“จุดแข็งของ YouTube วันนี้ไม่ใช่แค่จำนวนผู้ชม แต่คือความจริงที่ว่า 89% ของคนไทยยังคงเลือก YouTube เป็นวิดีโอแพลตฟอร์มที่พวกเขาชื่นชอบที่สุด” ฐรินทร์ญา ศุภทรัพย์ จาก YouTube กล่าวบนเวทีiCreator Conference 2025 Presented by Sony
ไม่ใช่แค่เพราะมีวิดีโอให้ดูเยอะ แต่เพราะที่นี่กลายเป็นพื้นที่ที่คนดูรู้สึกผูกพัน เชื่อใจ และพร้อมสนับสนุนครีเอเตอร์และแบรนด์ที่ตัวเองรัก ด้วยฐานผู้ใช้ที่เหนียวแน่น YouTube ได้วาง 3 แกนหลักในการขับเคลื่อนครีเอเตอร์ไทย Creativity, Community, และ Commerce

1. Creativity
โลกของคอนเทนต์บน YouTube วันนี้ ไม่มีคำว่า Mainstream แบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังแตกแขนงออกเป็นเทรนด์ย่อยจำนวนมาก ซึ่ง YouTube มองเห็นเป็น 3 ทิศทางหลักคือ
1. Local Culture Going Global คือการยกระดับวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่ระดับโลกไม่ว่าจะเป็นภาษา อาหาร ไลฟ์สไตล์ หรือดนตรี
ฝั่งอาหาร เราเห็นครีเอเตอร์จำนวนมากที่เริ่มจากการทำคอนเทนต์ Local Street Food, Local Cuisine แล้วกลายเป็นหน้าตาของประเทศไทยบน YouTube โดยไม่ตั้งใจ ร้านเล็ก ๆ ข้างทางไปจนถึงวัฒนธรรมการกินแบบบ้าน ๆ ถูกเล่าเรื่องใหม่จนดึงคนดูทั่วโลกเข้ามาได้
ฝั่งดนตรีก็ไม่ต่างกัน กลุ่ม Local South East Asian Bands และศิลปินไทยจำนวนมากขยายฐานแฟนออกไปไกลกว่าเขตภาษาไทย แฟนเพลงไม่ได้อยู่แค่ในเอเชีย แต่ไปถึงโซนอย่างอเมริกาใต้ด้วยซ้ำ
2. Entertainment Become Fluid ขอบเขตของโลกความบันเทิงไม่มีจำกัด
โลกของ Entertainment บน YouTube กำลังลื่นไหลกว่าที่เคยเป็นมา ขอบเขตระหว่างคอนเทนต์แต่ละประเภทเริ่มเบลอ ครีเอเตอร์ไม่ได้อยู่แค่ในกรอบเดิมอีกต่อไป
- YouTube Shorts มียอดรับชมต่อวันสูงถึง 200,000 ล้านวิว
- Podcast เติบโตอย่างมากในไทย ชั่วโมงการรับชมโตขึ้นถึง 50% ในช่วงปีที่ผ่านมา
- ครีเอเตอร์จำนวนมากเริ่มทำคอนเทนต์หลายรูปแบบในช่องเดียว ทั้ง Long Form, Shorts, แนวตั้ง, แนวนอน
ช่องพอดแคสต์หลายช่องเริ่มถ่ายวิดีโอ กลายเป็น Long Form content และตัดไฮไลต์ไปลง Shorts ขณะเดียวกัน คอนเทนต์แนวละครดราม่า ละครคุณธรรม หรือแนว Gamification ก็ย้ายมาอยู่บนแนวตั้งมากขึ้น
- Sportsainment เมื่อ “กีฬา” ไม่ได้จบแค่การถ่ายทอดสดหรือไฮไลต์ แต่ถูกเล่าต่อในมุม Enterainment มากขึ้น
3. Purpose Driven Content ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เช่น ธุรกิจ, เทค, สุขภาพจิต (Mental Health) เป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างแข็งแรง
เครื่องมือที่ช่วย Creativity
- AI Lip-sync YouTube กำลังพัฒนาฟีเจอร์แปลภาษาอัตโนมัติ และใช้ AI ปรับรูปปาก (Lip-sync) ให้สอดคล้องกับภาษาอื่น เพื่อประสบการณ์การรับชม
- Title Thumbnail A/B Testing ฟีเจอร์ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถโยนไอเดียหน้าปกและชื่อวิดีโอให้ระบบรันจริง เพื่อเลือกสิ่งที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด
- นำ Generative AI เข้ามาใช้ใน YouTube Shorts (อยู่ระหว่างการทดลองในอเมริกาและแคนาดา)
