ย้อนไปราว 10 ปีก่อน ที่ถังเก็บน้ำยังเป็นถังสเตนเลสขนาดเทอะทะ ยังไม่นับรวมปั๊มน้ำและเครื่องมืออื่นๆ ที่ต้องอยู่คู่กัน ซึ่งกินพื้นที่แทบจะ 1 ใน 4 ของบริเวณบ้านในการติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับน้ำ ประกอบกับแบรนด์ในท้องตลาดที่มีถังเก็บน้ำเพียงไม่กี่ดีไซน์ จึงไม่แปลกที่ผู้บริโภคจะคิดว่าเลือกถังเก็บน้ำแบรนด์ไหนมาใช้ก็น่าจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน
กระทั่ง DOS LIFE ก้าวเข้ามาสร้างความแตกต่างในตลาดถังเก็บน้ำ ช่วยเปลี่ยนภาพจำถังเก็บน้ำแบบเดิมๆ ให้ใช้งานง่ายและใช้ได้ทันที มาพร้อมกับดีไซน์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ บรรจุความห่วงใยที่สะท้อนผ่านแนวคิด Constant Caring Innovation จนสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดถังเก็บน้ำ ด้วยประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำนานกว่า 30 ปี ทำให้ DOS LIFE สามารถคว้ารางวัลผู้นำตลาด Market Leader Brand Award มาครอง พร้อมกับส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50%
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการตกแต่งบ้านไม่แพ้กับการแต่งตัว อาจไม่ต้องหรูหรามากมาย เป็นจุดพักสายตาได้ก็ถือว่าดีแล้ว คนจึงมองหาของตกแต่งบ้านที่นอกจากจะมอบความสวยงามแล้วยังสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตคนในครอบครัวได้อีกด้วย ซึ่งถังเก็บน้ำ DOS LIFE เข้ามาตอบโจทย์นี้ได้พอดี

อย่างถังเก็บน้ำรุ่น WATER PAC PRO คู่กับปั๊มน้ำในตัว ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง 50% สามารถเข้ากับทุกมุมของบ้านได้เป็นอย่างดี สามารถติดตั้งเองได้ ใช้งานง่ายแค่เสียบปลั๊ก (Plug & Play) มีจุดติดตั้งก๊อกน้ำ ที่แขวนสายยาง ทำให้สามารถใช้น้ำจากตัวถังได้โดยตรง และที่น่าสนใจคือช่องวางของอเนกประสงค์ สามารถวางของสิ่งของหรือตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้ เพื่อให้ถังเก็บน้ำสามารถอยู่ร่วมกับบริเวณบ้านได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ที่มัดใจผู้บริโภคทุกกลุ่มและความสะดวกสบายที่จะได้รับตลอดการใช้งานจาก DOS WATER PAC PRO ได้สร้างความโดดเด่นด้วยนวัตกรรมงานออกแบบที่โดดเด่นจากผู้เล่นในตลาดเดียวกัน จนคว้ารางวัลการออกแบบในระดับสากล Good Design Award จากประเทศญี่ปุ่น และการันตีความสำเร็จผ่านรางวัลจากเวที Demark Design Award อีกด้วย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าดีไซน์ที่น้อยแต่มากของถังเก็บน้ำแบรนด์ DOS LIFE ได้สร้างภาพจำให้กับผู้บริโภคในวงกว้าง สอดคล้องกับยุคที่ลูกค้าเลือกสินค้าจากความสวยงามมากขึ้น ทำให้เวลาเห็นถังเก็บน้ำสวยๆ คนก็จะนึกถึง DOS LIFE เป็นแบรนด์แรก แต่ภายใต้ดีไซน์สวยงามหลายรูปแบบของ DOS LIFE ที่ทำให้ถังเก็บน้ำสามารถกลมกลืนกับทุกมุมของบ้าน ยังแฝงด้วยนวัตกรรมมากมายที่เข้ามาทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้น้ำได้อย่างไร้กังวล เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำของ DOS LIFE ด้วยการเป็นแบรนด์ถังเก็บน้ำที่ตอบทุก Pain Point เรื่องน้ำได้อย่างตรงจุด (Personalized)

คุณทัชชมน วงศ์วรกุล Corporate Branding Manager กลุ่มบริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด กล่าวว่า “DOS LIFE เชื่อมั่นในแนวคิด Constant Caring Innovation เราจึงไม่ได้ผลิตแค่สินค้าเพื่อจำหน่ายอย่างเดียว แต่คิดค้น Solutions ที่จะเข้าไปแก้ Pain Point ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง นำปัญหาที่ลูกค้าเผชิญมอบเป็นโจทย์ให้กับทีม R&D ร่วมกับนักวิจัยอีกมากมาย เพื่อส่งมอบถังเก็บน้ำที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค”
นั่นหมายความว่าทีม R&D ของ DOS LIFE เอง และสถาบันวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอีกมากมายก็นับว่าเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดถังเก็บน้ำของ DOS LIFE เช่นกัน ถือว่าเป็นสารตั้งต้นชั้นเยี่ยมที่ใครก็มิอาจเทียบได้
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้นกับถังเก็บน้ำรุ่น DOS PARADISE Ag+ Silver Combac Anti-Microbial ที่วัสดุเหนียวและทนทานยิ่งว่าเดิม สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ในน้ำด้วยนวัตกรรม Silver Combac Anti-Microbial และยังได้รับฉลาก NANO Q จากสมาคมนาโนเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และยังมี DOS Protection UV20 ทนทานต่อรังสี UV สูงสุดถึงระดับ 20 ใช้งานได้ยาวนาน ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรม Cool Tech ผลิตถังเก็บน้ำที่คงอุณหภูมิน้ำให้ใช้ได้อย่างเย็นสบาย เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องรับมือกับหน้าร้อนในทุกๆ ปี
จะเห็นได้ว่าถังเก็บน้ำเพียงรุ่นเดียวของ DOS LIFE ได้ผสมผสานนวัตกรรมมากกว่าหนึ่ง เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงน้ำสะอาดได้ครบจบในคราวเดียว แน่นอนว่า นวัตกรรมดังกล่าวของ DOS LIFE จะตกผลึกออกมาเป็นผลิตภัณฑ์อีกมากมายในอนาคต เพื่อยกระดับถังเก็บน้ำธรรมดาๆ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

