“วันนี้โตชิบายังคงมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นเบอร์ 1 ในกลุ่มตู้เย็น 1 ประตู ในขณะที่บางคนอาจมองว่า ตู้เย็น 1 ประตู เป็นตลาดที่เติบโตได้ยาก แต่สำหรับเรา นี่คือหนึ่งในตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ทำตลาดได้เป็นอย่างดี ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะมองว่า สินค้านั้นๆ ยังมีประโยชน์กับผู้บริโภคหรือไม่ ซึ่งจากการทำวิจัยเราพบว่า ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่เคยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่แบบ 3 เจนเนอเรชั่นมาอยู่ด้วยกันหมด แต่วันนี้ครอบครัวยุคใหม่ต้องการความเป็นอิสระ บางคนมีบ้านเป็นของตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย หรือก่อนแต่งงาน
บ้านที่เป็นสตูดิโอหลังเล็กๆ สำหรับครอบครัวที่ยังไม่มีลูกจึงมีมากขึ้น และต้องการสิ่งที่ฟิตอินกับไลฟ์สไตล์ของเขา ทำให้ความต้องการของตู้เย็นไซส์นี้ยังมีอยู่ แต่คนกลุ่มนี้มีความเป็น Me สูงมาก คือ ฉันเป็นฉัน ฉันต้องไม่เหมือนใคร ตู้เย็นจึงไม่ใช่แค่ตู้เย็น ในยุคก่อนๆ ตู้เย็นจะมีสีเรียบๆ แต่โตชิบาเป็นเจ้าแรกที่ใส่สีสันการดีไซน์ในตู้เย็น เป็นการดีไซน์โดยคนไทยเพื่อคนไทย ซึ่งเราทำวิจัยก่อนเพื่อศึกษาไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ดูว่าคาแร็กเตอร์เขาเป็นอย่างไร บ้านมีลักษณะอย่างไร และถ้ามีตู้เย็นเขาจะวางตู้เย็นไว้ตรงไหน สุดท้ายจึงออกมาเป็น Toshiba Curve ตู้เย็นรุ่นคลาสสิก และ Toshiba Plus ที่ยังสามารถทำตลาดอยู่ได้จนทุกวันนี้ เพราะเราจับตลาด และจับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้”
นอกจากตู้เย็นโตชิบาแล้ว ยังมีเครื่องซักผ้ารุ่น AW-DUG1700WT ที่การันตีด้วยรางวัล DEmark ปี 2017 จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ และ G-mark ปี 2017 จากประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นผลงานการออกแบบที่มีแนวคิดหลัก คือ การเอาใจใส่ผู้บริโภค (Caring for People) และความงดงามที่ลงตัว (Essential Beauty) เครื่องซักผ้ารุ่นนี้เน้นความเรียบหรู และคำนึงถึงการใช้งาน โดยเพิ่มเทคโนโลยี Ultra Fine Bubble (UFB) ซึ่งทำอณูฟองให้เล็กมากๆ ระดับนาโน เพื่อให้แทรกซึมเข้าไปทำความสะอาดผ้าได้ลึกยิ่งขึ้น มีระบบการทำงานที่เงียบ และประหยัดไฟ เพราะใช้มอเตอร์ต่อตรงกับถังซักแบบ Super Direct Drive Inverter (S-DD) เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชีวิตมักเร่งรีบในเวลาที่จำกัด จึงชอบซักผ้าในเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังออกแบบฝาปิดให้เป็นกระจกนิรภัย และเพิ่มอุปกรณ์ชะลอก้านฝา (Damper) เพื่อช่วยลดแรงกระแทกในขณะเปิดปิดฝาเครื่องซักผ้า ทำให้มีความนุ่มนวล และปลอดภัยมากขึ้น
นอกเหนือจากตัวผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีความโดดเด่น ในแง่ของแคมเปญการสื่อสารการตลาดก็ต้องมีการทำกิจกรรมที่สอดคล้องไปตามฤดูกาล หรือเทศกาลต่างๆ เพื่อสร้างสีสัน และกระตุ้นตลาดให้เกิดการรับรู้ โดยเฉพาะการสื่อสารในจุดที่เป็น Point of Sale การทำกิจกรรมหน้าร้านเป็นสิ่งสำคัญมาก
“เพราะวันนี้ลูกค้ามีทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์และหน้าร้าน แต่สิ่งสำคัญของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ใช่การขายราคาถูก แต่คือเรื่องราวเนื้อหาของสินค้านั้นๆ ซึ่งจุดแข็งของโตชิบา คือ พนักงานขาย เราเรียกเขาว่า Personal Consultant เราพยายามทำให้เขาเกิด Passion ในแง่ของการเป็นผู้ให้คำปรึกษากับผู้บริโภคในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ขณะเดียวกันก็มีการตกแต่ง Point of Sale ไปตามซีซั่นต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามาเรื่อยๆ และเห็นว่าเราไม่เคยตกเทรนด์
เสน่ห์ของคนขายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเขาคือผู้ที่รอบรู้ในเรื่องราวการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ดังนั้นเวลาเราทำ Product Training เราจึงไม่ได้เทรนแค่เรื่องสเปก เพราะเขาไม่ได้เป็นแค่ PC แต่เป็นผู้แนะแนวทางเพื่อให้ลูกค้าเห็นว่า เราคือที่ปรึกษา ดังนั้น Point of Sale จึงไม่ใช่แค่เรื่องการทำแคมเปญ แต่ยังรวมถึงเรื่องของบุคลากรที่ประจำอยู่ตรงจุดนั้นด้วย ซึ่งวันนี้เรามีบุคลากรกลุ่มนี้กว่า 900 คน ทั่วประเทศ”
คุณกอบกาญจน์ กล่าวเสริมว่า Mission ของโตชิบา ไม่ใช่เรื่องการขายเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่คือการ “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ไม่ใช่แค่สโลแกนขายของ แต่นี่คือปรัชญาการทำงานของคนโตชิบาเพื่อทำให้สังคมดีขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีชีวิตที่ดีมีคุณภาพมากขึ้น และนี่ก็คือ Brand Essence ของโตชิบา