- Creator Studio AI Feature (Ask Studio) ฟีเจอร์ AI ที่อยู่ใน Studio เพื่อช่วยครีเอเตอร์ในการวิจัยและคิดไอเดียเนื้อหาที่เหมาะสม (อยู่ระหว่างการทดลองในอเมริกา)
2. Community
YouTube ให้ความสำคัญกับ Community ความเหนียวแน่นของชุมชน มากกว่ายอด Subscriber หลักล้าน 98% ของผู้ใช้งานออนไลน์ในไทย เชื่อใจคำแนะนำจาก YouTube Creator มากกว่าช่องทางอื่น นั่นหมายความว่า ความสัมพันธ์ระหว่างครีเอเตอร์กับคนดูบน YouTube ไม่ได้จบที่การกดไลก์หรือกดซับสไครบ์ แต่เป็นความไว้วางใจระดับที่พร้อมเดินตามในหลาย ๆ เรื่องของชีวิต ตั้งแต่การเลือกเสพคอนเทนต์ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อสินค้า
ฟีเจอร์เสริมสร้าง Community
1. Community Feature พื้นที่แยกที่เปิดให้กลุ่ม Subscriber พูดคุยกันได้มากกว่าช่องคอมเมนต์ใต้คลิปโพสต์เดียว ครีเอเตอร์สามารถอัปเดต พูดคุยได้โดยตรง
2. Public Members-Only Live Stream อนุญาตให้ครีเอเตอร์เปลี่ยนการถ่ายทอดสดสาธารณะเข้าสู่เซสชันสำหรับสมาชิกเท่านั้นได้อย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด YouTube อยากให้ครีเอเตอร์กลับไปสร้างชุมชนของตัวเองให้แข็งแรง เพราะนี่คือฐานพลังที่สำคัญที่สุด และเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ใช้งานถึงเชื่อใจคำแนะนำของ YouTube Creator สูงขนาดนี้
3. Commerce
ภายใต้การเติบโตของ e-Commerce พฤติกรรมคนไทยไม่ได้เห็นของแล้วซื้อทันที แต่จะเข้าไปหาข้อมูลก่อนเสมอ 8 ใน 10 ของผู้บริโภคจะต้องเข้าไปหาข้อมูลมากกว่าหนึ่งจุดก่อนตัดสินใจซื้อ และสำหรับคนไทย YouTube คือหนึ่งใน Touchpoint ที่สำคัญที่สุด จนกลายเป็นแหล่งป้ายยาชั้นดีผ่านรีวิว แนะนำสินค้า How-to หรือการใช้จริงในชีวิตประจำวัน
ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา YouTube ได้เปิดฟีเจอร์ Shopping Affiliate ที่ให้ครีเอเตอร์สามารถแท็กสินค้าในคอนเทนต์ของตัวเองได้มีครีเอเตอร์เข้าร่วมมากกว่า 13,000 รายการสินค้า และการรับชมคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับการช้อปปิ้งเติบโตสูงถึง 400%
แต่หัวใจของโลก Commerce บน YouTube ไม่ได้อยู่ที่ฟีเจอร์การขาย แต่อยู่ที่คุณภาพของการเล่าเรื่องและข้อมูลโดยครีเอเตอร์จะโน้มน้าวให้คนดูทำอะไรตามได้ จำเป็นต้องมี 3 ปัจจัยหลัก
1. Attention (ความตั้งใจ) คนดูเข้ามาใน YouTube ด้วยความตั้งใจที่จะลงลึกเรื่องที่สนใจ 92% ของคนไทยใช้ YouTube เพื่อเข้าใจเรื่องต่างๆ ได้ดีที่สุด
2. Relevance (ความเกี่ยวข้อง) 91% ของคนไทยรู้สึกว่า คอนเทนต์บน YouTube มักจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พวกเขาสนใจอยู่เสมอ
3. Trust (ความเชื่อใจ) 88% ของคนไทยเชื่อความเห็นของ YouTube Creator เกี่ยวกับสินค้าหรือแบรนด์มากกว่าช่องทางอื่น ๆ
YouTube จึงมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ในรูปแบบของตนเอง สร้างชุมชนให้แข็งแกร่ง และใช้พลังนี้เข้าสู่โลก Commerce อย่างสมบูรณ์
สุดท้ายแล้ว แนวคิดที่ YouTube ย้ำเสมอคือ We succeed when our creators succeed เมื่อครีเอเตอร์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน YouTube ก็จะเติบโตไปพร้อมกัน