BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,912
VIEWS

ไม่ใช่แค่ลอยัลตี้ แคมเปญ “ท็อปส์” ปั้นกลยุทธ์แสตมป์ให้เป็นตัวสร้าง Value Engagement เพื่อเพิ่มลูกค้ากลุ่ม Gen Z

พ.ค. 16, 2567 R.Somboon
กลยุทธ์การทำแคมเปญส่งเสริมการขายในรูปแบบของการสะสมแสตมป์ ถือเป็นหนึ่งในการทำลอยัลตี้ โปรแกรมที่นอกจากจะมองถึงการกระตุ้นการซื้อแบบต่อเนื่องของลูกค้าโดยมีของพรีเมียมสะสมที่ส่วนใหญ่จะเป็นการนำแบรนด์ คาแร็กเตอร์ ชื่อดังที่คนไทยรู้จากมาเป็นไฮไลท์ในการทำแล้ว กลยุทธ์ในรูปแบบนี้ ยังเป็นตัวช่วยเพิ่มตัวเลขยอดการซื้อต่อบิลของลูกค้าที่เป็นเป้าหมายแฝงเข้ามาผ่านการเพิ่มตัวเลขการซื้อต่อบิลในการได้แสตมป์ เช่นเดียวกับการมองถึงการใช้เป็นตัวช่วยในการสร้าง Engagement ที่เชื่อมโยงไปสู่เรื่องของการสร้างแบรนด์อีกด้วย
 
พูดง่ายๆ ว่า กลยุทธ์แสตมป์ไม่ได้อยู่แค่การช่วยผลักดันยอดขายเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวช่วยในเรื่องของการสร้างแบรนด์ ที่ถือเป็นการนำ “แบรนด์” เข้ามาขับเคลื่อน ไม่ใช่การใช้โปรโมชั่นนำ เหมือนกับการทำแคมเปญส่งเสริมการขายทั่วๆ ไปในอดีต โดยเฉพาะกับความพยายามในการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นร่วมกันระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ซึ่งเราคงได้เห็นมาแล้วจากการทำแคมเปญแสตมป์ของผู้นำตลาดอย่างเซเว่น อีเลฟเว่นที่เริ่มมีการเพิ่มเบเนฟิตใหม่ๆ นอกเหนือจากการสะสมเพื่อแลกของพรีเมียมหรือใช้แทนเงินสดเพื่อซื้อของในร้าน
 
โดยในปีที่ผ่านมา เซเว่น อีเลฟเว่นเองเริ่มมีการขยายความร่วมมือออกไปยังพันธมิตรนอกร้าน อย่างการมีแต้มสะสม 149 บาท สามารถใช้แลกแพ็กเกจ Viu Premium แบบ 1 เดือนแถม 1 เดือน แต้มสะสม 365 บาท แลกบัตรรวมเครื่องเล่นที่สนุกดรีมเวิลด์ ใช้ผ่านประตู + เล่นเครื่องเล่นอย่าละ 1 รอบ หรือแต้มสะสม 125 บาท แลกป๊อปคอร์น Combo Set L โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ เป็นต้น
 
ขณะที่กรณีศึกษาล่าสุดที่เกี่ยวเนื่องกับการทำกลยุทธ์นี้ก็คือ การเปิดแคมเปญแสตมป์ของ “ท็อปส์” ในเครือเซ็นทรัล    รีเทล ที่เข้ามาสร้างความแตกต่างไปจากการทำแคมเปญแสตมป์ที่เราคุ้นเคย ไล่ตั้งแต่การเปลี่ยนมุมมองจากแค่เรื่องของการเป็น “ลอยัลตี้ โปรแกรม” ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อแบบต่อเนื่อง มาสู่การสร้าง Engagement ที่ท็อปส์ นิยามความต่างของ    กลยุทธ์ที่ทำว่าเป็นการสร้าง “Value-engagement Campaign”


จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล บอกกับเราว่า แคมเปญนี้มาจากแนวคิดบน 3 แกนหลักสำคัญ คือ 3Es  ได้แก่ Experience ที่เป็นการมอบประสบการณ์ใหม่ในการสะสม ที่สามารถสะสมของรางวัลได้ทุกที่ ทุกเวลา ที่ไหน และเมื่อไหร่ก็ได้ในทุกฟอร์แมตของท็อปส์ อีกทั้งยังสามารถสะสมแสตมป์ได้ผ่านช่องทางออนไลน์
 
ส่วน E ตัวที่ 2 คือ Exclusivity สร้างสรรค์สินค้าพรีเมียมให้มีความเอ็กซ์คลูซีฟ โดยใช้ผลงานของครีเอเตอร์และศิลปินไทยคือ 1.Painterbell นักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ไฟแรงเจ้าของผลงาน John Lulu and Friends 2.Nui Wonderland เจ้าของนิทรรศการ Nui in Wonderland ที่มีแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดความเป็นจริงของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในทุกๆ มิติ และ 3.ARTSTORY by Autistic Thai กลุ่มศิลปินออทิสติกทั้ง 5 คน ที่ร่วมนำเสนอมุมมองที่แตกต่าง ในคอนเซ็ปต์ “The Town of Galaxtica นครแห่งความหลากหลาย ผ่านฝีแปรง 5 ศิลปินออทิสติกมาต่อยอดสร้าง Soft Power สร้างคุณค่าและกระตุ้นให้ลูกค้าสนใจและอยากเป็นเจ้าของ
 
ส่วน E ตัวสุดท้าย คือ Extraordinary หรือสินค้าพรีเมียมต้องคุณภาพดี คุ้มค่าสำหรับการสะสมแสตมป์เพื่อนำไปแลก เสริมความพิเศษเพิ่มเติมเมื่อสะสมแสตมป์ก็สามารถรับพอยท์ The 1 เพื่อนำไปเป็นส่วนลดสำหรับสินค้าอื่นๆ ได้ตามปกติอีกด้วย
 
การเลือกให้สะสมแสตมป์ได้ผ่านทุกฟอร์แมตสโตร์ รวมถึงการช้อปผ่านช่องทางออนไลน์นั้น เป็นการแก้ Pain point หรือจุดอ่อนของท็อปส์เอง เพราะการทำแคมเปญสะสมแสตมป์เกือบทั้งหมดของบ้านเรา จะเป็นการทำผ่านฟอร์แมตสโตร์ที่เป็นร้านค้าปลีกไซส์เล็ก ซึ่งเมื่อเทียบจำนวนสาขาของท็อปส์ เดลี่ ที่เป็นค้าปลีกไซส์เล็กของท็อปส์กับคู่แข่งขันรายอื่นๆ แล้ว พบว่า จำนวนสาขาที่มีอยู่กว่า 500 สาขา ถือว่าน้อยกว่าคู่แข่งขันรายอื่นๆ
 
จึงนำทุกฟอร์แมตที่มีอยู่รวมถึงช่องทางออนไลน์เข้ามาร่วมในรายการ เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการร่วมแคมเปญได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะออนไลน์ที่ลูกค้าท็อปส์ถึง 71% มีการช้อปผ่านช่องทางนี้ จึงเป็นตัวช่วยในเรื่องของการเข้าถึงได้เป็นอย่างดี โดยรูปแบบของการสะสม เมื่อซื้อสินค้าครบ 100 บาท จะได้แสตมป์ 1 ดวง สะสมเป็น อี - แสตมป์


ส่วนการแลกของพรีเมียมนั้น ท็อปส์มีการนำอินไซต์ของลูกค้าจากการทำแคมเปญแสตมป์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นปีแรกที่ท็อปส์กลับมาทำแคมเปญในรูปแบบนี้ โดยจากอินไซต์ชองลูกค้าท็อปส์ พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการได้ของพรีเมียมที่ร่วมรายการเร็วขึ้น จึงได้มีการปรับรูปแบบของการแลกของพรีเมียม จากแค่ใช้แสตมป์มาเป็นสามารถแลกซื้อด้วยการใช้จำนวนแสตมป์ที่น้อยลง แล้วบวกด้วยเงินสด
 
