ไทยเป็นประเทศที่มีศูนย์การค้าใหม่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อเข้ามารองรับพฤติกรรมของคนไทยที่นิยมพักผ่อน หย่อนใจด้วยการเข้าศูนย์การค้า เพราะตอบโจทย์ความเป็น One-stop Service สามารถทำกิจกรรมหลากหลายในที่เดียว ตั้งแต่การกิน การช้อปปิ้ง การทำงาน ความบันเทิงจนไปถึงการสังสรรค์ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมธุรกิจนี้มีการแข่งขันที่สูง แต่ท่ามกลางจำนวนศูนย์การค้ามากมาย ผลสำรวจ 2024 Thailand’s Most Admired Brand พบว่า “สยามพารากอน” ยังเป็นศูนย์การค้าแบรนด์แรกที่นึกถึง แถมยังครองใจผู้บริโภคมาหลายปีติดต่อกัน
คุณธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารหน่วยธุรกิจ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวถึงความโดดเด่นของ สยามพารากอนว่าเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งระดับโลก (World Class Shopping Destination) ในใจกลางกรุงเทพฯ เป็นศูนย์การค้าแห่งเดียวที่รวบรวมความเพลิดเพลินของการใช้ชีวิตในแบบลักชัวรี่และความบันเทิงที่สมบูรณ์ที่สุด ทำให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตแบบพรีเมียม ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทุกเจนเนอเรชั่น

สยามพารากอนตอกย้ำการเป็น World Class Shopping Destination ด้วยการรวบรวมสินค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ที่ครบครันที่สุดมากกว่า 300 แบรนด์ และยังมีแหล่งท่องเที่ยว อาทิ Sea Life Bangkok Ocean World รวมทั้งการส่งมอบประสบการณ์ด้านอาหาร ตั้งแต่สตรีทฟู้ดร้านดังไปจนถึงร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ สยามพารากอนยังได้รับการพูดถึงในด้านการนำเสนอประสบการณ์เหนือความคาดหมายระดับโลก ความพิเศษแปลกใหม่ ทำให้มีผู้มาเยือนหลายสิบล้านคนต่อปี และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ต้องมาเยือนทั้งสำหรับคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ


นอกจากนี้ยังคงรักษาความเป็น “Luxury Destination” ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการมอบประสบการณ์สุดพิเศษระดับเวิลด์คลาสอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนตุลาคม 2566 ได้เปิดพื้นที่โซนใหม่ LUXE HALL ณ ชั้น M สยามพารากอน เสริมทัพลักชัวรี่แบรนด์ที่ครบครันมากกว่า 70 แบรนด์ ซึ่งมีแบรนด์หรูระดับโลกมาเปิด Flagship และคอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรกในไทย และเอ็กซ์คลูซีฟสโตร์เฉพาะที่สยามพารากอนเท่านั้น ทำให้มีพื้นที่ร้านค้ากลุ่มลักชัวรี่แบรนด์ในสยามพารากอนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 20,000 ตารางเมตร และมีลักชัวรี่แบรนด์ใหม่เข้ามาร่วมเปิดร้านแฟลกชิพสโตร์กว่า 20 แบรนด์ รวมทั้ง Loro Piana แบรนด์แฟชั่นเรียบหรูสไตล์ Quiet Luxury จากอิตาลี ที่มาเปิดบูติกแห่งแรกในประเทศไทย
อีกหนึ่งโซนที่พลิกโฉมธุรกิจศูนย์การค้า และตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางมหานครกรุงเทพฯ คือการผนึกความ ร่วมมือกับ SCBX (เอสซีบี เอกซ์) และพันธมิตรร่วม Co-create เปิดเทคคอมมูนิตี้เพื่อการเรียนรู้แห่งโลกอนาคต “SIAM PARAGON NEXT TECH x SCBX” ชั้น 4 สยามพารากอน เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพให้ผู้สนใจโลกดิจิทัลสำหรับทุกเจนได้แลกเปลี่ยนความรู้พร้อมก้าวเข้าสู่โลกอนาคตในยุคดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ปี 2566 เป็นปีที่สยามพารากอนฉลองครบรอบ 18 ปี มีการจัด World Class Iconic Events สร้างปรากฏการณ์สุดมหัศจรรย์ ด้วยโชว์ชุดพิเศษจากต่างประเทศในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองตลอดเดือนธันวาคม ซึ่งประสบความสำเร็จได้รับความสนใจอย่างท่วมท้น ถือเป็นการสร้างนิยามใหม่อีกระดับของความสมบูรณ์แบบ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและก้าวไปสู่ “The World of Tomorrow” ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคตในทุกมิติ
อีกหนึ่งความสำเร็จ คือสยามพารากอนได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ได้รับรางวัล Mall of the Year จาก Retail Asia Awards 2023 จาก Retail Asia สื่อด้านธุรกิจรีเทลชั้นนำในเอเชีย และยังได้รับรางวัล Best Luxury Lifestyle Mall โดย Global Brand Awards 2023 ยืนหนึ่งผู้นำในตลาด Luxury Retail ที่ครบครันที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการนำความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาศูนย์การค้าให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ครองใจนักช้อปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก
จากปรากฏการณ์ต่างๆ ที่สยามพารากอนจับมือกับพันธมิตร สร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย และเป็นสุดยอดศูนย์การค้าแห่งปีของประเทศไทยที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ ด้วยการรังสรรค์แพลตฟอร์มให้เป็นต้นแบบใหม่ครั้งแรกของโลก เป็นเวทีให้ผู้ที่เป็นสุดยอดฝีมือในทุกๆ ด้านมาร่วมกัน Co-create สร้างผลงานและเติมเต็มยกระดับชีวิตของผู้คนให้ได้รับประสบการณ์ ระดับโลกที่แตกต่าง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งใน Global Ecosystem ของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ซึ่งเป็นการผนึกพลังกับหลากหลายพันธมิตรทั้งในประเทศและระดับโลก รวมทั้ง Luxury Brands ร่วมกัน Co-Create ประสบการณ์การช้อปปิ้งและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ
แน่นอนว่า นวัตกรรมต่างๆ ที่สยามพารากอนนำขึ้นมาใช้นั้นย่อมมาจากรากฐานของวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งคุณธณพร เผยเคล็ดลับการทำงานว่า สยามพารากอนมีแนวคิดการทำงานแบบ Work As One เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ได้แสดงไอเดียทำงานร่วมกับพนักงานในหลากหลายเจนเนอเรชั่น เพื่อให้เข้าใจความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า ให้อิสระและเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
“เราต้องเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรักษาความเป็นที่ 1 ในตลาด นอกจากการสร้างประสบการณ์แรกที่พิเศษและแตกต่างให้กับลูกค้าแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจ ร้านค้าผู้เช่า และพันธมิตรระดับโลกในการร่วม Co-Create เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ หรือบุกเบิกในสิ่งใหม่ๆ ร่วมกัน เพื่อเป็นต้นแบบที่ได้รับการยอมรับในวงการและในเวทีโลก รวมทั้งการอัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีที่ช่วยให้เข้าใจลูกค้ามากขึ้น” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด