ตลาดอีคอมเมิร์ซ ถือเป็นธุรกิจที่มีความเคลื่อนไหวและมีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง โดย “ลาซาด้า” (Lazada) ยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญที่มักสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดอยู่เสมอ และจากผลสำรวจวิจัย 2024 Thailand's Most Admired Brand ครั้งล่าสุด ลาซาด้า ติดอยู่ในอันดับ 1 ในหมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่ม Shopping Online ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคชื่นชอบให้การยอมรับและเชื่อถือมาโดยตลอด
วิสัยทัศน์ของลาซาด้า คือการมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการค้าและเทคโนโลยี ด้วยความเชื่อที่ว่าแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่ง ไม่เพียงแค่สามารถเชื่อมต่อความต้องการของคนหลายกลุ่มได้เท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพในการสนับสนุนแบรนด์และผู้ขายในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตและขยายโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับผู้คนอีกด้วย
ครบเครื่องเรื่องสินค้าและฟีเจอร์โดนใจ ด้วยระบบโครงสร้างที่รองรับอย่างครบครันและครอบคลุม ลาซาด้าจึงสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนต่ออีคอมเมิร์ซอีโคซิสเต็มทั่วภูมิภาคได้ โดยที่ผู้บริโภค แบรนด์ และผู้ขายทุกภาคส่วนให้ความเชื่อมั่น ไว้วางใจ และมีส่วนร่วมได้ ซึ่งเป้าหมายใหญ่ของลาซาด้าคือการให้บริการลูกค้ากว่า 300 ล้านคนทั่วภูมิภาคภายในปี 2030 และมุ่งสร้างสรรค์แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ที่มอบประสบการณ์การช้อปที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคไทย พร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ผ่านการนำเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพเพื่อสร้างคุณค่าแก่ผู้ใช้งานทุกคน

คุณมาริสา ยูนิพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวถึงการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยว่า ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซมีส่วนแบ่งราว 16% จากตลาดค้าปลีกทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่ายังมีโอกาสเติบโตอีกมากเมื่อเทียบกับตลาดโลก โดยรายงาน e-Conomy SEA 2023 จาก Google คาดว่าในปี 2568 ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยจะมีมูลค่าราว 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการขยายตัวของทั้งกลุ่มผู้ใช้งานทั้งในฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ผลักดันให้มีการพัฒนาในด้านต่างๆ ตามความแข็งแกร่งของผู้เล่นแต่ละราย และสิ่งที่ลาซาด้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือการพัฒนาหมวดหมู่สินค้าให้มีความหลากหลาย แต่สิ่งที่เป็นความท้าทายคือเมื่อกลุ่มผู้ซื้อกว้างขึ้นพฤติกรรมในการช้อปปิ้งก็แตกต่างไปด้วย
“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลาซาด้าได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา คือประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานแพลตฟอร์มที่สามารถตอบโจทย์ด้วยสินค้าที่หลากหลายทั้งกลุ่มแฟชั่น บิวตี้ และกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสินค้าขายดีตลอดกาลบนอีคอมเมิร์ซ รวมถึงสินค้าตกแต่งบ้าน และสินค้าในหมวดแม่และเด็ก และอีกเรื่องที่มีความสำคัญ คือการยกระดับการช้อปออนไลน์ให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับคนไทย เราเป็นผู้นำในการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อช่วยให้นักช้อปสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี AI และทำให้นักช้อปเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าของที่จะซื้อตรงกับความต้องการจริงๆ”

