์ใหม่ๆ อีกมากมายลงเล่นในตลาดเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีที่ผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มขึ้น แต่ถ้าพูดถึงแบรนด์เครื่องฟอกอากาศที่คนทั่วโลกให้ความไว้วางใจ ทุกคนจะนึกถึง “ชาร์ป” เป็นแบรนด์แรก ด้วยเทคโนโลยี “พลาสม่าคลัสเตอร์” ที่มีเฉพาะในชาร์ปเท่านั้น
จากการพัฒนานวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศของชาร์ป ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภคนานกว่า 20 ปี ประกอบกับประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ดีจนต้องซื้อซ้ำและบอกต่อ ทำให้ปีนี้ ชาร์ป ไทย คว้ารางวัลครองใจผู้บริโภคจากผลสำรวจ 2024 Thailand’s Most Admired Brand หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มเครื่องฟอกอากาศ ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 (2020-2024)
ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยที่ทำให้ชาร์ปสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด คือการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนถึงช่วงที่การแพร่ระบาดเบาบางลงก็ไม่ได้ทำให้กระแสรักสุขภาพของผู้บริโภคหายไป ประกอบกับปริมาณฝุ่น PM 2.5 ที่นับวันยิ่งหนาตา ตลาดเครื่องฟอกอากาศจึงขยายตัวตามความต้องการของผู้บริโภค แต่เทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์จากชาร์ปยังคงได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมาจนถึงปัจจุบัน
เพราะเรื่องง่ายๆ แต่ละเอียดอ่อนอย่างอากาศไม่ใช่เรื่องที่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป นี่จึงเป็นโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองของชาร์ปว่าเป็นเครื่องฟอกอากาศที่มีศักยภาพโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นในท้องตลาด เนื่องจากสามารถปล่อยประจุไอออนทั้งบวกและลบ แบบเดียวกับที่พบในธรรมชาติ พิสูจน์แล้วว่าช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมถึง COANDA Airflow ที่ทำให้มั่นใจว่าอากาศสะอาดไหลเวียนทั่วถึงทุกมุมห้อง ซึ่งลูกค้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดีจริง

“ชาร์ปพัฒนาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องฟอกอากาศอยู่เสมอ จากจุดเริ่มต้นที่สามารถปล่อยได้ 7,000 ไอออน/ลบ.ซม. ปัจจุบันสามารถปล่อยได้สูงถึง 50,000 ไอออน/ลบ.ซม. ยิ่งความเข้มข้นประจุไอออนสูงขึ้น ประสิทธิภาพในการลดเชื้อไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย สารก่อภูมิเพ้ รวมไปจนถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ยิ่งดีขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีผลวิจัยรับรองประโยชน์ของพลาสม่าคลัสเตอร์ที่ทำให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้น ลดการเกิดไฟฟ้าสถิต รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของสมองให้มีสมาธิระหว่างเรียน ขับรถ และการออกกำลังกายอีกด้วย” คุณชูเฮย์ อาราอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด กล่าว
ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้ ชาร์ปประสบความสำเร็จในตัวเลขยอดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศมากกว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก เป็นตัวเลขที่นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงความพึงพอใจในการใช้งานจากลูกค้าแล้ว ยังหมายถึงการเป็นที่ยอมรับในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม โรงพยาบาล รถไฟฟ้า และพื้นที่ให้บริการสำหรับสาธารณะ เช่น ฟิตเนส คอนโดมิเนียม ที่นำเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์จากชาร์ปเข้าไปดูแลคุณภาพอากาศให้ดีอยู่เสมอ
สามารถกล่าวได้ว่าชาร์ปมีฐานลูกค้าทั้ง 2 กลุ่ม โดยแบ่งสัดส่วนเป็นลูกค้าทั่วไป (B2C) 80% และลูกค้าองค์กร (B2B) 20% ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 25% แม้ว่าตลาดเครื่องฟอกในปัจจุบันจะมีผู้เล่นหน้าใหม่กระโดดเข้ามาจำนวนมาก ทว่าแบรนด์ที่ไม่ผ่านการรับรองคุณภาพสินค้าจะไม่สามารถเติบโตเป็นผู้เล่นหลักในตลาดนี้ได้ ซึ่งเครื่องฟอกของชาร์ปนั้นมีผลการวิจัยจากสถาบันวิจัยชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกรับรอง และยังผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสินค้าในไทยอีกด้วย
แม้ชาร์ปจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าติดตลาด แต่ยังคงต้องขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ เช่นกัน โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนที่เข้าถึงข้อมูลออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว กล่าวคือผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรีวิวจากการใช้งานจริง ซึ่งนั่นเป็นความท้าทายของชาร์ปในการสร้าง Brand Awareness กับคนรุ่นใหม่ สร้างความตระหนักรู้ในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของมลภาวะทางอากาศโดยการนำเครื่องฟอกอากาศมาใช้ในบ้าน ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไปจนถึงการตอกย้ำว่า “เครื่องฟอกอากาศที่ดี ต้องมีสัญลักษณ์พลาสม่าคลัสเตอร์”
“อีกหนึ่งวิธีการสื่อสารกับผู้บริโภคของชาร์ป คือการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องฟอกอากาศบนเว็บไซต์ทางการของชาร์ปเอง ซึ่งรวบรวมการรับรองจากสถาบันวิจัยต่างๆ ทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน เป็นต้น และผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อใช้เครื่องฟอกอากาศของชาร์ป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคต่อไป” คุณอาราอิ กล่าว

เพื่อสร้างความโดดเด่นจากคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ชาร์ปจึงเดินหน้ายกระดับ Brand Experience โดยมีการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค พบว่าผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์รักษ์โลกมากขึ้น ซึ่งชาร์ปเองให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาโดยตลอด และเพิ่มเติมคือการแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้ผลิต ด้วยการนำวัสดุรีไซเคิลมาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตครั้งต่อไป เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
สำหรับความท้าทายในการรักษาตำแหน่ง Top of Mind ของเครื่องฟอกอากาศชาร์ป คือการทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ที่ยากจะสัมผัส เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจและเห็นภาพชัดเจนขึ้น ชาร์ปจึงนำเสนอคอนเทนต์ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอผ่านสื่อทุกช่องทางทั้งบนเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย รวมไปถึงสื่อหน้าร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย และการอัพเดทผลงานวิจัย ประสิทธิภาพใหม่ๆ ที่ค้นพบจากเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์อย่างสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม เครื่องฟอกอากาศยังคงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลายคนมองว่าไกลตัว แต่ภัยที่เกิดจากมลภาวะทางอากาศนั้นใกล้ตัวกว่าที่คิด ในปีนี้ ชาร์ปจึงมุ่งสร้างสรรค์แคมเปญที่ให้ความรู้ พร้อมเน้นย้ำ Key Message “พลาสม่าคลัสเตอร์ มีเฉพาะในชาร์ป” เพื่อให้ผู้บริโภคทุกช่วงอายุ ตระหนักถึงความสำคัญของเครื่องฟอกอากาศ โดยให้เครื่องฟอกอากาศชาร์ปเป็นผู้ช่วยกรองฝุ่นมลพิษ ช่วยยับยั้งเชื้อโรคต่างๆ สารก่อภูมิเพ้ และลดความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