แม้จะถูกท้าทายจากผู้เล่นมากหน้าหลายตาในธุรกิจอาหาร ซึ่งนับวันการแข่งขันก็ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้นำร้านอาหารปิ้งย่างอย่าง “บาร์บีคิวพลาซ่า” ยังคงเดินหน้าสร้างแบรนด์ด้วยคุณภาพที่มีมาตรฐานดีขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์พิเศษในทุกวัน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค การใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยจากวันที่เริ่มต้นจนปัจจุบันย่างเข้าปีที่ 37 ไม่เพียงแค่สร้างให้แบรนด์ “บาร์บีคิวพลาซ่า” แข็งแกร่งแต่ยังเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครักและชื่นชอบจนสามารถครองใจผู้บริโภค และถูกเลือกให้เป็นอันดับ 1 จากผลสำรวจ 2024 Thailand’s Most Admired Brand หมวดช่องทางขายสมัยใหม่ ในกลุ่มร้านอาหาร (Chain)
คุณรัฐ ตระกูลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เผยถึงเส้นทางความสำเร็จของ “บาร์บีคิวพลาซ่า” ว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งที่ส่งให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ แต่เป็นความตั้งใจ จริงใจ และทำอย่าง ต่อเนื่องในทุกกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมาตรฐานทั้งคุณภาพของอาหาร บริการ และการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ สู่ผู้บริโภคในแบบ “บาร์บีคิวพลาซ่า” การสร้างแบรนด์ผ่านมาสคอต “บาร์บีกอน” มังกรตัวเขียวซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนแบรนด์ที่ทำหน้าที่สื่อสารแบรนด์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความได้เปรียบจากฐานลูกค้าในระบบ CRM ที่มีอยู่กว่า 2.4 ล้านคน ทำให้สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสร้าง Personalize Benefit ที่โดนใจกับผู้บริโภค

ปีที่ผ่านมา แม้จะเป็นปีที่ธุรกิจร้านอาหารมีการแข่งขันสูง เนื่องจากลูกค้ามีตัวเลือกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสิ่งที่ “บาร์บีคิวพลาซ่า” ทำคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ออกมาตรงกับความต้องการของผู้บริโภค จะเห็นว่าปีที่แล้วเทรนด์หม่าล่าและหมูกระทะมาแรง ในฐานะผู้นำในเรื่องปิ้งย่าง “บาร์บีคิวพลาซ่า” จึงเปิดตัวเมนู หม่าล่าไฟลุก และ Gon กระทะ พร้อมมอบประสบการณ์ทานเมนูใหม่ในร้านให้กับผู้บริโภค รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้มีไดนามิกอยู่ตลอดเวลา เพื่อนำพา “บาร์บีคิวพลาซ่า” ให้เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ผ่านการพูดถึงมุมมองของการ “ทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด” โดยปีที่ผ่านมาทำผ่าน 2 แคมเปญ คืออยู่ด้วยกันก๊อนนน แคมเปญฮีลใจซึ่งเรียกทุกคนกลับมาอยู่กับความสุขในปัจจุบัน กับ พลิก พลิก “ให้ชีวิตอร่อย” ชวนลูกค้าคิดบวกแม้ชีวิตจะพลิกไปมา


