หากมองเข้ามาที่แนวทางการรุกตลาดของเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือซี อาร์ ซี ในช่วงครึ่งของหลัง 2567 จะพบว่า มีทั้งที่เป็นการรุกเข้าหาโอกาสทางการตลาด การขยายสาขาเพิ่มขึ้น รวมถึงการรีโนเวทสาขาของค้าปลีกในเครือทั้งในประเทศไทย และเวียดนาม
โดยหนึ่งในแผนรุกที่น่าสนใจก็คือการเดินหน้าลุยกลุ่มธุรกิจสปอร์ต โดยเข้าสู่ธุรกิจ Performance Sports อย่างเต็มรูปแบบผ่านการซื้อธุรกิจ-ถือหุ้นใหญ่ของ Rev Edition ในสัดส่วน 75% ซึ่งบริหารแพลตฟอร์มธุรกิจใน 3 แกนหลัก ไล่ตั้งแต่การเป็น Exclusive Brand Distributor ของแบรนด์สินค้ากลุ่ม Sports Performance & Lifestyle ชั้นนำ เช่น Hoka, Saucony และ Teva การมีร้านค้าปลีกในเครือข่ายกว่า 159 สาขา ประกอบด้วยร้าน REV RUNNR และร้านค้าแบรนด์ภายใต้การบริหารของ Rev Edition ในไทยและมาเลเซีย พร้อมมีแผนเปิดสาขาแรกที่สิงคโปร์ในปี 2568 นี้
ส่วนที่สอดคล้องกันก็คือการให้ความสำคัญการสร้าง Running Sport Community ส่งเสริมศักยภาพ และผลักดันให้นักวิ่งทั่วประเทศไทยที่มีอยู่หลายล้านคน ได้มีการพัฒนาทักษะการวิ่ง และมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ผ่านการเข้าร่วมงานวิ่งต่างๆ และการจัดกิจกรรมมากมาย
ทำให้การเข้าซื้อธุรกิจ Rev Edition ในครั้งนี้จะเข้ามาช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจกีฬาของเซ็นทรัล รีเทล และต่อยอดซูเปอร์สปอร์ต ให้เป็นผู้นำด้านกีฬาอย่างครบวงจร โดยเซ็นทรัล รีเทล มั่นใจว่าการร่วมมือกับ Rev Edition จะสร้างการเติบโตร่วมกัน และตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ผู้นำด้านรองเท้าวิ่งในประเทศไทย
ส่วนแผนการพัฒนาธุรกิจหลักผ่านการขยายสาขาใหม่ และปรับโฉมสาขาเดิมในไทยและเวียดนามนั้น ในประเทศไทย เซ็นทรัล รีเทล วางแผนโฉมห้างสรรพสินค้าในเครือ และขยายร้านค้าแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การรีโนเวทห้างเซ็นทรัล ชิดลม สู่การเป็น World Class Luxury Destination และได้เปิดตัวโซนใหม่อย่าง Luxe Galerie และ Beauty Galerie โดยจะเปิดตัวห้างเซ็นทรัล ชิดลม โฉมใหม่อย่างเต็มรูปแบบในช่วงปลายปีนี้
หรือขยายไทวัสดุเพิ่ม 4 สาขา ทำให้ปิดปีด้วยจำนวน 89 สาขา และเร่งเครื่องโก โฮลเซลล์ ด้วยการขยายเพิ่มอีก 3 สาขา ทำให้สิ้นปีนี้จะมีโก โฮลเซลล์ ทั้งหมด 10 สาขาทั่วไทย
รวมถึงการเปิดตัวซูเปอร์สปอร์ต New Look ที่สาขาเซ็นทรัล ชิดลม ที่ได้อัพเกรดเป็น Completed Sports Store แห่งเดียวในไทย และมีโซนรองเท้ากีฬาที่ใหญ่ที่สุดในไทยด้วย

ส่วนในประเทศเวียดนาม เซ็นทรัล รีเทล เตรียมขยายสาขาทั้งศูนย์การค้า GO! และ ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! อีก 3 สาขาในปีนี้ ทำให้จะปิดปีด้วยจำนวน 42 สาขา พร้อมทั้งเตรียมรีโนเวทอีก 2 สาขาใหญ่ ได้แก่ สาขา Thang Long ในเมืองฮานอย และ Dong Nai ในเมืองโฮจิมินห์ เพื่อรองรับเทศกาล Tet หรือเทศกาลตรุษจีนของเวียดนามที่จะมีขึ้นในช่วงต้นปีหน้า
