ว่ากันว่า “โปรโมชั่น” กลายเป็นสูตรสำเร็จในการช่วยเพิ่มยอดขาย ซึ่ง “โปรโมชั่น” ที่ดี ไม่เพียงช่วยในแง่ของการกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยในเรื่องของ Branding รวมถึงการสร้าง Engagement ที่ดีให้เกิดขึ้นระหว่างแบรนด์ร้านค้าปลีกกับตัวลูกค้าอีกด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น การสร้างสรรค์ โปรโมชั่นที่แฝงไปด้วยความสนุก ชวนให้ลูกค้าเข้ามาร่วมในแคมเปญ ยังเป็นอีกตัวช่วยสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์การช้อปที่ดี และแตกต่างไปจากคู่แข่ง ยิ่งในปัจจุบัน ร้านค้าปลีกเอง มี “ดาต้า” ของลูกค้าที่สามารถนำมาวิเคราะห์ถึงความต้องการทั้งในแง่ของการนำเสนอสินค้า และการจัดโปรโมชั่น แคมเปญ ที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ได้ ก็ยิ่งเป็นตัวช่วยเพิ่มความน่าสนใจ จนนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านยอดขาย และแบรนด์ ได้เป็นอย่างดี
การทำโปรโมชั่น แคมเปญ ของท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล คือตัวอย่างที่สะท้อนภาพในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ล่าสุด ท็อปส์ มีการเปิดตัวแคมเปญช้อปสนุกแห่งซีซัน “Discover Fun Fest ง่ายๆ เพียงแปะอะไรก็ลด” ซึ่งเป็นแคมเปญโปรโมชั่นใหญ่รับสงกรานต์ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ซึ่งเป็นอีกแคมเปญใหญ่ที่ถูกส่งออกมากระตุ้นยอดขายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้
โดยปกติแล้ว แม้ผู้เล่นในตลาดค้าปลีกในเซ็กเม้นต์ที่เป็น “ฟู้ด รีเทล” ของบ้านเรา จะมีการจัดแคมเปญต่อเนื่องตลอดทั้งปี แต่แคมเปญใหญ่ที่ถูกส่งเข้ามาสร้าง “ลูกฮุก” หรือแรงกระเพื่อมให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี จะมีแคมเปญใหญ่ๆ ใน 4 ช่วงเวลาของปี นั่นคือ แคมเปญช่วงปีใหม่ ตรุษจีน แคมเปญรับหน้าร้อนหรือช่วงสงกรานต์ และแคมเปญที่เป็นมิดเยียร์ เซลส์ ซึ่งรูปแบบการครีเอทแคมเปญ จะแตกต่างกันออกไป
อย่างแคมเปญปีใหม่จะเป็นเรื่องของการเฉลิมฉลอง แคมเปญตรุษจีน เป็นเรื่องของความเชื่อที่มีเรื่องของ “มูเก็ตติ้ง” เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ส่วนแคมเปญหน้าร้อนหรือสงกรานต์นั้น จะเป็นเรื่องของความสนุกสนาน ที่คนไทยส่วนใหญ่จะกลับบ้านเพื่อร่วมเฉลิมฉลองสงกรานต์กับครอบครัว และสุดท้าย แคมเปญ กลางปี จะเป็นเรื่องของการจัดมหกรรมการลดราคาครั้งใหญ่ในช่วงกลางปีที่เป็นช่วง “โลว์ซีซั่น” ของตลาด
การจัดแคมเปญรับสงกรานต์ “Discover Fun Fest ง่ายๆ เพียงแปะอะไรก็ลด” จึงหยิบเอาอินไซต์ของลูกค้าที่อยู่ในบรรยากาศของความสนุกสนานเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนแคมเปญ ผ่านดาต้าที่เป็นการรวบรวมข้อมูลจากการซื้อจริงของลูกค้า โดยจากอินไซต์พฤติกรรมนักช้อปไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า 5 สินค้าที่เติบโตสูงสุด ได้แก่ สินค้ากลุ่มเล่นน้ำและแฟชั่นสงกรานต์ สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มและสินค้ากลุ่มแช่แข็ง สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อปาร์ตี้สังสรรค์ สินค้ากลุ่มของฝากเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ใหญ่ และสินค้าเพื่อความสิริมงคลสำหรับสงกรานต์ ด้านกลุ่มลูกค้าพบ GEN Y และ Gen X ครองสัดส่วนจำนวนนักช้อปมากที่สุดในช่วงเทศกาลถึง 40.2% และ 35% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มลูกค้าสมาชิกชาวต่างชาติที่เป็นลูกค้าสมาชิก มีสัดส่วนยอดใช้จ่ายต่อตะกร้าสูงกว่าคนไทยถึง 2 เท่า

