ตลาดกาแฟของบ้านเรามีมูลค่ารวมมากกว่า 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดกาแฟในบ้าน 33,000 ล้านบาท ตลาดกาแฟนอกบ้าน 27,000 ล้านบาท โดยตลาดกาแฟนอกบ้านนี้ โฟกัสที่น่าสนใจจะอยู่ที่ตลาดร้านกาแฟ ที่มีตัวเลขการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% มาตลอดในช่วงหลายปี ซึ่งการเติบโตนี้ยังน่าจะมีต่อเนื่องไปอีกตามไลฟ์สไตล์ของคอกาแฟชาวไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่การดื่มกาแฟเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขาไปแล้ว
ที่น่าสนใจก็คือกาแฟที่มีราคาต่ำกว่าร้อยบาทลงมาคือแก้วละ 60 – 80 บาท มีเทรนด์การเติบโตที่ดีตามภาพรวมของกำลังซื้อผู้บริโภคที่หันมาซื้อกาแฟในราคาที่ไม่สูงมากนัก
สิ่งที่น่าจับตามองก็คือการขยายฐานการดื่มกาแฟสดผ่านร้านกาแฟด้วยการใช้ราคาที่จับต้องได้เข้ามาเป็นตัวช่วย กำลังมีแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรง เพราะนอกจากค่ายซีพีที่ใช้กลยุทธ์ Brand Portfolio Strategy ที่มีทั้งแบรนด์ออลล์คาเฟ่ในเซเว่น อีเลฟเว่น กาแฟมวลชน และล่าสุดกับร้านจังเกิ้ล คาเฟ่ (Jungle Café) ที่เปิดทั้งในโลตัสสาขาใหญ่ และโลตัส โกเฟรช ซึ่งร้านกาแฟในกลุ่มนี้ใช้กลยุทธ์ราคาที่สามารถจับต้องได้ในราคาเฉลี่ย 30 – 50 บาท เป็นตัวรุกเข้ามาขยายฐานการดื่ม

ขณะที่การกระโดดเข้าร่วมแจมตลาดร้านกาแฟของเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป หรือซีอาร์จี ในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป ด้วยการได้แบรนด์ร้านกาแฟ “อาริกาโตะ (Arigato)” เข้ามาเสริมในพอร์ตของตัวเองในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นอีกความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองไม่น้อย เพราะด้วยการมีเครือข่ายร้านอาหารที่หลากหลายประเภทในเครือ สามารถเข้ามาเป็นตัวเกื้อหนุน และช่วยในการขยายสาขาของอาริกาโตะ ได้เป็นอย่างดี
ก่อนหน้าที่จะเข้ามาอยู่ในพอร์ตของซีอาร์จี อาริกาโตะ ถูกนำเข้ามาทำตลาดโดยเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือซีอาร์ซี โดยเปิดในรูปแบบของเคาน์เตอร์ในร้านแฟมิลี่มาร์ท และท็อปส์อาริกาโตะวางจุดยืนเป็นแบรนด์กาแฟนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ราคาไม่แพง คือมีราคาขายต่ำกว่า 100 บาทลงมา
ไฮไลต์การทำตลาดอย่างหนึ่งก็คือการพัฒนาเมนูเครื่องดื่มใหม่ๆ เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็มีการจับมือ โอวัลติน (Ovaltine) เพื่อสร้างสีสันร่วมกันเพื่อฉลองในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอย ให้ได้อร่อย เคี้ยวสนุก กับ “Ovaltine Crunchy Fest and Joy ดื่มอร่อยเคี้ยวสนุก ไม่รู้จบ” เติมเต็มความสุขด้วยเมนูเครื่องดื่มมอลต์รสช็อกโกแลตแสนอร่อย เข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ของโอวัลติน

การจับมือในครั้งนี้ มีการส่งเมนูที่คนไทยคุ้นเคยเข้ามาทำตลาด ไล่ตั้งแต่นมโอวัลตินครันช์ชี่ (Ovaltine Classic Crunchy) เมนูสุดคลาสสิกมัทฉะโอวัลตินครันช์ชี่ (Ovaltine Matcha Crunchy) การผสมผสานสุดลงตัวของมัทฉะแท้ 100% จากญี่ปุ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของโอวัลตินมอคค่าโอวัลตินครันช์ชี่ (Ovaltine Mocha Crunchy) กาแฟคั่วสดผสานกับความหอมของมอลต์โอวัลติน และตัวโอวัลตินภูเขาไฟครันช์ชี่ (Ovaltine Volcano Crunchy) เมนูสุดพิเศษที่จะทำให้คุณได้ลิ้มรสโอวัลตินมอลต์ช็อกโกแลตเข้มข้น เสมือนภูเขาไฟปะทุ พร้อมเพิ่มความอร่อยกรุบกรอบแบบล้นแก้ว ด้วยโอวัลตินเฟลคโดยเมนูใหม่นี้จะวางขายจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2568 ที่ร้านอาริกาโตะ สาขาในมิสเตอร์ โดนัท
