หากย้อนดูในอดีต ตลาดไอทีต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล วิกฤตโควิด-19 หรือภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ภาพรวมตลาดไอทีหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาด Consumer หลายแบรนด์จึงต้องปรับตัวมองหาโมเดลธุรกิจหรือตลาดใหม่ๆ
แต่ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้น เอปสันสามารถก้าวผ่านสถานการณ์และสร้างการเติบโตได้ เอปสันจึงปรับโฟกัสธุรกิจมาที่ตลาด Business แทนตลาด Consumer พร้อมทั้งเดินหน้าเพิ่มไลน์อัพสินค้าพรินเตอร์อย่างต่อเนื่องทำให้ผลประกอบการล่าสุดของเอปสันโตเพิ่มขึ้น 8% สวนทางกับภาพรวมตลาดไอทีที่หดตัวลงกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และปีนี้เอปสันยังได้รับการโหวตให้เป็นอันดับที่ 1 จากการสำรวจ 2024 Thailand’s Most Admired Brand กลุ่มพรินเตอร์ อีกด้วย

คุณยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงเคล็ดลับที่ทำให้เอปสันประสบความสำเร็จมาจากการออกผลิตภัณฑ์พรินเตอร์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมความต้องการขององค์กรธุรกิจในทุกกลุ่มและเพิ่มการให้บริการเพื่อเข้าถึงลูกค้ามาโดยตลอด พร้อมทั้งใส่ใจในการพัฒนาคุณภาพของตัวแทนจำหน่าย ด้วยการให้ความรู้และอัพเดทเทคโนโลยีต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อให้เหล่าตัวแทนจำหน่ายสามารถแนะนำสินค้า ให้ความรู้และบริการของลูกค้าเอปสัน เหมือนกับเป็นพนักงานของเอปสันเอง

เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เอปสันจึงได้กำหนดแผนการทำงาน โดยมุ่งลงทุนในจุดแข็งทั้ง 5 ด้าน สร้างความแตกต่างและโดดเด่นจากคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็น
S-curve ไม่หยุดที่จะมองหาโอกาสการเติบโตก้าวหน้า เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด เช่น การเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าเพื่อให้ครอบคลุมความต้องการขององค์กรธุรกิจในทุกขนาด
Sales Model ให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบการขายที่หลากหลายเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกว่าต้องการเป็นเจ้าของเครื่องพิมพ์คุณภาพสูงของเอปสันในรูปแบบใด โดยคำนึงถึงงบประมาณ ประเภทงานพิมพ์และปริมาณการใช้ในแต่ละเดือนที่ลูกค้าสามารถเป็นผู้กำหนดได้เอง
Service Excellence เอปสันให้ความสำคัญกับการบริการทั้งก่อนและหลังการขายมาโดยตลอด มีการพัฒนาทีม Pre-sales สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำโซลูชั่นที่เหมาะกับองค์กรธุรกิจของลูกค้า และพัฒนาช่องทางดิจิทัลเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนศูนย์บริการอย่างต่อเนื่องปัจจุบันมีอยู่ 182 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมี 140 แห่งที่สามารถให้บริการ Onsite เข้าไปให้บริการ เข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
Solution Center สำหรับใช้เป็นที่จัดแสดงและสาธิตการใช้งานผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มของเอปสัน เพื่อสร้างประสบการณ์จริงให้กับลูกค้าก่อนตัดสินใจซื้อและเป็นพื้นที่จัดอบรมเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่ให้กับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
Sustainable Value ดีเอ็นเอของไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ที่ได้ดำเนินธุรกิจบนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาว “Environmental Vision 2050” อย่างจริงจัง โดยมีวัตถุประสงค์ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เป็นศูนย์ในปี 2593 และหยุดการใช้พลังงานจากใต้ดิน