เซ็นทรัล รีเทล ถือเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกสัญชาติไทยที่มีเป้าหมายชัดเจนในการก้าวออกไปเป็นผู้เล่นระดับ Regional ที่มีการมองถึงการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมในภูมิภาคอาเซียน สิ่งที่น่าสนใจก็คือการจัดทัพเพื่อรับกับแผนรุกดังกล่าว ซึ่งตัวอย่างที่สะท้อนในเรื่องนี้ก็คือการตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า กลุ่มเซ็นทรัล แบรนด์แอนด์สเปเชียลตี้ หรือ CBS ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ในการ Synergy ธุรกิจในเครือของเซ็นทรัล รีเทล เพื่อก้าวออกไปเติบโตในตลาดระดับภูมิภาคอย่างแข็งแกร่ง
CBS ถูกเปิดตัวขึ้นเมื่อกลางปีที่ผ่านมาเพื่อทำหน้าที่ในการสรรหาผลิตภัณฑ์แบรนด์และคอนเซ็ปต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการให้ครอบคลุมผู้บริโภคที่หลากหลาย ทั้งสินค้ากลุ่มแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ รวมถึงกีฬากลุ่มเซ็นทรัล แบรนด์แอนด์สเปเชียลตี้ หรือ CBS นี้ จะเป็นการรวมตัวกันของ 6 กลุ่มในเครือ ไล่ตั้งแต่ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป หรือ CMG ที่จัดจำหน่ายสินค้าหลาก หลายแบรนด์ โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่นที่ถือเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของรายได้ของบริษัทนี้ มีแบรนด์ดังอยู่ในมือมากมาย อาทิ Polo Ralph Lauren, Emporio Armani, Calvin Klein, Guess, Tommy Hilfiger, Casio, MLB, A|X Armani Exchange, G2000, Lee, Wrangler, Jockey, John Henry, FitFlop, Skechers, Crocs และ Hush Puppies เป็นต้น
กลุ่มที่ 2 คือซี อาร์ ซี สปอร์ตที่เป็นผู้บริหารแบรนด์ร้านกีฬาอย่าง Supersports และเป็นดิสทริบิวเตอร์ให้กับหลาย แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Reebok, Columbia, LFC, Merrell, Speedo, Wilson, Umbro ส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็น Power Buy ที่เป็นร้านขายเครื่องใข้ไฟฟ้า กลุ่ม 4 คือออฟฟิศเมท กลุ่ม 5 คือ B2S และกลุ่มที่ 6 คือธุรกิจ Health & Wellness ที่มีแบรนด์อย่าง ท็อปส์วีต้า ท็อปส์แคร์ และเพ็ทแอนด์มี
ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงการสร้างโอกาสในการเติบโตใหม่ๆ ที่ชัดเจนตัวอย่างหนึ่งก็คือการเข้าไปซื้อหุ้นในบริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด ด้วยวงเงินลงทุนกว่า 468 ล้านบาทข้าถือหุ้นใหญ่ 75% ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างการเติบโตที่เพิ่มขึ้นให้กับซี อาร์ ซี สปอร์ต ที่เป็นผู้บริหารแบรนด์ร้านกีฬาอย่างซูเปอร์สปอร์ต
เพราะก่อนหน้านี้ แม้ซูเปอร์สปอร์ตจะครองส่วนแบ่งได้ถึง 30% ในตลาดค้าปลีกกีฬาที่มีมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท แต่สิ่งที่ซูเปอร์สปอร์ตยังไม่มีก็คือตลาดค้าปลีกที่เป็น Sports Performance & Lifestyle ซึ่งมีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจ โดยบริษัท เรฟ อีดิชั่นถือเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Running Category และตลาดนี้ก็มีเทรนด์การเติบโตที่น่าจับตามอง
โดยมีการประเมินออกมาว่า Running Category มีมูลค่าตลาดสูงถึง 5,000 ล้านบาท ยิ่งเมื่อมองมาที่ความสนใจของคนไทยและคนในย่านอาเซียนแล้วจะพบว่า กลุ่มคนที่อายุ 30 – 40 ปี สนใจในกีฬาประเภทนี้ ทำให้ในบ้านเรามีคนที่วิ่งอยู่เป็นประจำสูงถึง 15 ล้านคน โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการรวบรวมข้อมูลจาก สสส.

