สถานการณ์โควิดเป็นวิกฤตสำหรับหลายธุรกิจ แต่กับธุรกิจประกันชีวิตนั้น กลับกลายเป็นโอกาสที่ทำให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพ และเข้าใจความสำคัญของประกันมากขึ้นจนเกิดปรากฏการณ์ที่คนสนใจหาซื้อประกันเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าจากดีมานด์ที่มากขึ้นและบริษัทประกันที่มีตัวเลือกมากมายในตลาด “เอไอเอ” ยังคงเป็นแบรนด์แรกที่ผู้บริโภคนึกถึง และครองความเป็นเบอร์ 1 ในตลาด พร้อมกันนี้ยังครองตำแหน่ง 2024 Thailand’s Most Admired Brand อย่างต่อเนื่อง
คุณรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า วิกฤตต่างๆ ทำให้คนสนใจประกัน ทั้งประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันยูนิต ลิงค์ และประกันสะสมทรัพย์ เพราะคนอยากมีชีวิตยืนยาวแบบที่มีสุขภาพดีพร้อมกันไปด้วย ประกอบกับอัตราค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้คนไทยมีแนวโน้มให้ความสนใจเรื่องประกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันคนไทยมีประกันชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ 38-39%
“จากปัจจัยต่างๆ ทำให้ปีที่ผ่านมาของเอไอเอเป็นอีก 1 ปีที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สำหรับเอไอเอ เราขอขอบคุณคนไทยที่ยังให้การยอมรับและนึกถึงแบรนด์เอไอเอ ซึ่งต้องบอกว่าทั้งหมดมาจากการที่เราให้ความสำคัญกับลูกค้าและมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง นับตั้งแต่เอไอเอเข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทยจนปัจจุบันที่เราอยู่มานานเข้าสู่ปีที่ 86 และเราบอกเสมอว่าเอไอเอไม่ใช่ 86 Years Old แต่เป็น 86 Years Young มีการปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าและสังคมที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา โดยทำความเข้าใจลูกค้าทุกเซ็กเม้นต์”
กระบวนการทำความเข้าใจลูกค้านั้น คุณรพีพร กล่าวเพิ่มเติมว่ามาจากการทำรีเสิร์ชอย่างหนักในพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าแต่ละเซ็กเม้นต์ รวมถึงการเลือกพนักงานในกลุ่มอายุเดียวกันกับกลุ่มลูกค้าเพื่อมาช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ บริการ และแคมเปญให้ตรงใจ อย่างในปีที่ผ่านมา เอไอเอรับพนักงานที่เป็นคนรุ่นใหม่มากถึง 400-500 คน ส่วนหนึ่งเพื่อเจาะตลาด Gen Z
“ปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อประกันนั้นเปลี่ยนไป เอไอเอ จึงก้าวจากการเป็น The Real Life Company สู่การส่งมอบ Healthier, Longer, Better Lives ตามพันธกิจองค์กรที่ต้องการให้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น โดยการนำเสนอโซลูชั่นประกันชีวิตที่ครบทั้งการดูแลในด้านสุขภาพ (Health) และการเงิน (Wealth)”

โดยปีที่แล้วได้เปิดตัว solutions x หน่วยงานใหม่ของเอไอเอที่มีโครงสร้างการทำงานคล้ายกับสตาร์ทอัพ มี Speed to Market ที่จะออกแบบความคุ้มครองและบริการที่ครบทั้งความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และวางแผนสร้างความมั่งคั่งทางการเงินนำมาจัดแพ็กเกจและนำเสนอในรูปแบบโซลูชั่นที่ตอบโจทย์คนไทยแบบครบวงจรได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เอไอเอสามารถขยายฐานลูกค้าให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เป็นที่มาของ Total Health Solution และ Total Wealth Solution การดูแลสุขภาพแบบครบวงจรควบคู่ไปกับการวางแผนการเงินผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ ยูนิต ลิงค์ เพื่อเป็นเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการและวางแผนการเงินในระยะยาวอย่างผลิตภัณฑ์ AIA Vitality Unit Linked สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการประกันชีวิตไทยที่ให้ลูกค้าได้วางแผนการเงินพร้อมวางแผนสุขภาพแบบครบวงจร