Partnership & Licensing ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ทำให้ “บาร์บีคิวพลาซ่า” เปิดประตูเข้าไปหากลุ่มคนใหม่ๆ และสร้างสีสันให้กับกลุ่ม Brand Love โดยเกาะไปกับไลฟ์สไตล์ของผู้คน เช่น แฟชั่น เอนเตอร์เทนเม้นต์ ซึ่งปีที่แล้ว “บาร์บีคิวพลาซ่า” ประสบความสำเร็จกับการจับเทรนด์สตรีทแฟชั่นร่วมมือกับตัวพ่อของวงการอย่าง CARNIVAL เปิดตัวคอลเลคชั่น “Born To Grill” รวมถึงเป็นครั้งแรกกับการจับมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Netflix นำยุค 90’s และความเป็นครอบครัว มาเล่าในเส้นเรื่องเดียวกับซีรีส์ “Analog Squad ทีมรักนักหลอก” โดยชวนทุกคนมาเป็นครอบครัวหลอกๆ เพื่ออัพเกรดสิทธิ์สมาชิกเป็นระดับสูงสุด Family ทันทีในร้าน พร้อมชุดเมนูที่หลายคนคิดถึงในยุค Analog
“ทุกวันนี้แม้ธุรกิจร้านอาหารจะมีคู่แข่งค่อนข้างมาก แต่เราพยายามสร้างความแตกต่างด้วยประสบการณ์ เราพยายามค้นหาว่าลูกค้ารักเราเพราะอะไร ซึ่งก็พบว่าเราเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครู้สึกเป็นกันเอง เราจึงสร้างโมเม้นต์ที่เรียกว่า ฮุกกะ (Hygge) หรือปรัชญาความสุขง่ายๆ ในแบบของคนเดนมาร์ก ประเทศที่มีความสุขมากที่สุด โดยสร้างบรรยากาศร้านที่อบอุ่น เป็นกันเอง มีแสงไฟที่พอดี ลูกค้าเข้ามาแล้วสามารถแชร์โมเม้นต์ความสุขได้แบบไว้ใจกัน การอยู่มานานกว่า 37 ปี จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้ลูกค้ายังรู้สึกถึงความสุขในการมาใช้บริการในร้านเราอยู่เสมอ ทำเรื่องราวปกติให้เป็นพิเศษ หรือ Extraordinary Ordinary ซึ่งความพิเศษอาจจะไม่ได้หมายถึงความหรูหรา แต่หมายถึงดีเทลคุณภาพและการบริการต้องลงรายละเอียดให้มากขึ้น”

เช่นเดียวกับมิติของการสร้างแบรนด์และสื่อสาร ที่คุณรัฐเน้นว่า เรื่องของการทำไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้งต้องทำอย่างต่อเนื่องผ่าน คาแร็กเตอร์ชัดเจนของ “บาร์บีกอน” เจ้ามังกรสีเขียวที่มีความสนุก ขี้เล่น และอยากรู้อยากเห็นในทุกเรื่อง เพื่อทำความเข้าใจคนให้มากขึ้น โดยปี 2567 เปิดปีมาด้วยการชวนทุกคนให้ตั้ง New Year’s Resolution ตั้งปณิธานใหม่ผ่านความเชื่อที่ว่า “โชคดีจะอยู่กับคนที่ลงมือทำ” ด้วยการกลายร่าง GON เป็น Lucky Figure Motivators ให้ลูกค้าสะสม หรือพกไว้ให้เป็นแรงบันดาลใจในการลงมือทำเรื่องต่างๆ ที่ตั้งใจไว้ให้ประสบความสำเร็จ พร้อม Tips เล็กๆ ถ้าได้ทำเมื่อไหร่ โชคดีจะเข้าข้างคุณเสมอ ในส่วนของการสื่อสารแบบเรียลไทม์ มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเป็นจุดแข็งของ “บาร์บีคิวพลาซ่า” ก็ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ และสร้างแบรนด์ให้มีไดนามิกอยู่ตลอดเวลา
“การทำงานในปีนี้ความท้าทายต่างๆ เป็นเรื่องที่ยังสนุกสำหรับเราอยู่เสมอ 2 สิ่งที่ต้องทำคือทำให้แบรนด์ที่อยู่มา 37 ปี ให้มีเอกลักษณ์ มีโปรดักต์ใหม่เพื่อนำเสนอผู้บริโภคต่อเนื่อง เพราะโลกยังหมุนไปเรื่อยๆ เราต้องมีสิ่งใหม่มาตอบโจทย์ผู้บริโภค รวมถึงการปรับบริการให้เข้ากับยุคดิจิทัล ตอนนี้เรามีการทำดิจิทัลสโตร์ที่ใช้เพียงมือถือเครื่องเดียวสามารถใช้บริการของเราได้ตั้งแต่เดินเข้าร้านจนกระทั่งออกจากร้าน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ต้องอยู่บนเอกลักษณ์ของเราและไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่สะดวก ที่สำคัญอย่าประมาทว่าเรารู้จักลูกค้าอยู่แล้ว แม้เราจะมีลูกค้า 2.4 ล้านคนในมือ ทำให้มี Data ที่เกี่ยวกับลูกค้าจำนวนมาก แต่ก็อย่าหยุดคิดที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ให้ลูกค้า ให้เขามีมื้อแห่งความสุขต่อเนื่อง”