ถ้าพูดถึงขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายคนส่วนใหญ่จะนึกถึงแบรนด์อื่นเป็นไม่ได้ถ้าไม่ใช่ “เถ้าแก่น้อย” ในฐานะ First Mover และผู้นำตลาด กระทั่งปัจจุบันครบรอบ 20 ปี นอกจากครองส่วนแบ่งตลาด 65% แล้วยังเป็นแบรนด์ที่ขับเคลื่อนตลาดอย่างต่อเนื่องสมกับที่เป็นแบรนด์ขวัญใจมหาชน การันตีด้วยรางวัล 2024 Thailand’s Most Admired Brand

คุณอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ด แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า สาหร่ายเถ้าแก่น้อยเกิดจากการนำขนมขบเคี้ยวสไตล์แปลกใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครรู้จักมาแนะนำให้กับผู้บริโภค คุณภาพของสินค้าที่กรอบอร่อยกลมกล่อมทำให้ได้รับการยอมรับจากตลาดอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันผลิตและจำหน่ายสาหร่ายแปรรูปทั้งสาหร่ายทอดกรอบและสาหร่ายย่าง จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมาเปิดตัวสาหร่ายอบสไตล์เกาหลี ซึ่งได้ผลตอบรับดีจากลูกค้า ส่งผลให้ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาเติบโตเกินกว่าที่คาด และเป็นการเติบโตมากกว่าตลาดรวม ไม่เพียงแต่ตลาดในประเทศเท่านั้น เถ้าแก่น้อยยังบุกตลาดต่างประเทศ วางจำหน่ายในเกือบ 50 ประเทศทั่วโลก โดยมีจีนและอเมริกาเป็นตลาดหลัก ซึ่งตลาดต่างประเทศปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ดีเช่นกัน โดยมีสาหร่ายทอดและสาหร่ายอบสไตล์เกาหลีที่เพิ่งเปิดตัวไปเป็นสินค้าเรือธง
“สิ่งเหล่านี้มาจากโฟกัสกับธุรกิจอยู่ตลอดเวลา ด้วยการคิดค้นโปรดักต์ที่เข้ามารองรับพฤติกรรมและเทรนด์ความต้องการใหม่ๆ ของลูกค้าอย่างสาหร่ายอบขายในเกาหลีมาก่อนก็จริง แต่ช่วงโควิดคนอยู่บ้านดูซีรีส์เกาหลี ทำให้คนให้ความสนใจกับสินค้าเกาหลี ส่งอานิสงส์มาถึงสาหร่ายอบ ประกอบกับเราเข้ามาในจังหวะที่คนหันมาใส่ใจกับอาหารการกินเพื่อสุขภาพ ทำให้สาหร่ายอบเถ้าแก่น้อยเติบโตอย่างก้าวกระโดด เราจึงหันมาเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้ตอนนี้เรามีส่วนแบ่งในตลาดสาหร่ายอบ 35% จากเดิมมี 5%”
นอกจากสร้างความประทับใจในตัวสินค้าแล้ว เถ้าแก่น้อยยังสร้างแบรนด์อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความผูกพัน แม้ในช่วงบุกเบิกธุรกิจจะเริ่มจาก Story Driven ผ่าน Passion ของผู้ก่อตั้งก็ตาม แต่หลังจากนั้นก็สร้างฐานการตลาด และแฟนคลับมากขึ้นด้วยกลยุทธ์ไอดอลมาร์เก็ตติ้ง หวังสร้างแบรนด์อะแวร์เนสตลาดทั้งในและต่างประเทศ

เถ้าแก่น้อยนับได้ว่าเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ใช้ไอดอลเคป๊อปในการสร้างแบรนด์ นับตั้งแต่ B2ST, นิชคุณ หรเวชกุล ศิลปินชื่อดังจากวง 2PM มาถึง GOT7 และเซฮุน’ แห่งวง EXO2PM นอกจากนี้ยังใช้พรีเซ็นเตอร์กับซับแบรนด์เพื่อสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ อาทิ "เถ้าแก่น้อย บิ๊กโรล” ที่ได้ 4 หนุ่ม “F4” มาสร้างความคึกคักให้กับตลาดสาหร่ายไทยและจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่และมีศักยภาพสูง และ BNK48 รับหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแผ่นเคลือบซอสไข่เค็ม “เถ้าแก่น้อย ทินเท็น” ส่วนในปีที่แล้วเปิดตัว 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์ ได้แก่ “กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ และ ซี พฤกษ์ พานิช - นุนิว ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์”
จะเห็นได้ว่าเถ้าแก่น้อยสามารถเชื่อมโยงศิลปินยอดนิยม ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเกาหลี จีนและไทย รวมถึงซีรีส์สายวายเพื่อต่อยอดแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมสร้างประสบการณ์และส่งมอบความสุขให้กับผู้บริโภคอยู่เสมอผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น มีทแอนด์กรี๊ดและไลฟ์สด เป็นต้น โดยเลือกไอดอลที่มีฐานแฟนคลับทั้งคนไทยและต่างชาติ มาสร้างแบรนด์เอนเกจเม้นต์

