เมื่อพูดถึงร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไทย หนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดต้องยกให้ “โอ้กะจู๋” ร้านสลัดชื่อดังที่เริ่มต้นจากฟาร์มออร์แกนิกเล็กๆ ในเชียงใหม่ สู่ธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านบาท โดยปี 2567 ที่ผ่านมา โอ้กะจู๋สามารถกวาดรายได้กว่า 2,400 ล้านบาท
เส้นทางสู่ความสำเร็จของ “โอ้กะจู๋”
บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 โดย 3 ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้แก่ คุณจิรายุทธ ภูพนมผล (โจ้), คุณชยากร เอกชัยพัฒนกุล (อู๋) และคุณวรเดช สุชัยบุญศิริ (ต้อง)
ปัจจุบัน “โอ้กะจู๋” ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารเพื่อสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่มีธุรกิจในเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ได้แก่
1. โอ้กะจู๋ – ร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่เป็นหัวใจหลักของบริษัท ปัจจุบันมี 41 สาขา
2. OHKAJHU WRAP AND ROLL – ร้านอาหารประเภทแรปและโรลที่แตกไลน์จากโอ้กะจู๋ ปัจจุบันมี 1 สาขา
3. Oh! Juice – ร้านเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่กำลังขยายตัว ปัจจุบันมี 15 สาขา
สิ่งที่ทำให้ “โอ้กะจู๋” ประสบความสำเร็จ
- คอนเซ็ปต์ชัดเจน “ปลูกผักเพราะรักแม่” เป็นสโลแกนที่สร้างอัตลักษณ์ให้แบรนด์ชัดเจน
- จุดขายที่แตกต่าง อาหารเพื่อสุขภาพ เสิร์ฟจานใหญ่ คุ้มค่า ราคาเข้าถึงได้
- ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดอยู่แค่ร้านอาหาร แต่ต่อยอดสู่เครื่องดื่มและแร็ปฟาสต์ฟู้ดสุขภาพ
- การสนับสนุนจาก OR หลังจาก OR เข้าลงทุนในปี 2564 ทำให้การขยายธุรกิจรวดเร็วขึ้น
ปีที่ผ่านมา “โอ้กะจู๋” หรือบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ (OKJ) ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเริ่มซื้อขายในวันที่ 4 ตุลาคม 2567
รายละเอียดสำคัญของการเข้าตลาดหลักทรัพย์
ราคา IPO: 6.70 บาท
มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO: 4,080.30 ล้านบาท
ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์: OKJ
ราคาหุ้นวันแรก: เปิดตลาดที่ 10.90 บาท และปิดวันแรกที่ 12.40 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 85% จากราคา IPO
เป้าหมายและแผนธุรกิจหลังเข้าตลาด
1. ขยายสาขาเพิ่ม 150 สาขา ภายในปี 2571
2. เพิ่มกำลังการผลิต โดยพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์เชิงอุตสาหกรรม
3. ขยายช่องทางจำหน่าย โดยนำผลิตภัณฑ์วางขายผ่าน Café Amazon และขยายร้านโอ้กะจู๋ ใน ปั๊ม PTT Station
4. เพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่การผลิต เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
หลังประกาศผลประกอบการ ทำไมวันนี้ หุ้น OKJ ถึงร่วงหนัก?
เหตุผลอาจจะเป็นเพราะนักลงทุนอาจกังวลกับแนวโน้มกำไรที่เติบโตช้า แม้ว่ารายได้จะแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจ นี่จึงอาจส่งผลให้ OKJ ต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักระยะ
ซึ่งหากบริษัทสามารถบริหารต้นทุนและผลักดันยอดขายได้ดีในปี 2568 โอกาสฟื้นตัวของหุ้นก็ยังมีอยู่...