สำหรับสัดส่วนจำนวนกลุ่มลูกค้าที่มาช้อปสินค้าช่วงสงกรานต์มากที่สุด พบว่า Gen Y ครองแชมป์อยู่ที่ 40.2% รองลงมา ได้แก่ Gen X 35%, Baby Boomer 17% และ Gen Z 7.6% ทั้งนี้กลุ่ม Gen Z คือนักช้อปที่มีความถี่ในการซื้อบ่อยที่สุด ในขณะที่กลุ่ม Baby Boomer คือ Gen ที่มีมูลค่าการใช้จ่ายต่อตะกร้ามากที่สุด ในการช้อปปิ้งแต่ละครั้ง นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มลูกค้าสมาชิกชาวต่างชาติใช้จ่ายต่อตะกร้าสูงถึงสองเท่าของคนไทย ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเทศกาลสงกรานต์ยังคงเป็นช่วงเวลาที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการจับจ่ายของคนไทยทุกเจเนอเรชัน และเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อมองมาที่กลุ่มสินค้าที่มีอัตรายอดขายเติบโตสูงสุดในช่วงสงกรานต์ เทียบกับช่วงปกติ ได้แก่ สินค้ากลุ่มเล่นน้ำและแฟชั่นสงกรานต์ เช่น ปืนฉีดน้ำ ซองกันน้ำ, กระเป๋ากันน้ำ กางเกงช้าง เสื้อฮาวาย และรองเท้าแตะช้างดาว สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มและสินค้ากลุ่มแช่แข็ง อาทิ โซดา เครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟกระป๋อง น้ำดื่ม น้ำอัดลม ไอศครีม และน้ำแข็ง สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อปาร์ตี้สังสรรค์ เช่น หม้อต้มสุกี้ กระทะปิ้งย่าง สินค้าของฝากเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ใหญ่ เช่น ซุปไก่สกัด และรังนก และสินค้าเพื่อความสิริมงคลสำหรับสงกรานต์ เช่น ชุดสังฆทาน ผ้าไตรจีวร และ น้ำอบ เป็นต้น
จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล บอกกับเราว่า สงกรานต์ถือเป็นเทศกาลแม่เหล็กของไทยที่ช่วยกระตุ้นทุกภาคส่วนทางเศรษฐกิจให้คึกคัก และส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศมีการเติบโต โดยรายงานจากการท่องเที่ยวแท่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดรวม 26.5 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า ซึ่งการเติบโตด้านการท่องเที่ยว จะส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกและบริการได้รับอานิสงส์จากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งการเลือกซื้อสินค้าเพื่อเตรียมฉลองเทศกาล การใช้จ่ายในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ รวมทั้งพฤติกรรมการซื้อสินค้าจากกลุ่มผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาทั่วประเทศ
การเติบโตดังกล่าวยังสอดรับกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าช่วงสงกรานต์ในปี 2567 ที่ผ่านมาของลูกค้าท็อปส์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ โดยมีสถิติที่น่าสนใจพบว่า มูลค่าต่อตะกร้าของลูกค้าสมาชิก The 1 เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 7.7% ทั้งนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ยอดขายในต่างจังหวัดเติบโตกว่า 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดย 3 ภูมิภาค ที่มียอดคนใช้จ่ายเติบโตสูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือโต 20.4% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือโต 14.7% ภาคกลางและภาคตะวันตกโต 9.3% ซึ่งภูมิภาคเหล่านี้ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
จุดแข็งอย่างหนึ่งของท็อปส์ ก็คือ การมีสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้ เมื่อมีการเปิดตัวแคมเปญโปรโมชั่นใหญ่ในแต่ละช่วงเวลา จึงสามารถเข้าถึงความต้องการในแต่ละพื้นที่ได้ค่อนข้างดี