"ด้วยความที่เราบุกเบิกไอดอลมาร์เก็ตติ้งมากว่า 10 ปี ทำให้เรามีความเชี่ยวชาญด้านนี้ เวลาจัดกิจกรรมอะไรจึงได้รับฟีดแบ็คที่ดี และยังคงเดินหน้าสร้าง Brand Experience ต่อไป โดยทุกกแคมเปญเราพยายามเอนเกจลูกค้าให้มาร่วมสนุกด้วย ไม่ใช่แค่ขายของหรือสื่อสารทางเดียว แต่อยากให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมโดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอัลฟ่า - Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญในอนาคต แต่ก็ไม่ทิ้งกลุ่ม Gen X-Y เพียงแต่ทำตลาดในรูปแบบที่ต่างกันไป”
ไม่เพียงแต่ไอดอลมาร์เก็ตติ้งเท่านั้น แต่ในช่องทางโซเชียลมีเดีย เถ้าแก่น้อยก็ใช้กลยุทธ์ Brand Content Creator นำบุคคลที่มีชื่อเสียงมีการติดตามในโซเชียลที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจงในด้านใดด้านหนึ่งมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ร่วมกันสร้างสรรค์คอนเทนต์ สร้างสีสันและความสนุกของแบรนด์ไปยังผู้บริโภครุ่นใหม่ๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน โดยการตลาดแบบ Brand Content Creator นั้นจะช่วยขยายช่องทางการเข้าถึงแบรนด์เถ้าแก่น้อยไปยังฐานลูกค้ารายใหม่ๆ ได้เพิ่มมากขึ้นโดยล่าสุดดึง แป้ง-นัยรัตน์ ธนไวทย์โกเศส zbing z (ซีบิ๊ง ซี) ยูทูบเบอร์สาวสายเกมซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ติดตามสูงสุดอันดับต้นๆ ของเมืองไทยในแพลตฟอร์ม YouTube กว่า 18.4 ล้าน Subscribe มาร่วมกันครีเอทคอนเทนต์
“เรามองว่าแป้ง zbing z เป็นอินฟลูเอนเซอร์ระดับต้นๆ ของเมืองไทยกว่า 18.4 ล้าน Subscribe มีฐานแฟนคลับในกลุ่มเด็กประถมถึงมัธยมที่เราอยากเข้าไปสร้างเอนเกจเม้นต์จึงเลือกมาร่วมเป็นตัวแทนของเถ้าแก่น้อย นอกจากสร้างสรรค์คอนเทนต์สนุกๆ แล้วยังให้ผู้บริโภคทำกิจกรรมร่วมกับแบรนด์ เช่น แคมเปญพาแฟนคลับบินลัดฟ้ากับทริป ‘พาไปฟิน อินเกาหลี’ กับแป้ง zbing z จัดเต็มแพ็กเกจทัวร์เกาหลี พาไปล่องเรือตะลุยฟาร์มสาหร่าย และสนุกสุดมันส์ที่สกีรีสอร์ท”

คุณอิทธิพัทธ์ กล่าวว่า ปีนี้เถ้าแก่น้อยจะให้ความสำคัญกับ Brand Content Creator มากขึ้น โดยเตรียมทยอยประกาศรายชื่อครีเอเตอร์ชื่อดังสายอื่นๆ ตามไลฟไตล์ของกลุ่มลูกค้า เช่น สายดูหนัง ฟังเพลง และท่องเที่ยวในการนำความคิดสร้างสรรค์มาร่วมครีเอทคอนเทนต์และสื่อสาร Key Message ที่เหมาะกับแบรนด์ รวมถึงต่อยอด TAO KAE NOI GLOBAL FUN FAIR แคมเปญใหญ่ประจำปีต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เป็นแคมเปญที่เชิญอินฟลูเอนเซอร์และลูกค้าในประเทศต่างๆ มาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งปีที่แล้วได้รับฟีดแบ็คที่ดีมาก ขึ้นอันดับ 1 ทวิตเตอร์โลกภายในเวลา 2 วันที่จัดงาน ปีนี้จึงมีแผนจัด TAO KAE NOI GLOBAL FUN FAIR ในสเกลที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่ม Brand Impact
“ความท้าทายในปีนี้ยังคงเป็นเรื่องต้นทุน พลังงาน และค่าขนส่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แต่วิกฤตก็มีข้อดีทำให้เรารอบคอบและตื่นตัวพร้อมที่จะปรับตัวมากขึ้น ด้วยการพยายามหาโอกาสใหม่ๆ แต่แนวโน้มภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตและตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น จึงคิดว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่เรามีโอกาสเติบโตได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปีนี้เป็นปีที่เถ้าแก่น้อยดำเนินธุรกิจครบ 20 ปี ก็จะมีกิจกรรมพิเศษๆ เตรียมไว้ให้กับผู้บริโภคเพื่อเฉลิมฉลอง 20 ปีของเรา”
ทั้งนี้ ภายใต้กลยุทธ์ 3GO ที่เถ้าแก่น้อยนำมาใช้ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด นั่นคือ GO FIRM ปรับองค์กรให้กระชับ ลดต้นทุน และควบคุมค่าใช้จ่าย GO BROAD ขยายฐานกลุ่มธุรกิจให้กว้างขึ้นและสร้างคุณค่า รวมถึงการยกระดับตราสินค้าผ่านการพัฒนาสินค้านวัตกรรมกลุ่มใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด ผลักดันยอดขายให้เติบโตต่อเนื่อง GO GLOBAL ขยายตลาดต่างประเทศให้มีคุณภาพและมีความยั่งยืนจะยังเป็นเข็มทิศขับเคลื่อนการทำงานให้เถ้าแก่น้อยเติบโตและเป็นแบรนด์ในดวงใจของผู้บริโภคต่อไป