ลาซาด้า เปิดตัวฟีเจอร์ Image Search ที่ช่วยให้นักช้อปสามารถค้นหาสินค้าได้ง่ายขึ้น เพียงนำรูปภาพสินค้ามาสแกน หรือเปิดกล้องถ่ายผ่านฟีเจอร์บนแอป ถือเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์กลุ่มนักช้อปสายแฟชั่นที่บางครั้งรู้จักตัวสินค้าแต่ไม่รู้ว่าสินค้าชิ้นนั้นมีชื่อเรียกว่าอย่างไร โดย Image Search เป็นการนำเทคโนโลยีทั้ง Deep Learning, Big Data Analytics และ AI มาใช้ร่วมกัน เพื่อให้นักช้อปสามารถค้นหาสินค้าด้วยรูปภาพได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้งาน Image Search มีสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งปลายปี
ลาซาด้า ยังได้พัฒนาฟีเจอร์ Put in My Home บน LazHome เพื่อช่วยให้นักช้อปทดลองวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแบบเสมือนจริงผ่านนวัตกรรม 3D และ Augmented Reality (AR) ทำให้สามารถเทียบเคียงเมื่อสินค้าไปอยู่ในพื้นที่จริงและสามารถตัดสินใจซื้อได้อย่างมั่นใจ ช่วยให้ร้านค้ามีเครื่องมือในการให้บริการ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า เพื่อการพัฒนาประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีให้แก่ผู้ใช้งานและผู้ขาย

คุณมาริสา กล่าวเสริมว่า ลาซาด้ามีการนำกลยุทธ์ Gamification มาสร้างความสนุกสนานให้กับนักช้อป โดยผ่านกลไกของการเล่นเกม ในขณะเดียวกันยังตอบโจทย์ในการตอบแทนนักช้อปขาประจำผ่านการมอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อทำให้ประสบการณ์ช้อปปิ้งบนลาซาด้ามีทั้งความคุ้มค่าควบคู่ไปกับความสนุกสนานเพลิดเพลิน โดย LazGame เข้าถึงได้ง่ายบนแอป ลาซาด้า สามารถเข้ามาเล่นได้ก่อนหรือหลังช้อป และออกแบบมาให้เล่นสนุก เข้าใจง่าย มีการพิชิตภารกิจที่อยากกลับมาเล่นต่อ
“เราพบว่า ผู้เล่น LazGame ในไทยใช้เวลาบนแอปมากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3 เท่า สะท้อนถึงสิ่งที่เรียกว่า Stickiness หรือการที่ผู้เล่นเกมจะใช้เวลาอยู่บนแอปนานขึ้นจากความเพลิดเพลินนั่นเอง อีกทั้งนักช้อปยังสามารถสะสมเหรียญ (LazCoins) จากการเข้ามาใช้งานแอปในทุกๆ วัน และจากการพิชิตภารกิจบนเกม ซึ่ง LazCoins สามารถนำไปแลกเป็นคูปองส่วนลดได้อีกต่อ ถือเป็นการช่วยสร้างความสนุกสนานและแรงจูงใจในการใช้งานแอปไปพร้อมๆ กัน และโดยตลอดแคมเปญ 12.12 นักช้อปทั้งภูมิภาคสะสม LazCoins ไปกว่า 2.8 หมื่นล้านเหรียญ”
ในส่วนของการสร้างประสบการณ์ที่ดี ที่จะทำให้ผู้ใช้งานกลับมาใช้งานแพลตฟอร์มลาซาด้าเป็นประจำ คือความสะดวกสบายจากบริการขนส่งสินค้าที่รวดเร็ว โดยลาซาด้ามีบริการ “ส่งเร็วพิเศษ” (Priority Delivery) เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2565 ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าภายใน 2 วันทำการ หลังจากวันที่สั่งซื้อสินค้าจากร้านค้า LazMall หรือร้านค้าอื่นๆ ที่เข้าร่วมบริการ ปัจจุบันให้บริการครอบคลุม 23 จังหวัดสำคัญทั่วประเทศ ลาซาด้าพบว่า ลูกค้าที่ได้ใช้บริการส่งเร็วพิเศษมีแนวโน้มที่จะมีความพึงพอใจต่อการซื้อสินค้าชิ้นนั้นๆ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อโดยรวมต่ำลง และทำให้ยอดขายของแบรนด์เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

จุดหมายแรกทั้งเรื่องช้อปและการใช้เวลา
คุณมาริสา ยังมองว่า การให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มและขยายความร่วมมือกับแบรนด์พันธมิตร รวมถึงผู้ขายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลาซาด้าเป็นหนึ่งใน Destination ลำดับต้นๆ ที่นักช้อปออนไลน์นึกถึง โดยลาซาด้ามุ่งสร้าง LazMall ให้แข็งแกร่งจนกลายเป็นช่องทางที่นักช้อปไทยเลือกใช้เพื่อเลือกซื้อสินค้าแท้จากแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งการช้อปออนไลน์กับลาซาด้ามีความพิเศษไม่แพ้การไปช้อปหน้าร้าน จากการได้รับส่วนลดต่างๆ หรือการเชื่อมระบบสมาชิกที่ช่วยให้ลูกค้าขาประจำไม่พลาดสิทธิประโยชน์จากแบรนด์เมื่อช้อปออนไลน์ ส่งผลให้จำนวนผู้ซื้อรายเดือนบน LazMall จากทั่วภูมิภาคเติบโตขึ้นกว่า 3.5 เท่า นับตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2565
