K PLUS เป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจ Mobile Banking มาอย่างยาวนาน โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา มีลูกค้าใช้งาน K PLUS มากถึง 21.7 ล้านราย และมีจำนวนธุรกรรมมากกว่า 9,600 ล้านธุรกรรม ความนิยมในการใช้งาน K PLUS เป็นผลจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ง่าย สะดวก ปลอดภัย เป็นระบบที่มีความเสถียร ทำให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้ไม่สะดุด นอกจากนี้ K PLUS ยังมีการอัปเดตเวอร์ชันสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน
K PLUS จึงเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าให้การยอมรับและไว้วางใจใช้บริการมาโดยตลอด โดยผลสำรวจวิจัย 2024 Thailand’s Most Admired Brand จากนิตยสาร BrandAge K PLUS ได้รับโหวตเป็น Mobile Banking อันดับ 1 จากผู้บริโภค ในหมวดธนาคารและบริการทางการเงิน

ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า K PLUS เป็นช่องทางหลักในการให้บริการ Digital Banking ของธนาคารกสิกรไทย โดยในปี 2567 นี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นพัฒนา K PLUS อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ครบทุกความต้องการในด้านการเงิน โดยยังเน้นเรื่องความง่ายในการใช้งาน ระบบต้องมีความเสถียร ใช้งานได้ทุกครั้งที่ต้องการ ไม่ติดขัด รวมถึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการใช้งาน โดยจะเน้นไปที่การให้บริการของ K PLUS ใน 4 ด้าน ได้แก่
- บริการด้านการใช้จ่ายที่ครบทุกไลฟ์สไตล์ โดยธนาคารได้ร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจที่เป็นร้านค้าและแพลตฟอร์มระดับโลก เพื่อเชื่อมต่อระบบให้ลูกค้าใช้ K PLUS จ่ายเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งร้านค้าออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในและต่างประเทศ
- บริการด้านการลงทุน โดยเพิ่มผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายมากขึ้นบน K PLUS ครบทุกความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงมีการรวบรวมข้อมูลการลงทุนและ Portfolio ของลูกค้าที่ครบถ้วน ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจลงทุนได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
- บริการ Digital Self-service ที่ช่วยให้ลูกค้าทำธุรกรรมด้วยตัวเองผ่าน K PLUS ได้เลย เช่น การเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าประหยัดเวลามากขึ้น สามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้เอง ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องไปสาขาหรือติดต่อ K-Contact Center
- การเพิ่มความปลอดภัยของ K PLUS ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยอัปเดตเวอร์ชันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจและมั่นใจในการใช้งาน K PLUS


และเพื่อให้ลูกค้าใช้งาน K PLUS ได้ต่อเนื่อง ธนาคารได้ออกแบบระบบที่ยืดหยุ่น สามารถรองรับปริมาณการทำธุรกรรมที่มากน้อยแตกต่างกันตามความต้องการของแต่ลูกค้าในแต่ละวันได้ รวมถึงมีการตรวจสอบและประเมินจำนวนธุรกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารได้เตรียมความพร้อมของระบบให้เพียงพอ รวมถึงสามารถปรับเพิ่ม Capacity ให้รองรับจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นในแต่ละฟีเจอร์อีกด้วย โดยสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานว่า ในปี 2566 ระบบ K PLUS เกิดความขัดข้องน้อยที่สุดเพียง 1 ครั้ง
K PLUS สู่การเป็น ‘Regional Mobile Banking’ เต็มรูปแบบ
ล่าสุดธนาคารกสิกรไทยได้เปิดตัว K PLUS Laos เพื่อส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินให้แก่ลูกค้าในสปป.ลาว ตอบโจทย์การทำธุรกรรมการเงินในชีวิตประจำวันมาไว้ในแอปเดียว นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายบริการของธนาคารกสิกรไทยไปสู่ต่างประเทศ ตามวิสัยทัศน์ในการมุ่งสู่การเป็นธนาคารแห่งภูมิภาค (Regional Banking) โดยปัจจุบัน ธนาคารกสิกรไทยเปิดให้บริการ K PLUS ในภูมิภาคอาเซียน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม และสปป.ลาว เป็นประเทศล่าสุด
นอกจากนี้ ธนาคารเตรียมแผนขยายการลงทุนด้านดิจิทัลในธุรกิจต่างๆ ด้วยเป้าหมายเพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มจำนวนพันธมิตรทางธุรกิจสู่การเป็น Super Ecosystem ทางการเงินในระดับภูมิภาคอีกด้วย