ช่วงหลายปีมานี้ หากนึกถึงร้านขายสินค้าตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน เชื่อได้ว่าชื่อของ “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” จะเป็นชื่อที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นอันดับแรก ด้วยจำนวนสาขาซึ่งมากพอจะเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงการมีสินค้าหลากหลายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนในราคาถูกแต่คุณภาพดี จึงไม่ใช่เรื่องยากที่มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. จะเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภค จนได้รับการโหวตให้เป็นแบรนด์อันดับ 1 ในหมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่มร้านขายสินค้าตกแต่งซ่อมแซมบ้าน จากผลวิจัย 2024 Thailand’s Most Admired Brand
ย้อนกลับไปในปี 2016 “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” เข้ามาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ซีคอน บางแค เพื่อทำความรู้จักและสร้างความคุ้นเคยให้กับผู้บริโภคคนไทย จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค จนสามารถขยายสาขาไปได้มากกว่า 700 สาขา ใน 73 จังหวัด แน่นอนว่าความสำเร็จในตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีที่ผ่านมา เกิดจากวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่ต้องการก้าวไปสู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกที่ให้มูลค่าสูงสุด ซึ่ง คุณอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ประเทศไทย อธิบายว่า “มูลค่า” ในที่นี้หมายรวมถึงมูลค่าของเงินจำนวนเท่ากันแต่สามารถซื้อของได้หลายชิ้นหากเทียบกับแบรนด์อื่น ไปจนถึงความหลากหลายของสินค้าซึ่งมีให้ลูกค้าเลือกซื้อกว่า 15,000 รายการ
หากเจาะลึกถึงความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมาของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ในประเทศไทย การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็น Key Success ในการนำแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำ และเลือกมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โดยการเปิดสาขาแต่ละครั้งจะมีทีมพัฒนาธุรกิจเข้ามาวิเคราะห์พื้นที่ ความหนาแน่นของประชากร รวมถึงความต้องการของลูกค้าแต่ละพื้นที่เพื่อนำเสนอสินค้าที่ตรงใจมากที่สุด
นอกจากนี้ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ยังมีรูปแบบร้านที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ 3 รูปแบบ คือรูปแบบที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า รูปแบบ Stand Alone และรูปแบบ Express ที่นำเสนอสินค้าขายดีของแบรนด์มาไว้รวมกัน

“เราใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และนำเสนอ เพื่อตอบสนองประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าอยู่เสมอ เช่น หลังจากเปิดสาขาแรก โมเดลการเปิดสาขาต่อๆ มามักจะอยู่ในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากเป็นจุดหมายปลายทางของทุกคนในครอบครัว ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแบรนด์เราได้ง่าย แต่เนื่องจากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และห้างสรรพสินค้าต้องปิดให้บริการ เราจึงปรับกลยุทธ์ในการเปิดสาขามาเป็นการเปิดแบบ Stand Alone ซึ่งทำให้เข้าถึงและอำนวยความสะดวกสบายให้ ผู้บริโภคได้มากกว่าเดิม จนทำให้ปัจจุบัน มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มีมากกว่า 700 สาขา นี่คือความสำเร็จในแง่ของการพาแบรนด์เข้าไปหาผู้บริโภค ทำให้มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงเมื่อต้องการสินค้าตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน หรือสินค้าจิปาถะอื่นๆ”

อีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. คือการมีสินค้าให้เลือกหลากหลายสำหรับทุกคนในครอบครัวไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด แม้ว่าภาพลักษณ์แรกเมื่อคนเห็นอาจจะเข้าใจว่า มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เน้นขายสินค้าประเภทอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง (Hardware) แต่ในความเป็นจริงแล้ว มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มีสินค้ากว่า 15,000 รายการ ประกอบด้วยสินค้าใน 6 แผนกหลัก ได้แก่ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง เครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา ของเล่น และหมวดหมู่อื่นๆ อีกมากมาย โดยสินค้าในแต่ละสาขาแม้จะมีครบทุกประเภทที่ลูกค้าต้องการแต่ก็ยังมีการวางกลยุทธ์ Localized เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละสาขา เช่น รูปแบบ Express ที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจจะเน้นสินค้าขายดี สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจําวัน และเครื่องใช้สำหรับร้านค้าและสำนักงาน ส่วนสินค้าประเภทฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่างจะเน้นเฉพาะสินค้าขายดี เป็นต้น
“เวลาที่ลูกค้าเห็นร้านมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.ครั้งแรก หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นร้านขายสินค้าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่างเท่านั้น แต่เมื่อลูกค้าได้เดินเข้าไปดูสินค้าในร้าน ประกอบกับการที่เราทำการตลาดหรือโปรโมชั่นต่างๆ ควบคู่ไปกับการจัดดิสเพลย์ในร้านทำให้ลูกค้าเห็นว่าร้านเรามีสินค้าที่หลากหลายสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเขา เรามีสินค้าสำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่สินค้าสำหรับเด็กจนถึงสินค้าของผู้สูงอายุ ทำให้เราเป็น Top of Mind ในใจลูกค้า เพราะเขาสามารถได้ของที่เขาต้องการเมื่อเข้ามาที่ร้านของเรา ด้วยราคาที่สมเหตุผล ตามคำมั่นสัญญา ‘Always Low Prices’ หรือราคาถูกคุ้มเสมอ”
การสื่อสารการตลาดที่ชัดเจนเป็นอีกปัจจัยสำคัญในความสำเร็จของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ซึ่งที่ผ่านมาแบรนด์มีกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดสาขาใหม่ หรือช่วง Festive Season ไม่ว่าจะเป็น ตรุษจีน สงกรานต์ เปิดเทอม ฮาโลวีน คริสต์มาส หรือช่วงเซลส์กลางปีและส่งท้ายปี ที่จะมีกิจกรรมและการสื่อสารการตลาดที่เข้าถึงลูกค้า สร้างประสบการณ์ที่ดีเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้อย่างต่อเนื่อง