ล่าสุดช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เอปสันได้แถลงความสำเร็จกับการเป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมการผลิตของญี่ปุ่นที่สามารถเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนแบบ 100% ได้ตามกำหนดเวลาที่ให้คำมั่นไว้เมื่อปี 2564 ด้วยการจัดหาพลังงานหมุนเวียนเพื่อมารองรับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ทุกโรงงานและสำนักงานของเอปสันทั่วโลกใช้ราว 876 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ทำให้เอปสันคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงได้ราว 4 แสนตันในแต่ละปี พร้อมมุ่งหน้าผลักดันสู่การเป็น Negative Carbon Company ในที่สุด
การสร้าง Brand Experience ปัจจุบันมีความซับซ้อนและท้าทายมากขึ้น คุณยรรยงเผยว่า เพื่อมัดใจผู้บริโภคยุคใหม่จึงต้องทำได้อย่างสอดคล้องกับความคาดหวังและความต้องการ นั่นหมายความว่า เอปสันจะต้องเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าจึงต้องมีการทดสอบการใช้งานก่อนการตัดสินใจซื้อโดยเฉพาะลูกค้าองค์กร
เอปสันจึงได้เปิด Solution Center แห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตรประกอบด้วยโซนเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมหุ่นยนต์แขนกล และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจ ซึ่ง Solution Center แห่งนี้ใช้งบลงทุนกว่า 30 ล้านบาท ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ด้านหน้าอาคารปัน (PUNN Smart Workspace) ถนนพระราม 4 เขตคลองเตย เพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงและสาธิตการใช้งานผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มของเอปสัน

รวมถึงได้เปิดตัว Epson Demo Car เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานเครื่องจริงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ภายในติดตั้งพรินเตอร์สำหรับองค์ธุรกิจ 2 รุ่น ได้แก่ เครื่องมัลติฟังก์ชั่นแบบ 4 สี WorkForce Enterprise AM-Series รุ่น AM-C5000 ให้งานพิมพ์คมชัดที่ความเร็ว 50 หน้าต่อนาที ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Heat-Free และ Epson SureColor SC-T3130N เครื่องพิมพ์สำหรับมืออาชีพที่ให้ความเร็วในการพิมพ์สูง พิมพ์งานคุณภาพเยี่ยมและแม่นยำในทุกรายละเอียด ด้วยเทคโนโลยีหัวพิมพ์ที่ล้ำสมัย PrecisionCore Micro TFP มาพร้อมกับหมึกพิกเมนท์ UltraChrome XD2 เป็นหมึกกันน้ำที่ให้สีสวย ชัดเจน สม่ำเสมอในทุกโทนสีและยังติดทนนาน ใช้งานสะดวกเพราะเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ รองรับงานออกแบบกราฟิกและงานโปสเตอร์เพื่อใช้ภายในสำนักงาน
ซึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Heat-Free เป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของเอปสันที่ไม่ใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ สามารถพิมพ์งานได้อย่างรวดเร็วเพราะไม่ต้องใช้ความร้อนในการอุ่นเครื่องก่อนพิมพ์ ช่วยให้ช่วยประหยัดเวลาการทำงานมากขึ้นและประหยัดการใช้ไฟฟ้าแน่นอนว่าช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย
เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดที่สร้างมาตรฐานการพิมพ์ให้ตลาดอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เอปสันยังคงความมุ่งมั่นในการทำตลาดเชิงรุกตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ด้วยโซลูชั่นด้านผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อนำเสนอคุณค่าที่แตกต่างผสมผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจของผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์เอปสันเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ซึ่งแคมเปญในปีนี้ เอปสันยังคงให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยจะผลักดันให้เข้าสู่กลไกทางธุรกิจและกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น เพื่อเป็นการขานรับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวของไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น หรือ “Environmental Vision 2050” รวมถึงการจัดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติร่วมกับองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
สำหรับความท้าทายในปีนี้ คุณยรรยงเผยว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องของการสร้างให้เกิด Trust หรือความเชื่อใจระหว่างแบรนด์กับ ผู้บริโภค เราจึงต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีและตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มอย่างสม่ำเสมอในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการบอกต่อและซื้อซ้ำในอนาคต
จะเห็นได้ว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกลายเป็นความท้าทายที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญ ซึ่งต้องเร่งปรับกลยุทธ์ให้เท่าทันคู่แข่งเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ซึ่งต้องยอมรับว่าพรินเตอร์เป็นสินค้าไอทีที่จะต้องมีเทคโนโลยี เอปสันจึงให้ความสำคัญกับนวัตกรรมด้านการพิมพ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีการพิมพ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะท้อนตัวตนของเอปสันในฐานะผู้ผลิตพรินเตอร์ที่ให้ความสำคัญกับนโยบายการเติบโตอย่างยั่งยืน