Volkswagen (VW) หนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์โลกสัญชาติเยอรมัน จะลงทุนสูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ ใน Rivian ผู้ผลิต EV หรู สัญชาติอเมริกัน โดย Volkswagen กำลังลงทุนช่วงแรก 1 พันล้านดอลลาร์ใน Rivian ซึ่งจะทำให้ยักษ์ใหญ่รถยนต์สัญชาติเยอรมันรายนี้ สามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์ม EV ของ Rivian บริษัท EV ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และ Rivian จะได้รับเงินเพิ่มเติมอีก 4 พันล้านดอลลาร์จาก Volkswagen เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่ง ณ ตอนนี้ มีการคาดหมายว่า ในปี 2025 จะได้รับ 1 พันล้านดอลลาร์ และ ปี 2026 จะได้รับ 1 พันล้านดอลลาร์
การลงทุนดังกล่าวจะมีการตั้งบริษัทร่วมทุนที่จะมี Rivian และ Volkswagen Group เป็นเจ้าของร่วม ซึ่งจะดูแลแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Audi, Porsche, Lamborghini และ Volkswagen โดยที่ทั้ง 2 บริษัทประกาศว่า จะเปิดตัวรถยนต์ใหม่ที่พัฒนาจากการร่วมทุนนี้ ในช่วง “ครึ่งหลังของทศวรรษ” นีี้
RJ Scaringe ซีอีโอของ Rivian บอกว่า "การลงทุนนี้จะช่วยให้บริษัท Rivian สามารถนำ R2 ซึ่งเป็น EV เจเนอเรชันถัดไปออกสู่ตลาดได้ในปี 2026 และคาดว่า R2 จะมีราคา 45,000 ดอลลาร์ ไม่แพงเกินกว่าราคา EV หรูของ Rivian รุ่น R1T และ R1S ที่ขายอยู่ในปัจจุบัน"
บริษัททั้งสองบอกว่า "ความร่วมมือดังกล่าวจะนำสถาปัตยกรรม Zonal Architecture ใหม่ ของ Rivian ซึ่งใช้งานแล้วกับ EV รุ่น R1 เจเนอเรชันที่ 2 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ รวมทั้งซอฟต์แวร์ของรถยนต์รุ่นดังกล่าว มาสู่ "ตลาดที่กว้างขึ้น" ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ Rivian ได้กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทนอกเหนือจาก Tesla ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Zonal Architecture อันเป็นสถาปัตยกรรมที่ทำให้ EV พึ่งพาหน่วยควบคุมไฟฟ้า (Electric control units) น้อยกว่าปกติ"

Oliver Blume ซีอีโอของ Volkswagen Group กล่าวว่า "แบรนด์ทั้งหมดของบริษัทจะได้รับประโยชน์จากการเป็นพันธมิตรกับ Rivian รวมถึงแบรนด์ EV ของ Volkswagen ที่เป็นคู่แข่ง Rivian อย่าง Scout Motors ซึ่งกำลังวางแผนที่จะเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์รถบรรทุกไฟฟ้าใหม่ ในสหรัฐฯ"
ในขณะที่ทั้งสองบริษัทเริ่มหารือเกี่ยวกับการเป็นพันธมิตรกัน Scaringe กล่าวว่า "ทั้งสองบริษัทต่างก็มี 'การยกย่องชมเชยซึ่งกันและกัน' มาก เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของแต่ละบริษัท" ซีอีโอของ Rivian ยังกล่าวอีกว่า "เขาเติบโตมาในฐานะ 'แฟนตัวยงที่ชอบรถ Porsche' มาก" และเขากำลังจะยกเครื่องรถ Porsche 356 คันเก่าของเขา
Scaringe ซีอีโอของ Rivian ยังบอกว่า “สิ่งที่เราพบคือ ความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกับความเชื่อของเราเอง และผมไม่ได้พูดเรื่องนี้แบบเรื่อยเปื่อยไม่มีสาระ"
ขณะที่ Blume ซีอีโอของ Volkswagen กล่าวถึงการลงทุนใน Rivian และการดำเนินงานร่วมกันของทั้งสองบริษัทว่า “การดำเนินการของเรากำลังเป็นไปอย่างดีมาก และรวดเร็วมาก เร็วกว่าที่เราคาดไว้”
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา Rivian ประสบปัญหาในช่วงที่ความต้องการ EV ลดลง แม้ยอดขายของบริษัทจะเพิ่มขึ้น แต่การขาดทุนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน Rivian มีเงินสดและสินทรัพย์หมุนเวียนเทียบเท่าเงินสด อยู่ที่ 7.9 พันล้านดอลลาร์ แต่ทางบริษัทก็ยอมรับว่า การลดค่าใช้จ่ายอาจเป็นสิ่งจำเป็น หากจะทำให้บริษัทมีเสถียรภาพ และในช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ Rivian จะเพิ่งดำเนินธุรกิจมาได้ไม่นาน (ก่อตั้งบริษัทปี 2009) แต่ก็ได้ผ่านสถานการณ์การเลิกจ้างพนักงานมาแล้วหลายรอบ
ขณะเดียวกัน Volkswagen ก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับ EV ของตัวเอง EV ประเภทปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ของบริษัทขายดี แต่ส่วนแบ่งตลาดในตลาดอเมริกาเหนือกำลังหดตัว และซอฟต์แวร์ของบริษัทก็เต็มไปด้วยข้อบกพร่องและได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าจำนวนมาก
ดังนั้น การลงทุนของ Volkswagen ใน Rivian ด้วยเงินมหาศาลนี้ จะสร้างคุณูปการที่สูงมากให้กับทั้งสองบริษัท
อย่างไรก็ตาม Volkswagen ไม่ใช่ยักษ์รถยนต์รายแรกที่ร่วมมือกับ Rivian เพราะก่อนหน้านี้ Rivian กำลังวางแผนที่จะพัฒนารถ SUV ไฟฟ้าร่วมกับ Ford แต่แผนเหล่านั้นได้ถูกยกเลิกช่วงโควิดระบาดหนัก แผนดังกล่าวคือ การใช้ชุดแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าของ Rivian ในรถ SUV แบรนด์ Ford หรือ Lincoln ซึ่ง Ford ได้ลงทุน 500 ล้านดอลลาร์ใน Rivian ขณะที่ Amazon ผู้นำตลาดอีคอมเมิร์ซของโลกก็ลงทุนใน Rivian ด้วยเช่นกัน โดยลงทุนเป็นเงิน 700 ล้านดอลลาร์
แต่ Volkswsgen เป็นผู้ลงทุนใน Rivian มากที่สุดด้วยจำนวนเงินสูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ ดังกล่าว
ภาพประกอบ ซ้าย Oliver Blume ซีอีโอของ VW ขวา RJ Scaringe ซีอีโอของ Rivian
Cr : The Verge
Source