ยิ่งแคมเปญโปรโมชั่นที่จัด เป็นการหยิบเอาอินไซต์ที่เกิดจากความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าในแต่ละพื้นที่เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ก็ยิ่งกลายเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้แต่ละแคมเปญที่ทำออกมาได้รับการตอบรับจนมีตัวเลขการเติบโตที่น่าสนใจ ซึ่งการจัด “Discover Fun Fest ง่ายๆ เพียงแปะอะไรก็ลด” จึงเกิดขึ้นบนพื้นฐานของดาต้าที่มองว่า ลูกค้าต้องการอะไรที่มากกว่าแค่การลดราคาหรือการได้ส่วนลดธรรมดา โดยมองว่า ส่วนลดที่ได้นั้น หากตัวเองสามารถเลือกได้ตามที่ต้องการก็ยิ่งช่วยเพิ่มความสนุกในการร่วมแคมเปญได้มากยิ่งขึ้น
ผู้บริหารของท็อปส์ บอกว่า การเปิดตัวแคมเปญ “Discover Fun Fest ง่ายๆ เพียงแปะอะไรก็ลด” จะมีดาต้าความสำเร็จจากแคมเปญในปีก่อนหน้ามาการันตีความสำเร็จในปีนี้ ทั้งในมุมของการกระตุ้นยอดซื้อของคนที่เข้าร่วมแคมเปญสติ๊กเกอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 35.3% เพิ่มความถี่ของการช้อปสินค้ามากขึ้นได้ถึง 17.1% รวมถึงเพิ่มมูลค่าการซื้อสินค้าต่อตะกร้าเพิ่มขึ้นถึง 15.4% นอกจากนี้ แคมเปญสติ๊กเกอร์ดังกล่าวยังทำให้มีลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 9% อีกด้วย
โดยแคมเปญในรูปแบบการมอบสติ๊กเกอร์ส่วนลดนี้ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 ถูกใช้ต่อเนื่องในปี 2021 จนประสบความสำเร็จด้วยตัวเลขยอดขายในช่วงแคมเปญที่เติบโตถึงสองดิจิต ลูกค้าจดจำแคมเปญได้จากการทำสำรวจของลูกค้า จึงถูกนำกลับมาจัดอีกครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา
ที่มาของแคมเปญในรูปแบบนี้ มาจาก การมองเห็นข้อจำกัดในการสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า เนื่องจากอาจจะไม่ตรงกับความต้องการ ท็อปส์จึงพัฒนาและนำเสนอโปรโมชั่นในมุมมองและแนวคิดใหม่ แบบ Game Changing โดยเปลี่ยนจากให้แบรนด์ร้านค้าปลีกเป็นผู้กำหนดว่าจะให้อะไรลูกค้า มาเป็นให้อำนาจลูกค้าที่สามารถเลือกรับส่วนลดกับสินค้าที่เลือกเอง ทำให้แคมเปญในรูปแบบดังกล่าว เข้ามาช่วยสร้างการมีส่วนร่วมและลูกค้ารู้สึกสนุกกับการร่วมแคมเปญมากขึ้น
ด้วยความสำเร็จของแคมเปญสติ๊กเกอร์ในปีที่ผ่านมา ท็อปส์เชื่อว่าแคมเปญสติ๊กเกอร์ในปีนี้ จะช่วยเสริมความสนุก กระตุ้นให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแคมเปญ ปลุกบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ได้อย่างดี ตอกย้ำการเป็น Best Shopping Destination in Season ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และซัมเมอร์ พร้อมปลุกไลฟ์สไตล์การช้อปให้สนุกกว่าที่เคย

ท็อปส์ วางกลยุทธ์ 4Cs ที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการเข้าร่วมแคมเปญของลูกค้า ไล่เรียงตั้งแต่
1. Customer-Centric promotion: Biggest in season ช้อปสนุกในบรรยากาศสุดเฟรชที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปีไปกับสติกเกอร์แคมเปญ “Discover Fun Fest ง่ายๆ เพียงแปะอะไรก็ลด” พร้อมให้ช้อปแบบไม่มีสะดุด สะดวก ง่าย สำหรับสมาชิก The1 เพียงซื้อสินค้าครบตามที่กำหนดรับสติกเกอร์ส่วนลดทันทีสูงสุด 20% พร้อมส่วนลดแบรนด์พันธมิตรที่เข้าร่วมรายการอีกกว่า 93 แบรนด์ รวมถึงส่วนลดในเครือเซ็นทรัล ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายนนี้ เพียงช้อปสินค้าครบตามที่กำหนด
ไม่ว่าจะเป็น การช้อปครบทุกๆ 200 บาท/ใบเสร็จ รับฟรี! สติกเกอร์ส่วนลดสูงสุด 10% 1 แผ่น เฉพาะที่ท็อปส์ เดลี่ เท่านั้น ช้อปครบทุกๆ 600 บาท/ใบเสร็จ รับฟรี! สติกเกอร์ส่วนลดสูงสุด 15% 1 แผ่น ช้อปครบทุกๆ 1,200 บาท/ใบเสร็จ รับฟรี! สติกเกอร์ส่วนลดสูงสุด 20% 1 แผ่น โดยสามารถนำส่วนลดจากสติ๊กเกอร์ไปแปะสินค้าเพื่อรับส่วนลดได้ทันที ที่ร้านในเครือของท็อปส์ทั้งหมด ทั้งท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์แคร์ และ PET 'N ME ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยสามารถใช้ส่วนลดได้ตามเวลาที่กำหนด ได้แก่ รอบที่ 1 ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 1 เมษายน 2568 และรอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ถึงวันที่ 30 เมษายน 2568
