ในระยะเวลากว่า 37 ปี ที่แอมเวย์ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ด้วยความตั้งมั่นอยู่บนรากฐานของปรัชญาธุรกิจขายตรงที่มีความปรารถนาในการมอบโอกาสการมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้คน โดยเป้าหมายปัจจุบันของแอมเวย์ คือการสร้าง “New Wealth” ความมั่นคงมั่งคั่งใหม่ ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี (Health and Wellbeing) ใน 6 มิติ ได้แก่ ร่างกายที่แข็งแรง (Healthy Body) สุขภาพจิตใจที่ดี (Healthy Mind) การพัฒนาตัวเอง (Personal Growth) คอมมิวนิตีที่ดี (Community Connection) ความมั่นคงทางการเงิน (Financial Wellbeing) และโลกที่ยั่งยืน (Healthy Planet) เพื่อนำไปสู่การมี Healthspan หรือสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอย่างยาวนานขึ้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแอมเวย์ที่ว่า Helping People Live Better, Healthier Lives
คุณทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงปรัชญาการทำธุรกิจขายตรงว่า ธุรกิจขายตรงนั้นเกิดขึ้นจากรากฐานของความปรารถนาที่จะมอบโอกาสในการมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้คน ยิ่งมีแบรนด์ธุรกิจเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมขายตรงมากขึ้นเท่าไร นั่นหมายถึงการเพิ่มโอกาสให้กับคนในสังคมมากขึ้นเท่านั้น แต่การมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นจำนวนมากและรวดเร็ว อาจจะยากต่อการตรวจสอบและควบคุม นำมาซึ่งการแอบแฝงสร้างรายได้อย่างฉาบฉวยและไม่ยั่งยืน โดยแอมเวย์มีแนวทางรับมือกับการแข่งขันในยุคใหม่ด้วยการรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจ ที่มุ่งเน้นในเรื่องความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบต่อนักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิก และผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้เสมือนเป็นเกราะป้องกันให้แอมเวย์มีความน่าเชื่อถือมาโดยตลอดและครองตำแหน่งผู้นำในธุรกิจขายตรงได้มาอย่างต่อเนื่อง
โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้แอมเวย์ยังคงรักษาความเป็น
Top of Mind Brand ไว้ได้อย่างยาวนาน มาจากองค์ประกอบ 3 เรื่องหลัก คือ
- ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความประทับให้ผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน
- นักธุรกิจแอมเวย์มืออาชีพ หุ้นส่วนทางธุรกิจที่เป็นผู้มีความรู้จริงในเรื่องผลิตภัณฑ์ และมีความเชี่ยวชาญในเรื่อง Health & Wellbeing Solution อย่างครบวงจร และ
- บริษัทยึดมั่นจรรยาบรรณ เป็นสิ่งที่แอมเวย์ให้ความสำคัญสูงสุด ซึ่งการดำเนินธุรกิจต้องเน้นความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบต่อนักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิก และผู้บริโภค
สิ่งเหล่านี้ คือองค์ประกอบหลักที่ทำให้แอมเวย์เป็นที่ยอมรับและทำให้ผู้บริโภคจดจำมาได้อย่างยาวนาน
ปัจจุบันโลกธุรกิจเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมากมาย โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีนี้ มีความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจนในหลากหลายมิติ ได้แก่
Health Conscious ผู้บริโภคให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
Go Digital พฤติกรรมผู้บริโภคปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีและสื่อออนไลน์มากขึ้น และ
Entrepreneurship คนรุ่นใหม่ชอบทำอาชีพอิสระ (Freelance) ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายอาชีพที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่
ที่ผ่านมา แอมเวย์จึงได้ติดตามและศึกษาความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาสินค้าและรูปแบบการขาย รวมถึงการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์หรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เรื่องแรก เรามีการพัฒนาโซลูชันผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพและสุขภาวะตามโจทย์ความต้องการการดูแลสุขภาพของผู้บริโภค เรื่องที่สอง การสร้าง Digital Transformation จากเดิมที่แอมเวย์มีแผนเตรียมพร้อมที่จะพัฒนารูปแบบการทำธุรกิจให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านทางออนไลน์อยู่แล้ว แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ยิ่งเหมือนเป็นตัวเร่งความพร้อมให้แผนงานทุกอย่างเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วเกินคาด
