สำหรับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่คนไทยคุ้นเคยมาอย่างยาวนานอย่าง “เอสบี ดีไซน์สแควร์” ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคชื่นชอบและเลือกให้เป็นอันดับ 1 ในหมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่มร้านเฟอร์นิเจอร์ จากผลวิจัย 2024 Thailand’s Most Admired Brand คือการไม่หยุดพัฒนาแบรนด์ทั้งในด้านสินค้าที่ทันสมัยและอัพเดททันเทรนด์อยู่เสมอตลอดจนการใส่ใจในเรื่องมาตรฐานของการบริการ โดยคำนึงถึงความต้องการและฟังเสียงของลูกค้าเป็นหลัก เพื่อให้ตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุด
ช่วงเวลาที่ผ่านมา “เอสบี ดีไซน์สแควร์” มีพันธกิจที่ชัดเจนในการเป็น Home Design Solutions ความสำเร็จของ “เอสบี ดีไซน์สแควร์” จึงเกิดจากการทำงานอย่างมุ่งมั่น สะท้อนผ่านมิติต่างๆ ซึ่ง คุณพิเดช ชวาลดิฐ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทเอสบีเฟอร์นิเจอร์ อธิบายว่า

ในมิติของการใช้ชีวิตที่เชื่อมต่อกับบ้านได้ในทุกที่ทุกเวลาตามแนวคิด Connect Your Home มีการจับมือกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ เพื่อส่งมอบบริการสมาร์ทโฮม อีโคซิสเต็มแบบครบจบในที่เดียว พร้อมกับเปิดตัว Smart Home Flagship Store แห่งแรกของไทยที่เอสบี ดีไซน์สแควร์ สาขาคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์แบบ Smart Home ผ่านการออกแบบตกแต่ง Built-in Furniture ในทุกห้อง ผสมผสานกับการนำเสนออุปกรณ์ IOT อัจฉริยะจากแบรนด์พันธมิตร
“เราถอดรหัสข้อมูลที่มีเพื่อนำมาพัฒนา Lifestyle Shopping Experience สร้าง Life Connect สร้างสรรค์ Solutions ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าอยู่เสมอ อย่างบริการ Lookbook Application ตัวช่วยวางแผนการแต่งตัวล่วงหน้าในแต่ละวันด้วย Mobile Application ครอบคลุมไปจนถึงการบริการหลังการขาย อย่าง SB Care+ แพ็กเกจคุ้มครองเฟอร์นิเจอร์ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของวงการเฟอร์นิเจอร์ไทย”

มิติด้านงาน Design & Innovation “เอสบี ดีไซน์สแควร์” จับมือกับแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การร่วมมือกับ ELLE DÉCOR แบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นจากฝรั่งเศส การร่วมมือกับดิสนีย์เปิดโซน Disney Home เอาใจ Disney Fan ตัวจริงซึ่งมีอยู่ไม่น้อยในเมืองไทย ความร่วมมือกับ PDM ในคอลเลกชันพิเศษ “ALLCONIC” รวมถึงความร่วมมือกับแสนสิริกับ THE COLLECTION : LUXURY EDITION

มิติด้าน Design & Innovation ในเรื่องการพัฒนาสินค้าใหม่ “เอสบี ดีไซน์สแควร์” ยังคงพัฒนาแบรนด์ SB CASA ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มตลาดลูกค้าที่ชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์สะท้อนความเป็นตัวตน โดยปีนี้จะมีแบรนด์ Design & Decor ที่เป็น Multi-brand Lifestyle Furniture แบรนด์ผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรี่ที่ต้องการนำเสนอสไตล์การตกแต่งบ้านให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ทุกสไตล์การแต่งบ้านยุคใหม่และแบรนด์ Maison&Co. ที่เป็นเสมือน Hub รวมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งในสไตล์คาเฟ่สีสันพาสเทลด้วยราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
มิติของการบริการ ยังคงเน้นการบริการแบบ Total Interior Solutions ครอบคลุมทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานตกแต่งภายในบ้านซึ่งในตลาดปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถให้บริการในแบบครบทั้งระบบ
นอกจากกระบวนการสร้างแบรนด์ ช่วงที่ผ่านมาการสร้าง Brand Experience ควบคู่กันไปเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน “ปัจจุบันลูกค้าเลือกที่จะรับข้อมูลของสินค้าและบริการเฉพาะที่ตัวเองสนใจเท่านั้น เราต้องศึกษาและวิเคราะห์ลูกค้าในแต่ละกลุ่มของเราให้ดี เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการแบบเฉพาะเจาะจงแก่ลูกค้า ยุคนี้ลูกค้าเลือกที่จะเชื่อ Influencer รวมถึงผู้ที่ใช้งานสินค้าหรือบริการจริง เราจึงเปิดให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้สินค้าและร่วมรีวิวประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้สินค้านั้นๆ เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้สินค้าหรือบริการ เพื่อสร้าง Brand Experience ในทุก Touchpoint ของลูกค้า”
คุณพิเดชเพิ่มเติมว่า ช่องทางการสื่อสารเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เชื่อมความสัมพันธ์กับผู้บริโภค การสื่อสารกับลูกค้าจำเป็นต้องมีความรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่าย โดยใช้เครื่องมืออย่างโซเชียลมีเดีย เช่น LINE Official เพื่อสร้างประสบการณ์แบบ Tailor-made Experience

ปีนี้ “เอสบี ดีไซน์สแควร์” ยังคงตอกย้ำวิสัยทัศน์ Home Design Solutions ด้วยการเติมความครบถ้วนด้านสินค้าและบริการต่างๆ รวมถึงการให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายที่สุดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เช่น การเปิด Condo Solutions Pop Up Store เสริมด้วยเฟอร์นิเจอร์นวัตกรรมใหม่อย่าง Transfur โซลูชั่นใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม รวมถึงการ Collaboration กับแบรนด์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสร้าง New Experience ที่ SB Design Square Store ซึ่งกำลังปรับโฉมใหม่ โดยเริ่มที่สาขาราชพฤกษ์เป็นสาขาแรก
“เราจะต้องคงคุณภาพที่มีคุณค่าที่สุดในสายตาผู้บริโภคอยู่เสมอ ดังนั้นต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผมจึงย้ำถึงการปรับเปลี่ยนองค์กรเปลี่ยนการทำงานมาโดยตลอด เพราะเป็นกลไกที่สำคัญ ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นสินค้าและงานบริการและความคาดหวังทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากองค์กร ระบบการทำงาน หากเราทำแล้วไม่ดี เราต้องเปลี่ยนโดยเรามีการแยกทีมแต่ละ Business Unit เพื่อให้สามารถปรับตัวและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้เรารักษาความสามารถในการแข่งขัน มียอดขายที่เติบโตและยังสามารถตอบโจทย์และอยู่ในใจผู้บริโภคได้”