ในยุคที่โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยคอนเทนต์มากมายที่ผู้บริโภคสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยตัวเอง ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความยากให้กับแบรนด์ในการสื่อสารไปยังผู้บริโภคอย่างมาก เพราะผู้บริโภคส่วนหนึ่งเลือกที่จะรับสารจากคนรู้จักมากกว่าแบรนด์
เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่แบรนด์พยายามเสาะแสวงหาก็คือสิ่งที่เรียกว่า Micro Moment
ในเชิงจิตวิทยา Micro Moment เป็นเหมือนช่วงเวลาเล็กๆ ที่สร้างอารมณ์ให้กับคนที่มีส่วนร่วม ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักการตลาดที่จะไขว่คว้ามา สร้างเป็น Earned Media ถึงแม้ว่าจะเป็นโมเม้นต์เล็กๆ เพียงโมเม้นต์เดียวก็ตาม
Micro Moment ถ้าเราไม่ทำอะไรกับมันเลย มันก็จะค่อยๆ จางหายไปในที่สุด
แต่ถ้าแบรนด์ทำอะไรกับโมเม้นต์นั้นและสามารถหยิบมาใช้ให้เป็นประโยชน์ก็จะทัชใจผู้บริโภคอย่างมหาศาล
มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสร้าง Micro Moment ของซัมซุงที่หยิบเอาเรื่องของ Emotional มาสร้างเป็นแคมเปญการตลาดที่น่าสนใจอย่าง “Say it with Galaxy” มาฝาก

พรรณวลัย อินทราพิเชฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า คนไทยมีนิสัยขี้อาย ทำให้บางครั้งหลายความรู้สึก “Feel Good Story” หรือคิดถึงใครแต่ว่าไม่กล้าที่จะบอก ว่าคิดถึงเพราะเชินหรืออายทำให้ความรู้สึกนั้นไม่ได้ถูกส่งต่อ ซึ่งเป็นที่มาของการทำ Brand Activation ครั้งนี้
แคมเปญ Say it with Galaxy ทางซัมซุงได้ยึดพื้นที่บริเวณ Central Court (ลานลิฟต์แก้ว) เซ็นทรัลเวิลด์ให้กลายเป็นจักรวาลแห่งความคิดถึง เพื่อชวนคนที่ใช้สมาร์ทโฟนของซัมซุง และแพลตฟอร์มอื่นๆ มาส่งต่อความรู้สึก ดีๆ ผ่านจอยักษ์สูงเทียบเท่าตึก 4 ชั้น ผ่านการถ่าย – แชร์ – โพสต์ โมเม้นต์พิเศษๆ โดยภาพที่ถ่ายจะถูกอัพโหลดขึ้นจอขนาดยักษ์ในศูนย์การค้า ซึ่งผู้บริโภคสามารถถ่ายภาพและตกแต่งภาพ หรือจะเพิ่มข้อความต่างๆ ผ่าน Gadget ของซัมซุงก็ทำได้
“เราต้องการเป็นแบรนด์ผู้นำที่คนรัก อยากให้คนรักมากขึ้น ช่วงปลายปีมีโมเม้นต์ดีๆ เช่น วันพ่อ เทศกาลคริสต์มาส เทศกาลปีใหม่ เราอยากให้คนได้มาให้ส่งความรู้สึกดีๆ หากัน ที่ผ่านมานเน้นเรื่องนวัตกรรมมาตลอด แต่แคมเปญนี้เราเน้นการสร้างเอนเกจ เน้นเรื่อง Emotional
ชีวิตของเรา เราพลาดโมเม้นต์สำคัญๆ ในชีวิตไปเพราะหลายเหตุผล อาทิ งานยุ่ง, ขี้อาย, อยู่ไกลกัน ฯลฯ การส่งความรู้สึก จริงๆ เป็นเรื่องง่าย แค่โทรหา หรือส่งข้อความก็ทำได้ แต่เราอยากทำให้เกิด Micro Moment มากขึ้น”

พร้อมกันนี้ ซัมซุงยังได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา “คิดถึงเท่าจักรวาล” ถ่ายทอดความรู้สึกของผู้คนที่เคยพลาดโอกาสในการบอกเล่าความรู้สึกดีๆ ให้กับคนสำคัญ ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนถึงบทบาทของ Samsung Galaxy ในฐานะสื่อกลางที่ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์และส่งต่อความคิดถึงได้อย่างไร้ขีดจำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นของซัมซุงในการเป็นแบรนด์ที่สร้างความทรงจำและความหมายในทุกช่วงเวลาแห่งความพิเศษ
พรรณวลัย กล่าวว่าแคมเปญนี้ตั้งใจให้มีลูกค้าของซัมซุง รวมไปถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเข้ามาร่วมสนุกอย่างน้อย 20,000 คน เพราะเแคมเปญนี้เป็นการจัดกิจกรรมแบบคู่ขนานที่สามารถมาร่วมสนุกได้ที่สถานที่จริงคือ เซ็นทรัลเวิลด์ หรือสามารถร่วมแชร์โมเม้นต์ผ่านทางโซเชียลมีเดียได้อีกหนึ่งช่องทาง
“ในบริเวณงาน เรามีซุ้มให้ถ่ายภาพ มีเครื่องให้ทดลองเล่น มีคูปองแจก เราเน้น Engagement เป็นหลัก เพราะการซื้อสินค้าในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การสร้างแบรนด์อย่างเดียว แต่มีเรื่องของประสบการณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”

พรรณวลัย ย้ำว่า ปัจจุบัน Emotional สำคัญกับแบรนด์มาก เพราะว่าคนพูดถึงฟังก์ชั่นไปหมดแล้ว แต่ถ้าคนหลงรักแบรนด์แล้วจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่แบรนด์ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ด้วย ส่วนเรื่องเทคโนโลยีซัมซุงยังมั่นใจว่าเป็นผู้นำ และยังคงมุ่งพัฒนาต่อไปเพื่อนำหน้าคู่แข่งเสมอ
“ตอนนี้ทุกอุตสาหกรรมพูดเรื่อง AI กันหมด เราเลยต้องเอาเรื่องอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เราพยายามสอดแทรกฟีเจอร์ AI เข้าไปให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้งานจริง
แคมเปญ Say it with Galaxy คือบทพิสูจน์อีกครั้งของความมุ่งมั่นของซัมซุงในการสร้างเทคโนโลยีที่มากกว่านวัตกรรม แต่เป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เราต้องการให้เทคโนโลยีของเรากลายเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความสุข และเป็นสื่อกลางในการส่งต่อความรู้สึก ดีๆ ที่เต็มไปด้วยคุณค่า ในฐานะแบรนด์ที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์อันมีคุณค่ากับผู้คน ซัมซุงได้สร้างแคมเปญ “Say it with Galaxy” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเชื่อมโยงความรู้สึกดีๆ และสร้าง Brand Love ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนใคร แคมเปญนี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้คนได้ส่งต่อความรัก ความคิดถึง และเรื่องราวสำคัญ แต่ยังตอกย้ำบทบาทของเทคโนโลยีในการเติมเต็มความสัมพันธ์ในทุกมิติ”