ขณะที่เรฟ อีดิชั่นเอง สัดส่วนการขาย 40% จะมาจากสินค้าในกลุ่มวิ่ง โดยผู้เล่นรายนี้ถือเป็นเบอร์ 1 ในเซ็กเม้นต์นี้ ซึ่งนอกจากการมีแบรนด์ร้านค้าปลีกอย่าง REV RUNNR ที่เป็นเบอร์ 1 ในเซ็กเม้นต์ Running Specialty Store แล้ว เรฟ อีดิชั่นเอง ยังเป็น Exclusive Distributor and Licensee แบรนด์กีฬาชั้นนำระดับโลก หลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Hoka, Saucony, Goodr, 2XU, CEP, Qiaodan, XTEP, Kailas, Champion, Aonijie, National Geographic, และ Teva, Oakley เป็นต้น ที่พร้อมจะนำมาต่อยอดและรุกเข้าไปทำตลาดในภูมิภาคอาเซียน
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เรฟ อีดิชั่นถือเป็นนักปั้นแบรนด์ตัวยง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็เป็นผู้ผลักดันให้แบรนด์อย่าง Hoka, Saucony และ Kailas เป็นที่รู้จักของนักวิ่งชาวไทยจนมียอดขายเติบโตค่อนข้างดี
จากตัวเลขแพลตฟอร์มหน้าร้านในเครือเรฟ อีดิชั่น มีจำนวนรวม 159 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศไทยและสาขาในมาเลเซีย พบว่า ในจำนวนนั้น เป็นร้าน REV RUNNR ซึ่งจะถูกผลักดันให้ออกไปเติบโตในภูมิภาคอาเซียน และมีแผนที่จะขยายสาขาในเวียดนาม 10 – 15 สาขา ส่วนในมาเลเชีย มองว่าน่าจะขยายสาขาได้ถึง 20 สาขา ซึ่งจะทำให้ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาดอาเซียนอย่างสมบูรณ์แบบ โดยปัจจุบัน ผู้เล่นอันดับมาจากประเทศสิงคโปร์ มีสาขารวมกันแค่ 8 สาขา ถือเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าจำนวนสาขาที่ REV RUNNR มีอยู่ในมือค่อนข้างมาก

ส่วนเรื่องของการถือครองไลเซ่น และการเป็นดิสทริบิวเตอร์ของแต่ละแบรนด์นั้น ทั้งเซ็นทรัล รีเทล และ เรฟ อีดิชั่น ต่างได้สิทธิในการทำตลาดครอบคลุมหลายประเทศ อย่างตัวแบรนด์ Hoka ในเวียดนาม เซ็นทรัล รีเทล จะเป็นคนถือสิทธิ ขณะที่ในมาเลเซียจะเป็นของ เรฟ อีดิชั่น ซึ่งสามารถนำมา Synergy เพื่อร่วมกันทำตลาดได้เป็นอย่างดี
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือเซ็นทรัล รีเทล เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าหลากหลายประเภทผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-format and Multi-category) ในประเทศไทย และมีการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยเป็นผู้นำในประเทศอิตาลีและเป็นหนึ่งในผู้นำในประเทศเวียดนาม เครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,744 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567) อาทิ ห้างสรรพสินค้า, ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omni-channel
ธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค และสินค้าที่มักพบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อซูเปอร์มาร์เก็ต และศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่างๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ดฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์เดลี่ โก โฮลเซลล์ บิ๊กซี / GO! และ ท็อปส์ มาร์เก็ต เวียดนาม มินิ โก (go!) เวียดนาม ลานชี มาร์ท เวียดนาม (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และe-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียนคิม
(3) กลุ่มแฟชั่นซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ซูเปอร์สปอร์ต และเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่ สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม (5) กลุ่มเฮลท์แอนด์ เวลเนส ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายและให้ บริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยง เช่น ท็อปส์แคร์ ท็อปส์วีต้า และเพ็ทแอนด์มี โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 61 จังหวัด, ประเทศเวียดนาม ทั้งหมด 42 จังหวัดและประเทศอิตาลี ในเมืองหลักๆ ทั่วประเทศ
การถือกำเนิดขึ้นของ กลุ่มเซ็นทรัลแบรนด์แอนด์สเปเชียลตี้ หรือ CBS จึงถือเป็นอีกการเติมเต็มในการสร้างการเติบโตทั้งตลาดในประเทศและระดับภูมิภาค ได้เป็นอย่างดี.....