“เพื่อตอกย้ำคำมั่นสัญญาของเอไอเอ ที่มุ่งสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น เราไม่ได้เป็นเพียงแค่บริษัทประกันที่เจอ จ่าย จบ แล้วจากกันไป แต่เราให้ความสำคัญตลอด Journey ที่ลูกค้าถือกรมธรรม์ อีกทั้งยังมีโปรแกรม AIA Vitality ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนหันมาดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยสมาชิกจะได้รับความรู้ด้านสุขภาพและเครื่องมือการดูแลสุขภาพ พร้อมรับส่วนลดเบี้ยประกันและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากพันธมิตรของเอไอเอ หรือหากเกิดเหตุไม่คาดคิดจำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาล ทาง เอไอเอมีโรงพยาบาลและคลินิกคู่สัญญากว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมบริการพบแพทย์ออนไลน์ และบริการจัดการดูแลผู้ป่วยรายบุคคลให้เข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลากหลายสาขากว่า 50,000 คนทั่วโลก เพื่อให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด”
ปัจจุบันโปรแกรม AIA Vitality มีสมาชิกมากกว่า 581,000 ราย ถือเป็นโปรแกรมสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อมุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น และให้ทุกคนได้สนุกกับการดูแลสุขภาพ โดยในปีที่ผ่านมา หากวัดจากผลตรวจสุขภาพที่สมาชิกได้ร่วมพิชิตภารกิจกับเราจะเห็นว่าสมาชิกของเรามีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากสมาชิกที่ร่วมโปรแกรมกับเรานั้นมีค่าความดันโลหิตที่ดีขึ้นถึง 39% รวมถึงค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่เป็นตัวการของโรคเบาหวานดีขึ้นถึง 46% จากสมาชิกทั้งหมด นอกจากจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นและวัดผลได้แล้วนั้น AIA Vitality ยังมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรชั้นนำมากมาย แน่นอนว่าโปรแกรมนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของภารกิจ AIA One Billion ที่มุ่งสนับสนุนให้ผู้คนกว่าพันล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นภายในปี 2030 นอกจากนี้เอไอเอยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด สัญญาเพิ่มเติม เอไอเอ เฮลธ์ เซฟเวอร์ (AIA Health Saver) เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ยังมีความกังวลในเรื่องค่าเบี้ยประกันให้สามารถเข้าถึงประกันสุขภาพได้
“AIA Health Saver ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี เพราะเราทำความเข้าใจความต้องการลูกค้าทุกกลุ่มทุกเซ็กเม้นต์ พบว่า มีกลุ่มลูกค้าที่อยากซื้อประกันสุขภาพแต่ยังกังวลเรื่องของราคา ซึ่งประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายส่วนใหญ่ในตลาดมีเบี้ยที่ค่อนข้างสูง จึงตั้งใจออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ได้รับทั้งความคุ้มครองและบริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุม”
ไม่เพียงผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้นที่เอไอเอออกแบบให้โดนใจตามแต่ละเซ็กเม้นต์ แต่รวมถึงการสื่อสารการตลาดด้วย โดยสำหรับ AIA Health Saver นั้น เอไอเอได้เลือก “ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี” มาเป็น AIA Health Saver Ambassador รุกเข้าหัวเมืองต่างจังหวัด เช่นเดียวกับแคมเปญ AIA MULTI-PAY CI PLUS ที่เน้นย้ำเพิ่มความคุ้มค่าให้ลูกค้า “พลัสจัดเต็ม” ด้วยผลประโยชน์คุ้มครองโรคร้ายแรงครบแบบ เจอ จ่าย หลายจบ ครบถึงการดูแล

คุณรพีพร กล่าวว่า การทำงานในปีนี้ของเอไอเอยังคงโฟกัสผลิตภัณฑ์ แคมเปญ และกิจกรรมต่างๆ ที่เข้ามาส่งเสริมเพื่อให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามพันธกิจ Healthier, Longer, Better Lives อาทิ AIA Vitality Unit Linked ประกันที่ช่วยในการวางแผนด้านความคุ้มครอง สุขภาพ และโรคร้ายแรง พร้อมเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะมีการเปิดตัว ในขณะที่ “Living to 100” จะเป็นแคมเปญใหญ่ของปี โดยต้นปีที่ผ่านมา เอไอเอได้เปิดตัวแคมเปญ “Living to 100” เพื่อสื่อสารให้คนไทยได้ตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพทั้งด้านสุขภาพและด้านการเงิน