แม้ปัจจุบันจะมีผลิตภัณฑ์แก้วิงเวียน บรรเทาปวดเมื่อยมากมายให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ แต่ยาหม่องยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เมื่อขึ้นชื่อว่ายาดม ยาอม ยาหม่อง ย่อมเป็นสินค้าที่คนไทยซื้อซ้ำแล้ว “ไม่รู้สึกผิด” จะซื้อเพิ่มอีกคราวละหลายๆ ชิ้นก็ยังได้ ด้วยราคาเข้าถึงง่าย ขนาดเล็กพกพาสะดวก (แต่ก็หายง่ายเช่นกัน) มีไว้ติดกระเป๋าแล้วรู้สึกอุ่นใจ เวียนหัวเมื่อไรก็หยิบขึ้นมาใช้ได้ทันที ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดยาหม่องน้ำมีการแข่งขันดุเดือดมากขึ้นทุกวันด้วยดีมานด์ที่ไม่มีวันจบสิ้น
อย่างไรก็ตาม มีผู้บริโภคบางกลุ่มคิดว่ายาหม่องน้ำก็คล้ายๆ กันทุกแบรนด์ ซึ่ง “เซียงเพียว” ก็ยอมรับว่าเป็นโจทย์ที่ผู้เล่นในตลาดต้องทำการบ้านอย่างหนัก ในฐานะผู้นำตลาดจึงต้องมุ่งหน้าสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ ผ่านกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ เซียงเพียวอิ๊วต่อยอดด้วยการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการบรรเทาในรูปแบบต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ซึ่งเซียงเพียวไม่ได้ตีกรอบแต่อย่างใดว่าต้องเป็นยาหม่องน้ำเท่านั้น

กล่าวคือ เซียงเพียวนิยามตัวเองเป็น Wellness Brand ที่มองหา Wellness Solutions ในแบบของตัวเอง ยกระดับความเป็นอยู่ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นแบรนด์ระดับตำนานที่มีเรื่องราวแห่งความสำเร็จมากมาย อันเกิดจากการสร้างแบรนด์ (Branding) อันแข็งแกร่งให้เป็นที่กล่าวขานกันรุ่นสู่รุ่น ทำให้เซียงเพียวสามารถคงตำแหน่งเจ้าตลาดยาหม่องน้ำ ด้วยส่วนแบ่งมากถึง 42% และการันตีความเป็นเบอร์ 1 ผ่านรางวัลผู้นำตลาด Market Leader Brand Award

เพราะยาหม่องที่ดีต้องเริ่มจากวัตถุดิบที่ดี คุณมีนา อัครพงศ์พิศักดิ์ ผู้ช่วยประธานบริหารด้านการตลาด บริษัท เบอร์แทรม (1958) จำกัด เล่าถึงหัวใจของการเป็นผู้นำตลาดไว้ว่า “คุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคยังคงเลือกใช้ยาหม่องน้ำ เซียงเพียวอิ๊ว เพราะเราคัดเลือกส่วนผสมอย่างดี ให้ความสำคัญกับการควบคุมมาตรฐานในทุกขั้นตอนการผลิต และไม่หยุดนิ่งในการทำ Product Development ทั้งการพัฒนาแพ็กเกจจิ้งให้ดูทันสมัย เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคในหลากหลายวัยอีกด้วย”
อายุกว่า 6 ทศวรรษของเซียงเพียว ไม่ได้ทำให้แบรนด์ดูเก่าแก่ลงไปตามกาลเวลา เพราะไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่รุ่น เซียงเพียวก็ปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจให้เข้ากับทุกยุคทุกสมัย หรือก็คือ Brand Modernization ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการบริหารช่องทางจำหน่าย โดยยังคงไว้ซึ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งต่อการบรรเทาสมชื่อยาครอบจักรวาล และความหอมสดชื่นที่ใครก็ปฏิเสธไม่ลงจนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียนและหลากหลายประเทศทั่วโลก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแบรนด์เซียงเพียวยังคงติดภาพจำว่าเป็นยาหม่องสำหรับอากงอาม่า หากจะคิดว่าฐานลูกค้าหลักของเซียงเพียวเป็นกลุ่มผู้สูงอายุก็ไม่ใช่เรื่องแปลก กระทั่งมีเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ เข้ามาเพิ่มความสดใหม่ให้กับพอร์ตฯ ของบริษัท เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับคนรุ่นใหม่ ในขณะเดียวกันเซียงเพียวได้มีการพัฒนา Product Line เพิ่มเกมรุกจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น การปรับโฉมยาดมเซียงเพียวใหม่ให้ดูทันสมัย พร้อมทั้งพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ยาดมมากยิ่งขึ้น หรือในยุคที่ทุกคนให้ความสำคัญกับ Health Conscious เซียงเพียวรีลีฟครีม ครีมทาบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ที่รักการออกกำลังกาย (Sport Marketing) ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์อีกมากมายที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานอย่างตรงจุด