ล่าสุด เมื่อเดือนมกราคม 2567 LazMall ได้ขยายความร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทยเป็นปีที่ 2 เพื่อจัดทำแคมเปญ “Italian Pavilion” เป็นการขนทัพสินค้านำเข้ากว่า 50 แบรนด์ดังจากอิตาลีส่งตรงถึงมือนักช้อปชาวไทย ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าแฟชั่น บิวตี้ และสกินแคร์ ตลอดจนของใช้ต่างๆ ทั้งภายในบ้านและนอกบ้าน รวมถึงไฮไลท์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างอาหารและเครื่องดื่ม และนักช้อปยังสามารถเพลิดเพลินกับคูปองส่วนลดมากมายจากแบรนด์ที่ร่วมรายการทุกเดือนตลอดทั้งปีนี้อีกด้วย
ลาซาด้า ยังมองเห็นเทรนด์ที่นักช้อปนิยมแบรนด์ไทยรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา แบรนด์ไทยมักติดอันดับสินค้าขายดีในหลากหลายหมวดหมู่สินค้า ซึ่งแพลตฟอร์มของลาซาด้าช่วยให้แบรนด์เหล่านี้สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมากทั่วประเทศมีการต่อยอดเทคโนโลยีที่ช่วยในการค้นหา (Search Technology) รวมถึงเครื่องมือและโซลูชั่นด้านการตลาดของลาซาด้า ให้เข้ามาช่วยเพิ่มการมองเห็นทำให้นักช้อปค้นพบสินค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงการโปรโมทสินค้าและสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
โดยในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของแคมเปญ 12.12 มี 6 แบรนด์ไทยติดอันดับ 10 สินค้าขายดีในหมวดหมู่แฟชั่น ซึ่งลาซาด้ามีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับแบรนด์ในหลากหลายด้านเพื่อสนับสนุนแบรนด์ไทย เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มลูกค้าเดิม รวมถึงสนับสนุนด้านแคมเปญการตลาดเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับแผนงานในปีนี้ ลาซาด้ายังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ให้เป็นเรื่องง่าย สะดวก และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาช่วยออกแบบประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจง (Personalized) กับลูกค้าแต่ละกลุ่มไปจนถึงรายบุคคล รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพของ AI เพื่อสนับสนุนผู้ขายและแบรนด์ เช่น Artificial Intelligence Generated Content (AIGC) เครื่องมือที่จะช่วยผู้ขายครีเอทคอนเทนต์เพื่อโปรโมทร้านค้า สินค้าและแคมเปญ โดยการปรับ Material ต่างๆ ให้มีความโดดเด่น สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ Smart Product Listing เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขายในการกรอกข้อมูลผลิตภัณฑ์โดยใช้ AI เป็นตัววิเคราะห์และแนะนำการใช้ข้อความที่เหมาะสม เพื่อให้นักช้อปค้นหาสินค้าเจอง่ายขึ้น
คุณมาริสา ย้ำว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซพัฒนาต่อไปได้ คือการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านอีโคซิสเต็มที่แข็งแรง และต้องมั่นใจว่าจะสามารถมอบประสบการณ์และคุณค่าที่ดีที่สุดสำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
“ลาซาด้าจึงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอการมีส่วนร่วมตลอดเส้นทางการช้อป เพื่อให้ประสบการณ์ช้อปปิ้งง่าย สะดวกสบาย และคุ้มค่าในทุกมิติ และช่วยส่งเสริมศักยภาพของผู้ขายให้สามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำพร้อมทั้งสร้างยอดขาย เพื่อให้เติบโตบนแพลตฟอร์มลาซาด้า ในช่วงเวลาที่ตลาดแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” คุณมาริสา กล่าว