“บริษัทในฐานะผู้พัฒนาเครื่องมือในการทำธุรกิจ นักธุรกิจแอมเวย์ในฐานะผู้นำเครื่องมือไปใช้ และลูกค้าในฐานะผู้รับข้อมูลและใช้สินค้า ทุกคนพร้อมปรับวิถีชีวิตไปในรูปแบบออนไลน์ด้วยการใช้เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ทำให้การทำธุรกิจขายตรงที่เป็นเรื่องของ Personal Touch สามารถสอดแทรกความเป็นดิจิทัลไปได้อย่างลงตัว และแอมเวย์ยังส่งเสริมศักยภาพของนักธุรกิจแอมเวย์ด้านการสร้างโซเชียลคอนเทนต์อย่างจริงจังในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนบทบาทนักธุรกิจให้เป็น Amway Creator นำเสนอสินค้าในแบบไลฟ์สไตล์ของตนเองผ่านโซเชียลมีเดีย ค้นหาจุดเด่นเฉพาะตัวเพื่อนำมาพัฒนาและส่งเสริมให้ตรงกับความถนัด สร้างจุดแข็งที่ไม่ซ้ำใคร และสามารถสร้าง Social Community ของตัวเองได้จากการรวมกลุ่มของคนที่มีความสนใจและความชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน”สำหรับเรื่องที่สาม คือการพัฒนาแผนการจ่ายผลตอบแทน รวมถึงรางวัลการท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจอาชีพ นักธุรกิจอิสระได้มากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยืนยันความสำเร็จที่ทุกคนสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของแอมเวย์ได้อย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
คุณทศพร ยังเล็งเห็นว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่เชื่อในสิ่งที่ผ่านการบอกเล่าจากแบรนด์สินค้า แต่จะศึกษาและเชื่อในสิ่งที่แชร์มาจากผู้บริโภคตัวจริง เพื่อน หรือบุคคลใกล้ตัวมากกว่า ดังนั้น ประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์จะดูน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับก็ต่อเมื่อได้รับการยืนยันมาจากผู้ที่ได้รับประสบการณ์ตรงจากแบรนด์นั้นจริงๆ
“ข้อได้เปรียบของแอมเวย์ คือเรามีนักธุรกิจแอมเวย์กว่า 3 แสนคน ที่เป็นเสมือน ‘ผลิตผลของผลิตภัณฑ์’ (Product of Product) ความประทับใจที่มีต่อสินค้าเกิดขึ้นจากการใช้งานจริง ได้ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้จริงจึงเกิดการบอกต่อ และในยุคที่การสื่อสารออนไลน์สามารถแพร่หลายวงกว้างในเวลาอันรวดเร็ว ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแบรนด์และสัมผัสประสบการณ์การใช้สินค้าได้ง่าย จึงเพิ่มโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น เทคนิคการมัดใจผู้บริโภคคือการสร้างผลิตผลของผลิตภัณฑ์ของแอมเวย์อย่างมีคุณภาพ สมบูรณ์แบบ และยั่งยืน”กลยุทธ์สำคัญของแอมเวย์ คือการสร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่น และนั่นคือเรื่องของคุณภาพผลิตภัณฑ์ ที่เกิดจากการมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบจนเป็นผลิตภัณฑ์ก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค อาทิ ผลิตภัณฑ์นิวทริไลท์ ซึ่งเป็นแบรนด์วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับโลกเพียงแบรนด์เดียวที่เพาะปลูก เก็บเกี่ยว และมีกระบวนการผลิตด้วยระบบฟาร์มชีวภาพที่ผ่านการรับรอง* และเป็นเจ้าของฟาร์มออร์แกนิค 4 แห่ง ใน 3 ประเทศ ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 15,000 ไร่ เป็นแหล่งที่มาของส่วนผสมชั้นเยี่ยมที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และแอมเวย์ ยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนา 12 แห่งทั่วโลก มีทีมนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่ทำการค้นคว้า วิจัย และทดสอบผลิตภัณฑ์จนมั่นใจก่อนส่งมอบให้กับผู้บริโภค จึงเป็นจุดแข็งที่ทำให้แอมเวย์ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดและเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับหลายล้านครัวเรือนทั่วประเทศ (*อ้างอิง: Euromonitor International Limited.
www.euromonitor.com/amway-claims)