อาทิ ร่มพับ 5 ตอน กัน UV เพียงสะสมแสตมป์ครบ 100 ดวง แลกซื้อในราคา 1 บาท หรือสะสมครบ 10 ดวง แลกซื้อในราคา 119 บาท แก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ เพียงสะสมแสตมป์ครบ 150 ดวง แลกซื้อในราคา 1 บาท หรือสะสมครบ 20 ดวง แลกซื้อในราคา 159 บาท กระเป๋าผ้าช้อปปิ้ง เพียงสะสมแสตมป์ครบ 250 ดวง แลกซื้อในราคา 1 บาท หรือสะสมครบ 30 ดวง แลกซื้อในราคา 299 บาท
 
โดยแคมเปญสแตมป์ได้ถูกคิดขึ้นภายใต้กลยุทธ์ Winning Together โดยให้ความสำคัญกับการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างห่วงโซ่ธุรกิจ ได้แก่ ลูกค้าที่มองหาความคุ้มค่าด้านราคาและประสบการณ์ความเอ็กซ์คลูซีฟ, พาร์ทเนอร์ที่ต้องการเพิ่มการมองเห็นแบรนด์และกลไกในการขับเคลื่อนยอดขาย โดยมีสินค้าจากซัพพลายหลายรายเข้ามาร่วมทำแคมเปญแจกแสตมป์เพิ่ม
 
ขณะที่อีก Win หนึ่งก็คือท็อปส์ ที่นอกจากจะช่วยเน้นการรักษาฐานลูกค้าเก่าด้วยลอยัลตี้ โปรแกรมแล้ว ยังช่วยในการการขยายฐานลูกใหม่ผ่านการใช้คาแร็กเตอร์การ์ตูนเพื่อดึงดูดลูกค้านิวเจน นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนศิลปินไทย สร้างโอกาสและพื้นที่โชว์ศักยภาพด้านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ นับเป็นการสานต่อความสำเร็จจากแคมเปญสะสมแสตมป์ในปีที่ผ่านมา ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 2 ดิจิตเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมถึงจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นถึง 4% อีกด้วย ถือเป็นอีกกลยุทธ์ที่จะเข้ามาช่วยตอกย้ำความสำเร็จของการเดินหน้าสู่การสร้างแคมเปญสะสมแสตมป์ในปีนี้ ให้ประสบความสำเร็จขึ้นมากขึ้นกว่าเดิม


จากข้อมูลของท็อปส์ยังพบสถิติที่น่าสนใจ คือลูกค้าท็อปส์เป็นลูกค้าผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยคิดเป็นสัดส่วน 71.8% และผู้ชายมีสัดส่วน 28.2%  และพบว่า 75.2% ของลูกค้าอยู่ในช่วงอายุ 25 – 54 ปี อยู่ในช่วงกลุ่ม GEN X และ GEN Y สัดส่วนของลูกค้าส่วนใหญ่กว่า 44% มีอาชีพเป็นพนักงานออฟฟิศ ผลการสำรวจกลุ่มลูกค้าท็อปส์ พบว่า กว่า 39% ชื่นชอบโปรโมชั่น กว่า 25% ชื่นชอบแคมเปญการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล สะท้อนเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบการสะสมของพรีเมียมที่มีประโยชน์ วัสดุมีคุณภาพ สามารถใช้งานได้จริง และมีความเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร 
 
