YouTube ตั้งเป้ารายได้สูงจากการเผยแพร่วิดีโอบนแพลตฟอร์มผ่านตลาดทีวีที่กำลังเติบโตในสหรัฐ มุ่งเสนอโฆษณาที่คัดกรองด้วย AI โดยให้ความสำคัญกับ Content กีฬา และ Content ที่รับชมต่อเนื่อง จุดสำคัญคือการเปิดตัว Peak Points เทคโนโลยีใหม่ ผสานคุณสมบัติเด่นของ Gemini AI แสดงโฆษณาช่วงที่ผู้บริโภคชมวิดีโอนานที่สุด พร้อมใส่โฆษณาลงไปในช่วงเวลานั้น ทำให้ Advertiser มั่นใจว่า งบที่ใช้ตรงกลุ่มเป้าหมายเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ในอดีต สัปดาห์ที่แล้วในนิวยอร์กมักเป็นสัปดาห์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับวงการโทรทัศน์ โดยมีช่วง "ขายของ" ประจำปี ซึ่งบรรดายักษ์ใหญ่จะจัดแคมเปญนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินโฆษณามูลค่าสูง
ปีนี้ต่างออกไป ความไม่แน่นอนของภาษีศุลกากรที่ใกล้เข้ามาไม่เพียงทำให้ Advertiser รายใหญ่ต้องจ่ายเงินมากขึ้นเท่านั้น แรงผลักดันที่เพิ่มขึ้นยังคุกคามทั้งเครือข่ายดั้งเดิม เช่น NBC Universal Paramount รวมถึงผู้ให้บริการสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ เช่น Netflix Amazon ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ YouTube แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสำหรับแชร์วิดีโอที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดทางทีวีอย่างรวดเร็ว สื่อหลายค่ายคาดการณ์ว่า YouTube จะแซงหน้า Disney กลายเป็นบริษัทสื่อใหญ่ที่สุดในโลกในไม่ช้า
เทียบแพลตฟอร์มด้วยกัน ธุรกิจโฆษณาของ YouTube เพียงอย่างเดียวก็สร้างรายได้มหาศาล ใกล้เคียงธุรกิจทั้งหมดที่ Netflix มีอยู่ โดยรายได้จากการโฆษณาของ YouTube ปี 2024 อยู่ที่ 36,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับรายได้จากทุกธุรกิจของ Netflix ปี 2024 ซึ่งรวม Subscription Model และรายได้จากการโฆษณาอยู่ที่ 39,000 ล้านดอลลาร์
งานเปิดตัวของ Alphabet เจ้าของ YouTube ที่มีชื่อว่า Brandcast 2025 จัดขึ้นที่ Lincoln Center เมื่อวันพุธที่ 14 พฤษภาคม นอกจากการแสดงสุดอลังการของ Lady Gaga และการปรากฏตัวของ MrBeast ผู้สร้างกระแสในฐานะผู้ทำรายได้สูงสุดบน YouTube
บริษัทสรุปแนวทางใหม่ๆ สำหรับโอกาสโฆษณาบนแพลตฟอร์ม ผ่านรูปแบบโฆษณาใหม่ เรียกว่า Peak Points ใช้ Gemini AI ของ Google ระบุส่วนต่างๆ ของวิดีโอ YouTube ที่จะกระตุ้นให้ผู้ชมติดตามมากที่สุด แล้ววางโฆษณาต่อท้ายส่วนนั้นๆ ทันที เพิ่มโอกาสจดจำแบรนด์ และกระตุ้นผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับโฆษณาในจังหวะที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
Peak Points ยังมาพร้อม Shoppable Product Feed ฟีเจอร์ใหม่ที่ผู้ชมจะไม่รู้สึกรำคาญ เพราะเป็นการชมแบบ "จอใหญ่-จอเล็ก" ไปพร้อมๆ กัน โดยผู้ใช้งานสามารถเรียกดูผลิตภัณฑ์ที่แนะนำบนทีวี จากนั้นสแกนรหัส QR บนโทรศัพท์ รับลิงก์โดยตรงเพื่อซื้อสินค้า เพิ่มความสะดวกสบาย และเปิดโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้ตรงจุดมากขึ้น
สำหรับผู้บริหารด้านโฆษณา จุดขายหลักที่ YouTube มีตอนนี้ คือการเป็นผู้เผยแพร่ Content ทางโทรทัศน์ที่มีผู้ชมมากที่สุด แซงหน้าเครือข่ายและผู้ให้บริการสตรีมมิ่งรายอื่นๆ
ข้อมูลของ Nielsen ระบุว่า แพลตฟอร์มที่สมาชิกชมทางทีวี คิดจากจำนวนนาทีที่ชมมากที่สุด สิ้นสุดมีนาคม 2025 ประกอบด้วย
1.YouTube 12%
2.Walt Disney 10.5%
3.Paramount 8.5%
4.NBC Universal 8.0%
5.NETFLIX 7.9%
6.FOX 7.0%
7.Warner Brother Discovery 6.7%
8. Amazon 3.5%
หมายเหตุ คิดเฉพาะสัดส่วนผู้ชมมากกว่า 3 %
เมื่อคิดถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้ Peak Points บวกกับการคิดสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องของ YouTube เช่น ล่าสุด กำลังจัดแพ็กเกจรายปีแก่ผู้ต้องการรับชม NFL ฤดูกาลใหม่ทั้งฤดูกาล บวกกับการให้ Content Creator ทดลองใช้โปรแกรม จัดเนื้อหาเป็นรายการทีวีมาราธอน (เช่น ซีรีส์เดียวดูทั้งวัน) ทำให้เห็นชัดว่า YouTube มีโอกาสสร้างรายได้อีกมากมาย เพื่อเป็นแพลตฟอร์มรายได้จากทีวีสูงสุดในอนาคต
ที่มา
https://www.cnbc.com/2025/05/14/youtube-gemini-ai-feature-will-target-ads-when-viewers-most-engaged.html