สมาคมกาแฟแห่งชาติสหรัฐ (National Coffee Association-NCA) ระบุ 67% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันดื่มกาแฟในวันที่ผ่านมา (Past-Day Coffee Consumption) เพิ่ม 37% หรือใกล้ 2 เท่า เทียบกับปี 2004 ส่งผลให้การบริโภคกาแฟทำสถิติสูงสุดในรอบ 20 ปี
ปี 2024 มูลค่าตลาดการบริโภคกาแฟของสหรัฐ คาดว่าอยู่ที่ 28,060 ล้านดอลลาร์ (1.04 ล้านล้านบาท) คาดการณ์ว่าปี 2029 จะอยู่ที่ 33,640 ล้านดอลลาร์ (1.24 ล้านล้านบาท) อัตราเติบโตเฉลี่ย 3.69%ปัจจัยที่ทำให้โตก้าวกระโดดมาจากไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง
William "Bill" Murray ประธานและซีอีโอ ให้ความเห็นว่า NCA ทำสำรวจความเห็นผู้บริโภคติดตามเทรนด์กาแฟมานานกว่า 70 ปี ความนิยมโดยรวม การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบสนองรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคยังคงเติบโตต่อเนื่อง
“ตัวเลขสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษของปีนี้เป็นข้อพิสูจน์ล่าสุดเกี่ยวกับความรักที่ยั่งยืนของชาวอเมริกันที่มีกับกาแฟ”
ข้อมูลการดื่มกาแฟ ระบุว่า ประชากรสหรัฐ 340 ล้านคน บริโภคกาแฟน้ำหนักรวม 162,000 ล้านปอนด์ต่อปี หรือเฉลี่ย 3.8 ลิตรต่อคนต่อปี
รายงาน NCA’s Spring 2024 National Coffee Data Trends (NCDT) ซึ่งเผยแพร่กลางสัปดาห์ที่แล้วให้ข้อมูลว่า การดื่มกาแฟในวันที่ผ่านมามากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำประปาหรือน้ำดื่มบรรจุขวด ข้อมูลที่มีนัยสำคัญ ประกอบด้วย
67% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันดื่มกาแฟในวันที่ผ่านมา
65% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันดื่มกาแฟทุกวัน มากกว่าการดื่มน้ำบรรจุขวดทุกวัน ซึ่งอยู่ที่ 55%
75% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันดื่มกาแฟในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 4% เทียบกับช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2023
ผู้บริโภคอายุ 60+ ดื่มกาแฟในวันที่ผ่านมา เพิ่ม 9 % (จาก 67% เป็น 73%)
ผู้บริโภคอายุ 40-59 ปี เพิ่ม 4.5 % (จาก 66% เป็น 69%)
ผู้บริโภคอายุ 25-39 ปี เพิ่ม 4.5 % (จาก 67% เป็น 70%) อายุ 18–24 ปี อัตราบริโภคคงที่ 47%
แยกตามประเภท 57% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันดื่ม Specialty Coffee ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 7.5%เทียบกับปีที่แล้ว
ลงลึกในรายละเอียด กาแฟที่เป็น Espresso -based เพิ่มเฉลี่ย 10% โดย Lattes มีคนดื่มมากสุด คือ 18% ตามด้วย Espresso 16%และ Cappuccinos 14%
กาแฟ Ready-to-drink เพิ่ม 2 เท่า จาก 8 -15% ตามด้วยเครื่องทำกาแฟ Espresso
การทำที่บ้านแบบ Drip อยู่ที่ 37% ชงเองอยู่ที่ 28%
การดื่มกาแฟใน Chain Store ก็เติบโตเช่นเดียวกัน การจัดอันดับเครือข่ายร้านกาแฟ ยอดขายสูงสุด 5อันดับแรก ได้แก่ Starbucks ตามด้วย Dunkin ซึ่งให้ความสำคัญกับกาแฟเป็นหลัก
อันดับ 3 Panera Bread อันดับ 4 McCafé ทั้ง 2 ค่ายเน้นรายการอาหารควบคู่ไปกับกาแฟ
อันดับ 5 คือ Tim Hortons ร้านที่มีต้นกำเนิดจากแคนาดา มีทั้งอาหารและกาแฟ
ชาวอเมริกันมากกว่าครึ่งซื้อกาแฟจาก Coffee Chain สัปดาห์ละครั้ง ใช้จ่ายราว 31–40 ดอลลาร์ (1,200-1,500 บาท) ต่อเดือน นอกจากนั้นยังมี 31 % ทำดื่มเองที่บ้าน ค่ากาแฟเพียง 11-20 ดอลลาร์ (400-740บาท) ต่อเดือน
พฤติกรรมผู้บริโภคการดื่มกาแฟมีความแตกต่าง โดยผู้สูงวัยมักเลือกกาแฟร้อนเป็นเครื่องดื่มหลักของการเริ่มวันใหม่ ขณะที่ Gen Z ดื่มกาแฟเย็นได้ทั้งวัน
สัดส่วนการดื่มกาแฟร้อน และกาแฟเย็นอยู่ที่ 85 :15 กาแฟยอดนิยม คือ Lattes Espressos และ Cappuccinos
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ช่วงที่ผ่านมา COVID-19 ส่งผลให้การดื่มกาแฟที่ร้านลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตอนนี้กำลังฟื้นตัวส่วนการดื่มกาแฟที่บ้านไม่ตกลงแต่อย่างใด มีข้อมูลระบุว่า 37% ของคนอเมริกันดื่มกาแฟ 4แก้วต่อสัปดาห์
แนวโน้มล่าสุดที่ว่า ความนิยมกาแฟแบบดริป และการใช้เครื่องทำกาแฟที่บ้านกำลังเพิ่มขึ้น แม้ตัวเลขไม่ได้ถูกรวม เข้าไปกับรายได้สุทธิของอุตสาหกรรมกาแฟ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 2 เรื่องไม่สําคัญ เมื่อคิดจากข้อเท็จจริงที่ว่า ทุกๆ วัน ชาวอเมริกันกําลังหาสิ่งเติมพลังงานของพวกเขาเป็นรสชาติที่คุ้นเคย และจะไม่หายไปในเร็ววันอย่างแน่นอน
ที่มา