โดยแคมเปญที่ถือว่าประสบความสำเร็จคือกิจกรรม “ช้อปแล้วโชว์ที่ MR. D.I.Y. ใกล้บ้านคุณ” โดยให้ลูกค้าถ่ายภาพพร้อมโชว์ ไอเดียสุดสร้างสรรค์โพสท่าสุดเก๋กับสินค้าที่ช้อปร่วมกับป้ายสแตนดี้ “ช้อปได้ทุกวัน ครบเพื่อทุกคน” เพียงซื้อสินค้าขั้นต่ำ 300 บาท/ใบเสร็จ และร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์ภาพถ่ายเพื่อชิงรางวัล
“กิจกรรมนี้ทำให้เราเห็นว่าลูกค้ามีไอเดียที่หลากหลายในการทำคอนเทนต์ สนุกกับกิจกรรมนี้ แคมเปญนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ลูกค้าให้การตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมกับเราอย่างดี การทำแคมเปญการตลาด รวมไปถึงการสื่อสารการ ตลาดใดก็ตาม เราจะมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า ซึ่งปัจจุบันแคมเปญนี้ กลายเป็นแคมเปญหลักของเรา และอีกตัวอย่างหนึ่งคือช่วง Festive Season ต่างๆ ซึ่งปกติจะมีลูกค้า B2B หรือ SME เข้ามาซื้อของไปตกแต่ง กับลูกค้าทั่วไปที่ซื้อของสำหรับตกแต่งบ้าน หรือซื้อของขวัญช่วงสิ้นปีให้กับครอบครัว ซื้อไปจับสลาก เราจึงมีการทำไอเดียในแคมเปญ Season of Giving ในการนำเสนอสินค้าให้ลูกค้าเห็นว่าที่ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มีสินค้าอะไรบ้างที่สามารถซื้อไปเป็นของขวัญในราคาไม่เกิน 59 บาท 99 บาท 149 บาท 249 บาท เพื่อเป็นไอเดียให้ลูกค้าเลือก ตอกย้ำการมีสินค้าที่หลากหลายของร้านเรา รวมกับปีที่ผ่านมาเรามีการจัดแคมเปญ “แจกหนัก จัดใหญ่ ส่งท้ายปี” ที่มีกิจกรรมรางวัลชิงโชคเพื่อรับรถยนต์ Neta V ทำให้มี Success Rate ทั้งแคมเปญเพิ่มขึ้น 30% ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขายและการมีส่วนร่วมกับลูกค้า”

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคู่แข่งในตลาดที่มีสินค้าและรูปแบบร้านใกล้เคียงกันทั้งโดยตรงและทางอ้อม แต่จากการที่มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ทำวิจัยร่วมกับบริษัทชื่อดังในปีที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ได้อันดับ 1 ในส่วนของ Top of Mind รวมทั้ง Brand Equity Index และ Marketing Index ซึ่งคุณอานุภาพมองว่าความท้าทายในการรักษา Top of Mind ของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ต่อจากนี้คือการก้าวให้ทันพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งในแง่ของการซื้อสินค้า รวมถึงการสื่อสารให้ลูกค้าสนใจและเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น
“เนื่องจากธุรกิจรีเทลมีความเร็วเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของผู้บริโภคทั้งการใช้จ่าย การรับรู้ข้อมูล กำลังซื้อ ทำให้เราต้องพยายามนำเสนอสินค้าในแบบที่คุ้มกับเงินที่ลูกค้าจ่าย และมีการมอนิเตอร์เทรนด์การบริโภคสื่อของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ซึ่งปัจจุบันเรามีทุกช่องทางเพื่อสื่อสารกับลูกค้าทั้ง Website, Facebook, Instagram, LINE, LinkedIn, YouTube, หรือสื่อช่องทางการสื่อสารใหม่ๆ เช่น TikTok ซึ่งปัจจุบันเรามีการเข้าไปทำคอนเทนต์อินสไปร์ลูกค้าให้เห็นว่าร้านเรามีสินค้าที่มีคุณภาพดีและคุ้มค่าต่อการจับจ่าย Value for Money อีกทั้งยังมีการเพิ่มช่องทางซื้อสินค้าออนไลน์ ผ่านทาง www.mrdiy.co.th, Shopee, Lazada และ TikTok shop เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า ที่เหลือจะเป็นการทำแคมเปญการตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์อยู่เสมอ”