“เราเลือกที่จะจับมือกับครีเอเตอร์ไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยมองถึงการขยายฐานลูกค้าของท็อปส์มาสู่กลุ่มคน Gen Z ซึ่งเป็นลูกค้าที่จะเติบโตไปกับแบรนด์ในระยะยาว จากปัจจุบัน ลูกค้าของเราส่วนใหญ่จะอยู่ใน Gen X และ Gen Y โดยเรามองว่า การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ต้องมีอะไรที่แตกต่างจากที่เคยทำเดิมๆ จึงเลือกที่จะจับมือกับครีเอเตอร์ที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ๆ แทนที่การใช้แบรนด์คาแร็กเตอร์ การ์ตูน เหมือนที่ทั่วๆ ไปในตลาดทำกัน”
 
การตั้งเป้าหมายในการขยายฐานเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ของท็อปส์ในครั้งนี้ จึงเป็นที่มาของการมองถึงการสร้าง Value Engagement ให้เกิดขึ้นผ่านการส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อดึงให้เขาเข้ามาอยู่ร่วมกับแบรนด์ ก่อนต่อยอดไปสู่การ Engage ให้ลูกค้าหน้าใหม่ๆ นี้ เข้ามาอยู่กับแบรนด์ ก่อนที่จะทำให้เกิด Conversion และอยู่กับแบรนด์ยาวๆ ตลอดไป
 
ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลมีลอยัลตี้ แพลตฟอร์มที่ค่อนข้างแข็งแกร่งอย่าง เดอะ 1 เข้ามาช่วยในการเข้าถึงและเข้าใจลูกค้า โดยปัจจุบัน มีลูกค้าอยู่บนแพลตฟอร์มนี้ประมาณ 20 ล้านราย ตัวเลขกว่าครึ่งจะมาจากท็อปส์ เนื่องจากเป็น               “ฟู้ด รีเทล” ที่เป็นร้านค้าปลีกที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของคนไทย จึงมีความถี่ในการซื้อค่อนข้างสูงกว่าค้าปลีกเซ็กเม้นต์อื่นๆ ในเครือของเซ็นทรัล รีเทล
 
ความพยายามในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าGen Z ถือเป็นเป้ามหายในภาพรวมของค้าปลีกในเครือเซ็นทรัล รวมถึงท็อปส์ด้วย ซึ่งเราน่าจะได้เห็นการทำการตลาดที่เข้าถึงคนกลุ่มนี้มากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของการทำแคมเปญโปรโมชั่นที่พ่วงด้วยเรื่องของการทำ Branding ที่เหมือนกับในครั้งนี้ การสื่อสารแคมเปญจะมีการพูดดึงเรื่องของ Value Proposition ที่แบรนด์ท็อปส์นำเสนอออกมานั่นคือ Every Day DISCOVERY ที่เป็นการส่งมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุดทุกวัน ซึ่งถือเป็นแกนหลักที่ถูกสอดแทรกไว้กับแบรนด์มาตลอดหลังการรีแบรนด์ไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่ผ่านมานั่นเอง....


เพราะ Shopping Mission ไม่เหมือนกัน โปรโมชั่น เดียวกัน อาจไม่ใช่คำตอบในทุกช่องทางขาย

Tops x No Brand จิ๊กซอว์อัปเกรดพอร์ต Own Brand ของท็อปส์ สู่ Value-Driven Retail เต็มรูปแบบ

เปิด 5 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคช่วงตรุษจีน 2569 กลุ่ม Gen Y และ Gen X เป็นกลุ่มช้อปปิ้งหลัก สินค้า Cleaning ขายดีเป็นอันดับ 1

เซ็นทรัล รีเทล ระดมพลัง “ฟู้ดอีโคซิสเต็ม” ท็อปส์ – โก โฮลเซลล์ บรรเทาวิกฤตน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน

ต้อนรับปี 2569 ที่ร้านฤดูกาล The White Horizon งานฉลองปีใหม่บนรูฟท็อปสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร

ท็อปส์ ชู “Food Fashion Department Store” ใช้แฟชั่น ผสานฟู้ด รีเทล สร้างประสบการณ์ช้อปที่แตกต่าง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact