ว่ากันว่า ช่องทาง FSR (Food Service and Restaurant) ถือเป็นอีก Big Occasion ในการขับเคลื่อนการเติบโตให้กับตลาดน้ำอัดลมของบ้านเรา ทั้งนี้ก็เพราะคนไทยนิยมดื่มน้ำอัดลมคู่กับมื้ออาหารมาอย่างยาวนาน ทำให้ผู้เล่นใน ตลาดนี้ต่างยังคงให้ความสำคัญกับการทำตลาดในช่องทางดังกล่าว
ทำให้เราได้เห็นการแข่งขันของแบรนด์เครื่องดื่มโดยเฉพาะผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดน้ำอัดลม ต่างกันแข่งกันเข้าไปเป็นเครื่องดื่มเอ็กซ์คลูซีฟเพียงแบรนด์เดียวที่วางขายในร้าน โดยเฉพาะกับเชนร้านอาหารประเภท QSR ที่เครื่องดื่มน้ำอัดลม ถือเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่ถูกเลือกดื่มคู่กับอาหารประเภทนี้มาอย่างยาวนาน
โค้กจะเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับร้านแมคโดนัลด์ ขณะที่เป๊ปซี่จับมือกับเคเอฟซี ซึ่งที่ผ่านมาทั้งโค้กและเป๊ปซี่ ต่างพยายามช่วงชิงเชนร้านอาหารชื่อดังเพื่อเข้าไปเป็นเครื่องดื่มหลัก เพราะน้ำอัดลมถือเป็นเครื่องดื่มแรกๆ ที่ลูกค้าจะเลือกดื่มคู่กับอาหารโดยเฉพาะอาหารรสจัดทั้งหลาย

แม้จะมีต้นทุนในการนำสินค้าเข้าไปวางขายค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่ได้กลับมาน่าจะส่งผลดีต่อแบรนด์โดยตรง เพราะไม่ใช่แค่การเป็นตัวช่วยในการเพิ่มยอดขายจากรูปแบบการดื่มใหม่ๆ นอกเหนือจากการขายในช่องทางร้านค้าปลีกแบบเดิมแล้ว สิ่งที่ได้กลับมายังมีเรื่องของ Brand Visibility ที่เมื่อหักกลบหนี้จากเรื่องของต้นทุนการขายและต้นทุนการตลาดแล้ว แม้จะมีมาร์จิ้นจากการขายไม่มาก แต่ก็ได้รีเทิร์นกลับมาในเรื่องของแบรนด์ค่อนข้างดี
แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่างโค้กและเป๊ปซี่ต่างมีแนวคิดในการทำตลาดที่แทบไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะกับเรื่องของการผลักดันสินค้าให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกที่ แม้ในบางโอกาสสินค้าอาจจะเข้าไม่ถึงลูกค้าแต่ก็ต้องเห็นแบรนด์ในทุกที่ เรื่องของ Brand Visibility จึงเป็นเรื่องอันดับต้นๆ ที่ทั้งคู่ให้ความสำคัญ
จึงไม่แปลกที่แม้จะมีต้นทุนในการขายค่อนข้างสูง แต่ทั้งโค้กและเป๊ปซี่ พร้อมที่จะทุ่มเพื่อให้สามารถเข้าไปขายในเชนร้านดังให้ได้ เพราะมีเรื่องของต้นทุนการตลาดมาช่วยหักกลบในส่วนของต้นทุนขายนั่นเอง
ตัวอย่างล่าสุดที่สะท้อนในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีก็คือการจับมือกับระหว่างโคคา - โคล่า ประเทศไทยกับเชนร้านอาหารอย่างเชสเตอร์ ที่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายของโคคา - โคล่า ประเทศไทยอย่างไทยน้ำทิพย์ ผนึกกำลังหาดทิพย์ ลงนามความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับเชสเตอร์ เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ “โคคา-โคล่า” เสิร์ฟความซ่าผ่านเมนูเชสเตอร์คู่ “โค้ก” ที่ร้าน เชสเตอร์ (Chester’s) กว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
เป็นการตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมนำแคมเปญระดับโลก "ส่ง Coke ให้" จัดกิจกรรมพิเศษสำหรับลูกค้าเชสเตอร์ รับสิทธิ์สร้างสรรค์ชื่อเฉพาะในแบบของตัวเองเพื่อพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ “โค้ก” สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ส่งต่อความซ่าให้ซัมเมอร์นี้สนุกโดนใจยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านั้น แบรนด์คู่แข่งอย่างเป๊ปซี่ เป็นแบรนด์หลักที่วางขายในร้านเชสเตอร์ก่อนหมดสัญญา และโคคา-โคล่า เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์รายใหม่ ซึ่งถือเป็นอีกการรุกเข้าช่องทางนี้ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

ผู้บริหารของโคคา - โคล่า ประเทศไทยอย่าง มร.จอห์นเจสัน ไรลีย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโฮเรก้า บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “โคคา-โคล่า” ในประเทศไทย บอกว่า การเป็นพันธมิตรกับเชสเตอร์ ซึ่งเป็นธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดผู้นำเมนูไก่ย่างและเมนูข้าวอันดับ 1 ของไทย นับเป็นการผสานความแข็งแกร่งของแบรนด์เครื่องดื่มยอดนิยมที่ครองใจคนทั่วโลกอย่าง “โคคา-โคล่า” เพื่อต่อยอดการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าร้านเชสเตอร์ที่พิเศษยิ่งขึ้น และสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันด้วยมาตรฐานความอร่อยซ่าของเครื่องดื่มจากโคคา- โคล่า ผ่านกลยุทธ์ที่เหมาะกับรูปแบบร้านและแคมเปญพิเศษ รวมถึงโปรโมชันที่ตรงใจและตอบโจทย์ผู้บริโภค
ไม่เพียงเท่านั้น การร่วมมือในครั้งนี้ยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน เชื่อว่าจะเป็นการต่อยอดความแข็งแกร่งของทั้ง 2 แบรนด์ และมอบประสบการณ์ที่โดนใจและพิเศษยิ่งขึ้นให้กับลูกค้าของเชสเตอร์ ด้วยแคมเปญระดับโลก "ส่ง Coke ให้" ซึ่งกลับมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในประเทศไทยตลอดเดือนเมษายนนี้
โดยลูกค้าของเชสเตอร์จะได้สิทธิ์รับกระป๋องโค้กสุดพิเศษที่พิมพ์ชื่อสำหรับคุณโดยเฉพาะ ในกิจกรรมซึ่งจัดขึ้นทั้งในร้านสาขาและช่องทางออนไลน์ของเชสเตอร์ เพื่อเฉลิมฉลองการเป็นพันธมิตรร่วมกัน พร้อมเดินหน้านำเสนอกิจกรรมดีๆ สู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ด้าน ลลนา บุญงามศรี กรรมการผู้จัดการธุรกิจร้านอาหารเชสเตอร์ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด เสริมว่า เชสเตอร์เป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 36 ปี เราเดินหน้าส่งมอบความอร่อยผ่านเมนูและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ที่ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน และยังมุ่งมั่นในการพัฒนาเมนูใหม่ให้มีความหลากหลาย รสชาติอร่อย มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย รวมถึงพนักงานที่ใส่ใจลูกค้า บริการรวดเร็ว
ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีแบบ Good Food Good Mood ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เพื่อให้มีความสุขทุกครั้งที่ได้ทานเชสเตอร์ เราเชื่อว่าการเป็นพันธมิตรร่วมกันในครั้งนี้ รวมถึงแคมเปญระดับโลก “ส่ง Coke ให้” ที่มอบสิทธิพิเศษเพื่อลูกค้าเชสเตอร์โดยเฉพาะ จะสร้างสีสันและความพิเศษให้กับลูกค้าเชสเตอร์เป็นอย่างดี เพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกัน
การทำตลาดผ่านช่องทางขายที่เป็น FSR (Food Service and Restaurant) มีให้เห็นออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แบรนด์เบอร์ 3 ในตลาดน้ำอัดลมบ้านเราอย่าง เอส โคล่าก็มีการเปิดตัวแคมเปญ ‘ขอเอสขวดพี่’ แคมเปญสื่อสารการตลาดที่มา พร้อมเพลงจิงเกิลสนุกๆ สร้างการจดจำและเรียกหาเอสเป็นเครื่องดื่มคู่มื้ออาหาร
แคมเปญดังกล่าว มีการใช้พรีเซ็นเตอร์ตัวตึงอย่าง ตั้ม-วราวุธ โพธิ์ยิ้ม หรือตั้ม The Star เข้ามาเป็นตัวช่วยสร้างสีสันและทำกิจกรรมในย่านที่เป็น Strategic Area ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 1,000 ร้านค้า ซึ่งแคมเปญ “ขอเอสขวดพี่” เป็นแคมเปญการตลาดที่เน้นโฟกัสมาที่ช่องทาง FSR โดยจะใช้ Music Jingle เป็น Main Asset เพื่อทำให้ “ขอเอสขวดพี่” กลาย เป็นประโยคที่ติดปากผู้บริโภค เพื่อให้เกิดการระบุแบรนด์ อย่างชัดเจนในการสั่งเครื่องดื่มกับร้านค้า
แคมเปญ “ขอเอสขวดพี่” จะแตกต่างจากแคมเปญที่ทำในช่วงที่ผ่านมาแล้ว โดยหลังจากที่เอส ประสบความสำเร็จ ในการสร้างการยอมรับกับกลุ่ม Gen Z จากการทำแคมเปญในปีที่แล้ว อย่างการเปิดตัวแคมเปญสื่อสารแบรนด์ “est Cola Awaken Awesome Sense” “แค่ดื่มเอสก็เปิดทุกสัมผัส ให้ซ่ากล้าเป็นตัวเอง” ที่สามารถตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Born to be Awesome เกิดมาซ่า...กล้าเป็นตัวเอง”
จนสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์เข้าไปอยู่ในใจ Gen Z ทั้งในเรื่องรสชาติและความออซั่มที่แตกต่างได้แล้ว ในแคมเปญใหม่ที่เปิดตัวมานี้จะเป็นการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแมส เพื่อให้เกิดการระบุแบรนด์เอสอย่างชัดเจน ซึ่งการเลือกพรีเซ็นเตอร์อย่าง “ตั้ม วราวุธ” นั้น เป็นการเลือกพรีเซ็นเตอร์ที่ตรงกับเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร เพราะเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่มีบุคลิกเป็นคนสนุกสนาน สามารถสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ได้ค่อนข้างดี
ถือเป็นอีกการสร้างสีสันให้กับช่องทางขาย FSR (Food Service and Restaurant) ที่เราน่าจะได้เห็นการทำตลาดในรูปแบบนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะช่องทาง FSR กำลังทวีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในการทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมของบ้านเรานั่นเอง...