ปลายปีที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวใหญ่จากทาง LG Corporation คือการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ (Vision & Business Transformation) เพื่อรองรับกับการแข่งขันในปัจจุบัน ที่เทคโนโลยี AI หรือ Artificial Intelligence ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงรอบนี้ LG Corporation แบ่งกลุ่มธุรกิจใหม่ออกเป็น 4 กลุ่มคือ
1. กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution: HS) อาทิ เครื่องซักผ้า, ดูดฝุ่น, ไมโครเวฟ, หุ่นยนต์ ฯลฯ
2. กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง (Media Entertainment Solution: MS) อาทิ ทีวี, เครื่องเสียง, คอมพิวเตอร์, Information Display
3. กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution: VS) หรือชิ้นส่วนเพื่อความบันเทิงในรถยนต์ (ในไทยยังไม่มีกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้)
4. กลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution: ES) อาทิ กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับระบบปรับอากาศทั้งหมด ทั้งเครื่องปรับอากาศในบ้านและเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ รวมถึงกลุ่มสินค้าเครื่องฟอกอากาศทั้งหมด และโซลูชันที่เกี่ยวกับการชาร์จรถไฟฟ้า
อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า การปรับโครงสร้างในครั้งนี้ทางบริษัทมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรโดยมุ่งสู่การเป็น Smart Life Solution Company อย่างเต็มรูปแบบ
อำนาจ ย้ำว่าจากนี้ต่อไป LG จะเน้นการนำเสนอประสบการณ์ที่เป็น AI Solution มากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ AI ของ LG ภายใต้แนวคิด "Life’s Good 24/7 with Affectionate Intelligence: ชีวิตดีดีทุกเวลา ด้วยความอัจฉริยะที่มีเสน่ห์
“การเอา AI มาปรับใช้ในเมืองไทย เราเน้นสร้างประสบการณแบบ Real-Time Life Intelligence ที่ LG เราเรียกว่า AI ว่า Affectionate Intelligence เพราะเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายๆ เราอยากให้เทคโนโลยีที่พัฒนาออกมายังอยู่กับความเป็นมนุษย์ ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่าน 3 ปัจจัยหลัก คือ Connected Devices พัฒนาให้อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้มากกว่า 180 แบรนด์ ไม่ใช่แต่เฉพาะ LG, Capable AI Agents ออกแบบประสบการณ์ให้สินค้าของ LG เป็นตัวกลางที่คอนโทรลเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านแบบเต็มรูปแบบ Integrated Services โดยแอลจีได้ประกาศความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ ผสานผลิตภัณฑ์แอลจีกับเทคโนโลยี AI ของไมโครซอฟท์ เพื่อนำไปสู่การให้บริการแบบครบวงจรด้วย AI ที่เข้าใจความรู้สึกของผู้ใช้งาน นอกจากนี้เรายังมีแอปพลิเคชัน LG ThinQ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบและสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย”
อำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจของการพัฒนา AI นั้นอยู่ที่ข้อมูล และพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ซึ่งปัจจุบัน LG มีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นสมาร์ต ดีไวซ์ สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากกว่า 700 ล้านเครื่องทั่วโลก ทำให้มีข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคจากทั่วโลก ส่วนประเทศไทยสินค้า LG ที่ผู้บริโภคมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตมากที่สุด คือสมาร์ตทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตประมาณ 80% ของคนที่ซื้อไป
“ถามว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่าง เช่น เครื่องซักผ้า AI โซลูชัน AI Core Tech ของ LG สามารถช่วยวิเคราะห์เนื้อผ้าเพื่อให้เครื่องซักผ้าได้อย่างเหมาะสม เครื่องซักผ้า AI สามารถเรียนรู้ได้ว่า ผ้าอะไร ครอบครัวไหนใช้ผ้าแบบไหน หรือจะเป็น TV AI ที่ใช้ชิปประมวลผลรุ่นที่ 11 ก็สามารถเพิ่มคุณภาพของภาพและเสียงให้ดีขึ้น ระบบ webOS Platform เฉพาะของ LG ที่มี AI สามารถจำค่าคนที่ใช้งานได้ว่าใครเป็นใครโดยจำแนกได้จากเสียง”
ปีที่ผ่านมา LG ประเทศไทยมีสินค้า AI ประมาณ 20% สำหรับในปีนี้ทาง LG วางเป้าหมายเป้าเพิ่มสัดส่วน ของสินค้า AI โดยเฉลี่ยเป็น 40%
อำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่าปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ (เครื่องซักผ้า, ทีวี, ตู้เย็น, เครื่องปรับ อากาศ) ขนาดใหญ่ มีมูลค่าประมาณ 82,881 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยประมาณ 3% ส่วนในปีนี้คาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มเป็น 87,025 ล้านบาท เติบโตประมาณ 5% ส่วนยอดขายของ LG ในปี 2024 มีตัวเลขอยู่ที่ 15,200 ล้านบาท เติบโต 5% ส่วนเป้าหมายในปีนี้ทาง LG วางไว้ที่ 17,550 ล้านบาท เติบโต 15%
“ปัจจัยที่จะทำให้ยอดขายเข้าเป้ามาจากการเพิ่มสัดส่วนของสินค้ากลุ่ม B2B ในส่วนของจอแสดงผลเชิงพาณิย์ เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ รวมถึงการขายผ่านช่องทางการขายผ่าน lg.com นอกจากนี้ยังรวมถึงการสานต่อกลยุทธ์ LG Subscribe เพิ่งเปิดไปปลายปีที่ผ่านมา และสุดท้ายมาจาก LG Laundry Crew เพิ่งเปิดไป และตอนนี้มีประมาณ 10 กว่าสาขา”
ทางด้าน ซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ปี 2025 ว่า “แอลจีกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Smart Life Solution Company ตามวิสัยทัศน์ Future Vision 2030 โดยผสาน AI และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างรูปแบบการใช้ชีวิต การทำงาน และการเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ที่ผสานกับเทคโนโลยีได้อย่างไร้รอยต่อ โดยมุ่งเน้น 4 เสาหลัก ได้แก่ Existing Business Growth Maximization การเติบโตในธุรกิจหลัก Platform Service การขยายบริการแพลตฟอร์ม B2B Business การสร้างการเติบโตให้กับโซลูชัน B2B และ New-to-LGE การแสวงหาโอกาสในตลาดใหม่ๆ เช่น ธุรกิจชาร์จไฟรถ EV
“สำหรับกลยุทธ์ในตลาดประเทศไทย แอลจีเดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ More Insight การเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งด้วย Affectionate Intelligence หรือเทคโนโลยี AI เฉพาะของแอลจี ที่จะช่วยให้เครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถเรียนรู้และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ ควบคู่ไปกับ More Integrated การพัฒนาโซลูชัน B2B แบบครบวงจรเพื่อสร้างความไว้วางใจและเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจไทย นอกจากนี้ยังมี More Seamless การยกระดับประสบการณ์การซื้อสินค้าออนไลน์ให้สะดวกสบายแบบไร้รอยต่อยิ่งขึ้นผ่าน LG Online Brand Shop หรือ LG.com ตลอดจน More Reliable การมอบบริการการดูแลระยะยาวที่น่าเชื่อถือผ่าน LG Subscribe เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในทุกมิติ”