หากมองเข้ามาที่ตัวเลขสาขาของท็อปส์ในฟอร์แมตต่างๆ จะพบว่า เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ท็อปส์มีจำนวนสาขารวมกัน อยู่ที่ 719 สาขา ในจำนวนนั้นจะแบ่งออกเป็นสาขาของท็อปส์ 145 สาขา ท็อปส์ ฟู้ด ฮออล์ 20 สาขา ท็อปส์ เดลี่ 519 สาขา Tops Wine Cellar 8 สาขา และร้าน Matsukiyo 27 สาขา
สิ่งที่น่าสนใจก็คือท็อปส์มีการวางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่าจะเปิดสาขาให้ครบ 1,000 สาขา ภายในปี 2570 ซึ่ง แน่นอนว่า สาขาที่เป็นค้าปลีกไซส์เล็กในรูปแบบมินิ ซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างท็อปส์ เดลี่ ยังคงเป็นฟอร์แมตที่มีจำนวนสาขามาก ที่สุด
หากสังเกตให้ดี การรุกตลาดของท็อปส์นั้น มีฟอร์แมตของสโตร์ที่ค่อนข้างหลากหลายออกไป ซึ่งข้อดีของการมี ฟอร์แมตสโตร์ที่หลากหลายนี้ ทำให้สามารถเลือกใช้ฟอร์แมตสโตร์ในการขยายสาขาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายในโลเคชัน หรือในย่านนั้นๆ ได้อีกด้วย
แน่นอนว่า ไม่เพียงแค่การขยายสาขาใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรีโนเวทสาขาเดิมที่อาจจะมีการอัปเกรด เพื่อขยาย ฐานขึ้นมาทำตลาดกับกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนไปของทำเลที่ตั้งของสาขาเดิมที่มีอยู่
อย่างล่าสุด ท็อปส์ มีการอัปเกรดสาขาเซ็นทรัล พระราม 9 สู่ฟอร์แมต “ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์” ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต พรีเมียมที่จับกลุ่มลูกค้าระดับบน หลังจากที่เดิมก่อนหน้านั้น ท็อปส์ สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 จะเปิดให้บริการในฟอร์แมตของ ท็อปส์ โลโก้แดง ที่จับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง

คุณสเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฟู้ด เซ็นทรัล รีเทล ให้เหตุผลถึงการปรับรูปแบบของสาขานี้ว่า เป็น เพราะย่านพระราม 9 และรัชดาภิเษกเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) รายล้อมด้วยคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน แหล่งไลฟ์สไตล์ครบวงจร รวมทั้งกลุ่ม ลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง
นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะ ขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากศักยภาพของทำเลและพฤติกรรมผู้บริโภคยังสะท้อนถึงโอกาสเชิงกลยุทธ์ ในการเดินหน้าอัปเกรดสาขาเซ็นทรัลพระราม 9 สู่ฟอร์แมต “ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์” เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคอย่าง ตรงจุดและยกระดับประสบการณ์ให้สอดคล้องกับทุกไลฟ์สไตล์
“การอัปเกรดสาขาเซ็นทรัลพระราม 9 สู่ฟอร์แมต “ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์” ครั้งนี้นับเป็นการปรับโฉมครั้งสำคัญ ทั้งในด้านการนำเสนอสินค้าและบริการรวมถึงบรรยากาศภายในร้าน โดยได้ขยายพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 1,000 ตารางเมตร เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายเจนเนอเรชันที่ไม่ได้มองหาเพียงแค่สินค้าคุณภาพ แต่ยังให้ความ สำคัญกับประสบการณ์การจับจ่ายที่ครบครัน สะดวกสบาย และคุ้มค่า ภายใต้มาตรฐานระดับเวิลด์คลาส”
ที่น่าสนใจก็คือการรีโนเวทพร้อมอัปเกรดสาขาเซ็นทรัลพระราม 9 นี้ มาจากการมองเห็นความสำเร็จของการอัปเกรด สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวไปก่อนหน้านั้น ซึ่งหลังจากปรับโฉมพบว่ามีการเติบโตของยอดขายอย่างชัดเจน เฉลี่ยมูลค่าการใช้จ่าย ต่อใบเสร็จเพิ่มขึ้นกว่า 20% สะท้อนให้เห็นว่าฟอร์แมตนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในกลุ่มคนใน พื้นที่และนักท่องเที่ยว
โดยไม่เพียงแค่การปรับเปลี่ยนตามความเปลี่ยนแปลงของลูกค้าที่อยู่ในย่านนี้เท่านั้น แต่การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ ยังมา จากการเลือกใช้ดาต้าลูกค้าสมาชิก The 1 ที่ท็อปส์มีอยู่จากการให้บริการลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าว มาเป็นแกนหลักในการ อัปเกรดสาขา เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าได้อย่างตรงจุดมากที่สุด
จากข้อมูลดาต้าลูกค้าที่ท็อปส์ให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องมืออย่าง CRM ที่มีความแม่นยำ ทำให้ท็อปส์มองเห็น รูปแบบพฤติกรรมผู้บริโภค ประเภทสินค้าที่ได้รับความนิยม และการจัดระดับกำลังซื้อของลูกค้าในพื้นที่ จนนำมาสู่การปรับ เปลี่ยนฟอร์แมตเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่