2. Curated Songkran assortment การนำเสนอไอเท็มของดีของเด็ดประจำซัมเมอร์ที่ “จำเป็นต้องโดน” รวมกว่า 3,000 รายการ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้เขตร้อนมาตรฐาน GI อาทิ มะม่วงและทุเรียน หลากหลายสายพันธุ์คัดสรรอย่างดี สินค้าตามฤดูกาลอีกมากมาย ปาร์ตี้เซ็ตและวัตถุดิบสุดพรีเมียม อาทิ เซ็ตชาบูหมูกระทะ, ไส้กรอก และบาร์บิคิว จาก James The Bucher ไอเท็มสงกรานต์สุดหรรษา อาทิ ปืนฉีดน้ำ ที่มีให้เลือกทั้งแบบทั่วไป จนถึงแบบชาร์จไฟ เพียงจุ่มปืนในน้ำก็จะดูดน้ำเข้ากระบอกได้เอง และยังยิงได้ไกลกว่าระบบธรรมดา, เสื้อสงกรานต์ลายดอก, แว่นตากันน้ำ, กระเป๋ากันน้ำ, ชุดน้ำอบไทย, ชุดทำบุญเสริมมงคล, บิวตี้ไอเท็มท้าแดด ทนน้ำ จากแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย
3. Customer experience - Bringing the Festival to Life สร้างประสบการณ์สงกรานต์ที่ไม่เหมือนใคร ผ่านกิจกรรมสุดสนุกมากมายที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขและความคึกคักของเทศกาล พร้อมเติมเต็มสีสันในทุกมิติทั้งการตกแต่งหน้าร้านธีม สงกรานต์สุดสดใส นอกจากนี้ ยังพร้อมเสิร์ฟเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟประจำฤดูกาลเพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติแห่งเทศกาลอย่างข้าวเหนียวมะม่วง มะม่วงน้ำปลาหวาน เพื่อให้ได้ดื่มด่ำบรรยากาศสงกรานต์อย่างเต็มที่
4. Collaborative partnership for Maximum Impact การผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Unilever, P&G และ Nestlé และอื่น ๆ เพื่อมอบส่วนลดสุดพิเศษให้กับสินค้าในหมวดหมู่ที่หลากหลายครอบคลุมกว่ากว่า 93 แบรนด์ ตั้งแต่ก่อนช่วงเทศกาลไปจนถึงหลังสงกรานต์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมสุดว้าวขบวนพาเรดมาสคอตชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทยรวมกว่า 30 ชีวิตจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรของท็อปส์นำทีมโดยท็อปสเตอร์ มาสคอตของท็อปส์ สร้างความบันเทิงและความสนุกสนานกับคนไทยรับเทศกาลแห่งความสนุกในวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ที่เซ็นทรัลเวิล์ด ตอกย้ำคอนเซปต์ Every Day DISCOVERY ให้ทุกคนได้ค้นพบประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ธรรมดาทุกวัน
“ท็อปส์ ในฐานะผู้นำค้าปลีกฟู้ด ได้เล็งเห็นโอกาสในการสร้างโมเมนตัมค้าปลีกให้คึกคัก ต่อเนื่องจากช่วงต้นปีที่มีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น โครงการ Easy E-Receipt, โครงการ Digital wallet และความคึกคักของตลาดรีเทลในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา ท็อปส์มองว่าในช่วงไตรมาสสองนี้ ตลาดจะคึกคักต่อเนื่อง จึงได้จัดแคมเปญนี้ขึ้นมาโดยเชื่อมั่นว่าแคมเปญ “Discover Fun Fest ง่ายๆ เพียงแปะอะไรก็ลด” ไม่เพียงแต่จะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงไฮซีซัน พร้อมตอกย้ำการเป็นเทรนด์เซ็ตเตอร์ของท็อปส์ ที่แตกต่าง และมุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์นักช้อปภายใต้แนวคิด Customer Centric ผ่านกลยุทธ์สำคัญในการสร้างสีสันให้แก่วงการค้าปลีก โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเพิ่มทราฟฟิกร้านค้าและผลักดันยอดขายให้เติบโตมากกว่า 20%” จักรกฤษณ์ กล่าวสรุปทิ้งท้าย