จึงสามารถกล่าวได้ว่า DOS LIFE เป็นแบรนด์ถังเก็บน้ำแบรนด์แรกๆ ที่มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ตอบโจทย์ทั้งในแง่ Functional และ Emotional ดีไซน์สวยงามเหมือนเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน แต่เต็มไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย สามารถสานสัมพันธ์กับฐานลูกค้าได้ในระยะยาว (Long Term Relationship) ทำให้ DOS LIFE มีอัตราการก้าวกระโดดปีละ 15% โดยเฉลี่ย ถือว่ามีการเติบโตที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับแบรนด์คู่แข่งในตลาดเดียวกัน
“สิ่งที่ลูกค้าต้องการไม่ใช่การซื้อสินค้าครั้งเดียวแล้วหายไปเลย เราต้องมีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาที่ลูกค้าพบเจออยู่เสมอ และหมั่นสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าโดยไม่ทิ้งลูกค้าทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการขาย จึงสังเกตได้ว่าลูกค้าที่ซื้อสินค้าจาก DOS LIFE มักจะกลับมาซื้อสินค้าของเราอีกครั้ง เพราะเรามีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง มีประเภทผลิตภัณฑ์อีกมากมายนอกเหนือจากถังเก็บน้ำ ซึ่งนั่นทำให้เรามีฐานลูกค้าที่หลากหลายเช่นกัน ทั้งหมดทั้งมวลนี้เพื่อให้ DOS LIFE ได้เป็น Total Solution Provider” คุณทัชชมน กล่าวเสริม
ปัจจุบัน ตลาดถังเก็บน้ำมีมูลค่ากว่า 6 พันล้าน ซึ่ง DOS LIFE กวาดส่วนแบ่งตลาดไปมากกว่าครึ่ง ด้วยศักยภาพด้านการผลิตที่มีโรงงานถึง 7 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงโรงงานในประเทศอินโดนีเซียอีก 1 โรงงาน รวมเป็น 8 แห่ง ทำให้ DOS LIFE มีช่องทางการส่งออกได้อย่างทั่วถึงในแถบอาเซียน ร่วมกับพันธมิตรร้านค้ามากกว่า 4 พันร้านค้า ผนึกกำลังจากฝ่ายขายอีกจำนวนมหาศาล ไม่แน่ว่าในอนาคต DOS LIFE อาจจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดถังเก็บน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศก็เป็นได้
คุณทัชชมนได้กล่าวถึงภาพรวมการส่งออกของ DOS LIFE อีกว่า “การส่งออกของเราครอบคลุมกลุ่มประเทศ AEC เกือบทั้งหมด รวมถึงส่งออกถังบำบัดน้ำไปยังแถบยุโรปและมัลดีฟส์อีกด้วย โดยประเทศไทยยังคงเป็นตลาดหลักที่ทำยอดขายสูงสุด รองลงมาเป็นอินโดนีเซีย ซึ่งเรามั่นใจว่าในอาเซียนเราไม่แพ้ใครเรื่องนวัตกรรมและความสวยงาม”
สำหรับแผนการต่อยอดเส้นทางแห่งความสำเร็จของ DOS LIFE ในปีนี้ยังคงตอกย้ำ Constant Caring Innovation เป็นแนวคิดการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดต่อไปในอนาคตเป็น Brand DNA ที่คู่แข่งไม่สามารถเทียบได้ ด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำๆ ที่ผู้บริโภคต้องเผชิญ และทีมพัฒนาที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี โดยมีเป้าหมายคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภค และตอบรับความคาดหวังจากลูกค้าที่ตั้งตารอชมนวัตกรรมใหม่ๆ จาก DOS LIFE ในทุกๆ ปีจึงไม่แปลกที่ DOS LIFE จะสามารถครองตำแหน่งเจ้าตลาดถังเก็บน้ำได้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยแห่งความความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่นวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงประเด็นความยั่งยืนด้วย DOS LIFE จึงให้ความสำคัญกับการคิดค้นนวัตกรรมที่บรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำวัสดุรีไซเคิลมาพัฒนาเป็น Green Polymer ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตได้ พัฒนานวัตกรรมระบบ Aeliftor ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึง 70% เหมาะสำหรับโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ที่ต้องการประหยัดค่าน้ำค่าไฟ และยังนำพลังงานสะอาดมาใช้ในโรงงาน ลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นห่วงโซ่อุปทานสีเขียวเลยก็ว่าได้
จะเห็นได้ว่า DOS LIFE สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของผู้บริโภคได้ครบวงจร ไม่ว่าจะการส่งต่อสินค้าคุณภาพสูง ฟังก์ชันถังเก็บน้ำที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภค คิดค้นนวัตกรรมด้วยใจรักษ์สิ่งแวดล้อม และมีช่องทางจัดจำหน่ายที่กว้างขวาง ขยายโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างทั่วถึง DOS LIFE จึงตั้งใจรักษาความไว้วางใจที่ผู้บริโภคได้มอบให้ด้วยการสานต่อความเป็นแบรนด์ถังเก็บน้ำอันดับ 1 อย่างสุดความสามารถ