ท็อปส์ มีการวางให้ “ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์” สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 เป็นฟู้ดสโตร์ระดับเวิลด์คลาส ที่นำเสนอประสบ การณ์เหนือระดับในด้านต่างๆ ที่ออกแบบมาให้ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่ง การช้อประดับพรีเมียมแห่งใหม่ล่าสุดในย่านพระราม 9 ผ่านการดีไซน์บรรยากาศการช้อปปิ้ง เพื่อวางให้เป็นจุดหมายปลาย ทางของนักชิม ที่ออกแบบให้ทุกโซนเป็นประสบการณ์รสชาติระดับโลก ด้วยพื้นที่ในรูปแบบ Room Concept ที่เชื่อมโยง 16 Wonders หรือ 16 โซนเอกลักษณ์เข้าด้วยกัน
โดยในแต่ละโซนมีดีไซน์ Mood and Tone เฉพาะตัว ช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าค้นหาและยกระดับประสบการณ์ การช้อปปิ้งให้สนุก เพลิดเพลิน และสะดวกสบายยิ่งขึ้น
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Discovery Zone เปิดพื้นที่พิเศษเสมือนเป็นหน้าต่างของร้าน ดึงดูดความสนใจของลูกค้า ด้วยอีเวนต์ที่นำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านการนำเสนอสินค้าจากทั่วทุกมุมโลกหมุนเวียนกันไป เพื่อสร้าง Happening กระตุ้นความสนใจให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
รวมไปถึงสินค้าอินเทรนด์ไอเทมสุดเอ็กซ์คลูซีฟและผลไม้ตามฤดูกาล ทั้งนำเข้าและผลไม้ GI มาจัดแสดงอย่างน่า ตื่นตา นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบยังรายล้อมด้วยร้านค้าแนะนำชื่อดังระดับ Michelin และร้านเด็ดร้านดังมากกว่า 40 ร้านค้า กับเมนูสุดพิเศษอีกกว่า 1,000 เมนู พร้อมมุมสำหรับนั่งจิบไวน์และลิ้มรสอาหารคุณภาพในบรรยากาศชิลๆ ที่ TOPS Eatery
ในแง่ของ Assortment นั้นจะมีการนำเสนอสินค้าที่คัดสรรมาจากทั่วโลกครอบคลุมกว่า 40,000 รายการ คัดสรรมา อย่างพิถีพิถันตามแบรนด์ดีเอ็นเอของท็อปส์ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด วัตถุดิบชั้นเลิศ สินค้าเพื่อสุขภาพ ของใช้ประจำวัน ไปจนถึงไอเทมพรีเมียมนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก หมุนเวียนมาให้เลือกสรร ตลอดทั้งปี

การนำเสนอสินค้านี้ ยังมีการสร้างความแตกต่างด้วยการมีสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟไอเทมที่หาซื้อได้เฉพาะที่ท็อปส์ เท่านั้น อาทิ Chocolate Cotton Candy ขนมหวานกลิ่นหอมละมุนจาก The Baker, Arnoldi: Provolone Piccante Mandarino ชีสโปรโวโลนรสจัดจากอิตาลี, Oscietra Caviar และ Beluga Caviar สุดยอดคาเวียร์ชั้นเลิศสายพันธุ์หายาก เป็นต้น ซึ่งถือเป็นแนวทางการทำตลาดของค้าปลีกฟู้ด รีเทลในบ้านเรา ที่นอกจากจะนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ในการ ช้อปปิ้งแล้ว ยังมีเรื่องของการสร้างความแตกต่างจากตัวสินค้าที่วางขาย ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสโตร์ เดสติเนชั่น เพื่อให้ลูกค้ามุ่งมาช้อปปิ้งหรือเป็นหมุดหมายในการช้อปสินค้าประเภทอาหาร
นอกเหนือจากสินค้าและการให้บริการแบบเหนือระดับผ่านช่องทางออฟไลน์แล้ว ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ เซ็นทรัลพระราม 9 ยังให้บริการคู่ขนานบนแพลตฟอร์มออมนิแชนแนล (Omni-channel) เพื่อสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ ด้วยบริการต่างๆ อาทิ บริการ Personal Shopper ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวที่พร้อมดูและแบบใกล้ชิด และให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ พร้อมคัดสรร สินค้าให้ตรงใจ ตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างครบถ้วน มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียม ทั้งการเลือกซื้อสินค้าจาก ที่ไหนก็ได้และข้อเสนอส่วนบุคคลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาไม่ได้จากที่อื่น พร้อมรับโปรโมชันพิเศษเฉพาะลูกค้าที่ใช้บริการ Personal Shopper เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในทุกการจับจ่ายอย่างแท้จริง
“ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 ไม่ได้เป็นเพียงการขยายขนาดพื้นที่ แต่คือการยกระดับอย่าง รอบด้าน ทั้งในด้านภาพลักษณ์ สินค้า การบริการ และประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ นอกจากนี้ ท็อปส์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการปรับปรุงและขยายสาขาในทำเลศักยภาพ เพื่อ รองรับผู้บริโภคที่มีความหลากหลายได้อย่างตรงจุด ตามวิสัยทัศน์ Truly World-Class Omni-Channel Lifestyle Food Retail’ ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสในทุกมิติ” คุณสเตฟาน คูม กล่าวสรุป