เมนูทั้ง 4 ที่ส่งลงตลาด เป็นการผสานเอกลักษณ์ของทั้ง 2 แบรนด์เข้าด้วยกัน และเป็นเมนูที่ลูกค้าคุ้นเคย โดยเฉพาะ ตัวมัทฉะ ที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของอาริกาโตะเลยก็ว่าได้ โดยยังคงคอนเซ็ปต์ของการเป็นเครื่องดื่มที่มีราคาเริ่มต้นไม่สูงนัก อย่างตัวเมนูที่ออกมาคู่กับโอวัลตินนั้นมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 59 บาท
ในปี 2024 ที่กำลังจะหมดไปนี้ อาริกาโตะจะเน้นการ Develop Product ด้วยการ Collaboration with Iconic Brand เช่น หอมสุวรรณ, Calpis Lacto และการกลับมาของ Ovaltine เนื่องจากการตอบรับที่ดีของ Ovaltine ในปี 2022 จึง Relaunch ใหม่โดยคงเมนูขายดีไว้และเพิ่มเมนูปั่น อย่างโอวัลตินภูเขาไฟเข้าไป เกาะกระแสเมนูสลัชชี่ที่เป็นเทรนด์ในปัจจุบัน และโอวัลตินเองในฐานะ Market Leader ของนมช็อกโกแลตมอลต์ก็เป็น Opportunity ในการสร้างและขยายฐานลูกค้าเพิ่มให้กับ Arigato
ขณะที่ในปี 2025 จะเน้นการ Develop Product ในการ Leverage Core Product อย่างตัวมัทฉะลาเต้ ที่เป็น Product Signature ออกมาในรูปแบบต่างๆ ให้อิงกับเทรนด์หรือกระแสในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ยังคงไม่ทิ้ง Coffee Base ที่ยังคงเป็น Port หลักของแบรนด์อยู่ นอกจากนี้ยังมีแผนในการพัฒนาและ Bold Up กลุ่ม Tea เพิ่มมากขึ้นในปี 2025 และยังคงเดินหน้าในเรื่องของการ Collab เพื่อเป็นการเน้นสร้าง Brand Awareness และขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการเข้ามาอยู่ในพอร์ตของซีอาร์จี อาริกาโตะสร้างความสั่นสะเทือนด้วยการเข้าไปเปิดในร้านเคเอฟซีที่ซีอาร์จีได้สิทธิ์แฟรนไชส์ ด้วยการเปิดตัว “KFC Café by Arigato” ที่มีการนำจุดแข็งของเคเอฟซี คือเมนูไก่ทอด ซึ่งเน้นการขายแบบอาหารมื้อหลัก และอาริกาโตะ แบรนด์เครื่องดื่มนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีจุดเด่นเครื่องดื่มกาแฟและชาเขียวมาช่วยสร้างการรับรู้ และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแบรนด์อาริกาโตะให้กับลูกค้าทั่วประเทศได้เร็วขึ้น
“KFC Café by Arigato” ถือเป็นกลยุทธ์ที่ลงตัวในการเสริมซึ่งกันและกัน และเป็นอีกภาพสะท้อนของการ Synergy ร้านอาหารในเครือซีอาร์จีได้อย่างลงตัว เพราะว่าไปแล้วเคเอฟซีมีภาพของการเป็น “มีล” หรือมื้ออาหารค่อนข้างสูง การเพิ่มโอกาสในการเข้าใช้บริการ หรือการเพิ่ม Occasion จึงต้องหาเมนูหรือประเภทของอาหารและเครื่องดื่มที่สามารถตอบโจทย์การบริโภคแบบของกินเล่นได้ การเปิดร้านกาแฟจึงน่าจะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
นอกจากการขยายสาขาผ่านร้านเคเอฟซีแล้ว ซีอาร์จียังมีการพ่วงร้านกาแฟอาริกาโตะไปกับร้านมิสเตอร์ โดนัท ซึ่งเป็นสินค้าที่ค่อนข้างจะเข้ากัน เพราะสามารถทานคู่กันได้อย่างลงตัว
ปัจจุบัน แบรนด์อาริกาโตะมีจำนวน 890 สาขาทั่วประเทศ เป็นร้านที่อยู่ภายใต้การบริหารงานโดย CRG มีจำนวน 228 สาขา ซึ่งเป็นตัวเลข ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ขณะที่อีกส่วนจะเป็นการบริหารโดยเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น
สำหรับแผนการขยายสาขาในส่วนของ CRG นั้น ตามแผนที่วางไว้ในไตรมาสแรกของปีหน้า มีแผนเปิดสาขาประมาณ 40 สาขา โดยยังคงเน้น Model Shop in Shop เปิดคู่กับ Mister Donut เป็นหลัก ขณะที่สาขาในร้าน KFC ที่ล่าสุดมีตัวเลขอยู่ที่ 240 สาขา ก็ยังคงมีการขยายเพิ่มในส่วนของร้านที่บริหารโดย CRG
นอกจากเรื่องของเมนูใหม่ๆ แล้ว การมีพลัง Synergy กับร้านในเครือของ CRG ก็เป็นอีกตัวช่วยที่จะเข้ามาทำให้ร้านกาแฟจากญี่ปุ่นแบรนด์นี้ สามารถผลักดันตัวเองให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น
เช่นเดียวกับการมีราคาขายเริ่มต้นที่ไม่สูงนัก โดยมีราคาขายต่ำกว่า 100 บาทลงมา ซึ่งกำลังกลายเป็นราคายอดนิยมที่ได้รับการตอบรับจากคอกาแฟบ้านเราเป็นอย่างดี แน่นนอนว่า ทั้งหมดจะถูกร้อยเรียง เพื่อเข้ามาช่วยสร้างการเติบโตในตลาดร้านกาแฟของบ้านเรา.....