ปีที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เพิ่งเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ในประเทศไทย ด้วยการประกาศให้ สตาร์บัคส์ สาขาไอคอนสยาม เป็นร้านกาแฟชุมชน สาขาที่ 2 สำหรับปีที่ 26 ของสตาร์บัคส์ ประเทศไทย มีเรื่องราวน่าตื่นเต้นใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสาขาในประเทศไทยครบ 500 สาขา การขยายร้านกาแฟเพื่อชุมชน หรือ Community Store แห่งที่ 3 ที่สาขาเดอะ กาดฝรั่ง แม่ริม จ.เชียงใหม่ และล่าสุดการเปิด สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก ซึ่งถือเป็นร้านกาแฟสีเขียว หรือ Greener Store ที่ใหญ่ที่สุด เป็นสาขาที่ 517 ในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น G ในอาคาร The Storeys ณ โครงการวัน แบงค็อก พื้นที่รวมกว่า 860 ตารางเมตร เป็นร้านแบบ 2 ชั้น ที่สามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุดถึง 230 ที่นั่ง

สำหรับบาร์เครื่องดื่มหลักยังคงนำเสนอเมนูเครื่องดื่มและอาหารที่คุ้นเคยจากสตาร์บัคส์ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกหลากหลายเมนูเครื่องดื่มเอสเพรสโซ่แก้วโปรดจากเมล็ดกาแฟ Signature Espresso Roast สุดคลาสสิก หรือม่วนใจ๋ เบลนด์ เมล็ดกาแฟสตาร์บัคส์สัญชาติไทย ที่ได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือของชุมชนชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือของไทย โดยรายได้ 10 บาทจากการจำหน่ายเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดกาแฟม่วนใจ๋ เบลนด์ทุกแก้วจะนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไร่กาแฟ ผ่านมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (Integrated Tribal Development Foundation)
ซึ่งที่ผ่านมา มูลนิธิสตาร์บัคส์ (The Starbucks Foundation) ยังได้มอบทุนสนับสนุนโครงการ Global Community Impact Grant มูลค่า 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนผู้ปลูกกาแฟในภาคเหนือของประเทศไทย โดยมูลนิธิจะเป็นผู้นำในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านทักษะการดำรงชีวิต สนับสนุนโครงการริเริ่มเพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านน้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัย รวมถึงโภชนาการ และการจัดหาทรัพยากร เพื่อเชื่อมโยงสมาชิกชุมชนชาวเขากว่า 600 คน

นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก รวบรวมนวัตกรรมการออกแบบที่ยั่งยืน รวมถึงพื้นที่รีไซเคิลขยะแบบครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของการพัฒนาพื้นที่ วัน แบงค็อก
สตาร์บัคส์กำลังเดินหน้าในการเปิดร้าน Greener Store จำนวน 20 สาขา ในประเทศไทยภายในสิ้นปี พ.ศ. 2567 เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ได้เปิดตัว “LITTLE CHOICES. BIG CHANGES.” แคมเปญเพื่อความยั่งยืน เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืน ด้วยการมอบส่วนลด 10 บาท สำหรับลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาใช้ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยเป็นกิจกรรมที่สตาร์บัคส์ทำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง 26 ปีที่ผ่านมามีจำนวนลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาใช้ 29 ล้านใบ
อีกทั้งที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ยังเชิญชวนให้ลูกค้าใช้แก้ว For Here สำหรับรับประทานเครื่องดื่มภายในร้าน ซึ่งปัจจุบันสตาร์บัคส์มีแก้ว For Here สำหรับบริการลูกค้าครบทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งได้การตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีจนปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าใช้แก้ว For Here แล้วประมาณ 20% ซึ่งสตาร์บัคส์หวังจะใช้การสื่อสาร ในการค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าให้เปลี่ยนมาใช้แก้วแบบ For Here เมื่อรับประทานเครื่องดื่มภายในร้านให้ได้ 100%

มาตรฐานสำหรับการสร้างร้านให้เป็น Greener Store
อย่างไรก็ตาม จุฑาทิพย์ เก่งมานะ ผู้จัดการด้านผลกระทบทางสังคมและความยั่งยืน สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก เป็นร้านที่พิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการดูแลองค์ประกอบต่างๆ ภายในร้าน ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยคำนึงถึงความยั่งยืน ตอกย้ำถึงความทุ่มเทของสตาร์บัคส์ต่อแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับร้าน Greener Store จะมีมาตรฐานที่ใช้ในการสร้างร้าน 8 ข้อ คือ
ความร่วมมือ สร้างแรงบันดาลใจเรื่องความยั่งยืนผ่านกิจวัตรประจำวันและการให้บริการชุมชน
การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีด้านการประหยัดพลังงานเพื่อลดการใช้พลังงาน
การจัดการน้ำ การรักษา อนุรักษ์ และลดการใช้น้ำ
การใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ จัดหาวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืนสำหรับร้านสตาร์บัคส์
การบริหารจัดการขยะ ลดการใช้ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์พร้อมบริจาคอาหารให้ชุมชนใกล้เคียง
พลังงานหมุนเวียน สนับสนุนการเติบโตของพลังงานสีเขียวสู่กริด รวมถึงแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในร้านและชุมชนโดยรอบ
เกณฑ์การเลือกสถานที่ เลือกสถานที่ที่จะสนับสนุนการออกแบบและการดำเนินงานที่สอดคล้องกับความยั่งยืนได้ดีที่สุด
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี แนวทางปฏิบัติที่ออกแบบมาเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมภายในร้านสตาร์บัคส์ที่ดีสำหรับพาร์ทเนอร์และลูกค้า
สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ วัน แบงค็อก จึงเป็นร้าน Greener Store ที่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดในด้านการอนุรักษ์น้ำ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะ และการใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ ทั้งนี้สตาร์บัคส์ ตั้งเป้าหมายระดับโลกในการรับรอง Greener Stores 10,000 แห่งทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2568 เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้น้ำ และขยะฝังกลบลง 50% ภายในปี พ.ศ. 2573