คุณมีนา เสริมว่า “เซียงเพียวต้องการเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์เรื่องการบรรเทา เน้น Functional Benefits มาตลอด ต่างกับเป๊ปเปอร์มิ้นท์ ฟิลด์ ที่เราวาง Brand Positioning เป็น On-the-go Refreshment เพิ่มความสดชื่นให้ลูกค้าได้ทุกวัน แม้ทั้ง 2 แบรนด์นี้จะมีสินค้าที่ใกล้เคียงกัน แต่สุดท้ายแล้ว Key Message ที่เราสื่อสารออกไปนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน”
เพื่อทำให้กลยุทธ์ Sport Marketing เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่รักสุขภาพก้าวหน้าไปอีกขั้น เซียงเพียวได้ให้กำเนิด “เซียงเพียว เอ็กซ์พีเรียน” (SIANGPURE Experience) เปิดสนามเซียงเพียว เทนนิสคลับ และเซียงเพียว ไบค์พาร์ค พื้นที่สำหรับคนรักการตีเทนนิสและปั่นจักรยาน ในซอยโยธินพัฒนา 3 เลียบทางด่วนรามอินทรา อีกทั้งยังมีเซียงเพียว ปั๊มแทร็ค สนามเซิร์ฟสเก็ตและจักรยานเสือภูเขาในพื้นที่สีเขียวอย่างเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตอกย้ำความเชื่อที่ว่า “สุขภาพร่างกายที่ดี ส่งผลต่อสุขภาพจิตใจที่ดี”
อีกนัยหนึ่งก็คือเซียงเพียวไม่ได้หยุดตัวเองไว้แค่ผู้นำตลาดยาหม่องน้ำ ยังสามารถขยับขยายตัวเองไปเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดอื่นๆ ด้วยการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างประสบการณ์การบรรเทาในรูปแบบที่หลากหลาย (Brand Experience) ตลอดจนการพัฒนากลิ่นใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค เช่น เพิ่มสูตรน้ำใส ปรับส่วนผสมของสมุนไพรให้เป็นกลิ่นที่หอมละมุน แต่ยังคงความยูนีคที่เตะปลายจมูกซึ่งรู้ได้ทันทีว่าเป็นของเซียงเพียว และยังคงสรรพคุณการบรรเทาปวดเมื่อย วิงเวียนศีรษะ คัดจมูก ตามคอนเซ็ปต์ยาครอบจักรวาลเช่นเดิม
จึงสามารถกล่าวได้ว่า เซียงเพียวสามารถยกระดับแบรนด์ยาหม่องน้ำให้กลายเป็น Master of Relief Brand in Thailand ได้อย่างแท้จริงแสดงให้เห็นถึงการฟังเสียงลูกค้าอย่างทั่วถึง ซึ่งนอกจากจะประสบความสำเร็จในแง่การสร้าง Brand Awareness ขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ รักษา Brand Loyalty ฐานลูกค้าเดิม ยังเป็นการสร้างความโดดเด่นจากผู้เล่นในตลาดเดียวกันอีกด้วย ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะเห็นชื่อเซียงเพียวในฐานะผู้นำตลาดอื่นๆ นอกจากยาหม่องน้ำก็เป็นได้
แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น คือเซียงเพียวยังคงรูปแบบการสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านโฆษณาที่มีเอกลักษณ์ โดยที่ผู้บริโภคไม่ได้รู้สึกเบื่อหรือมองว่าล้าสมัย กลับกันกลับรู้สึกเพลิดเพลิน มองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่านี่คือโฆษณาของเซียงเพียวอิ๊ว ตั้งแต่ “เว่ยเส้าเทียน …วันนี้เป็นวันตายของเจ้า” มาจนถึงเรื่องล่าสุด “ขวดแค่เนี้ย…ทำได้เยอะกว่าที่คิด!” บอกเล่าสรรพคุณของยาหม่องน้ำผ่านหนังบู๊กำลังภายในเช่นเดิม เพิ่มเติมคือสามารถเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ได้ หมายความว่าเซียงเพียวสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่ม Younger Target ได้ โดยไม่จำเป็นต้องปรับ Brand Perception มากมายซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง Branding อันแข็งแกร่ง จึงไม่แปลกที่ เซียงเพียวจะสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดยาหม่องน้ำไว้ได้อย่างยาวนาน
นอกจากเซียงเพียวจะเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและสามารถใช้เซียงเพียวได้ทุกเวลาเป็นสินค้าคู่กายในทุกๆวัน เพื่อตอกย้ำความเป็น “เซียงเพียว ตอบโจทย์เรื่องการบรรเทา” ให้กว้างขวางยิ่งกว่าเดิม สู่การคงไว้ซึ่งตำแหน่งเจ้าตลาดยาหม่องน้ำต่อไป