ตลาดครีมกันแดดถือเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่สำหรับเมืองไทยที่มีอากาศร้อนจัด เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน โดยปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดในประเทศไทยมีมูลค่าสูงกว่า 5,000 ล้านบาท ในช่องทางโมเดิร์นเทรด และน่าจะถึง 15,000-20,000 ล้านบาท หากรวมในทุกช่องทาง มีการขยายตัวต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยประมาณ 5–10% ต่อปีปัจจัยจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป หันมาให้ความสำคัญกับการปกป้องผิวจากรังสี UV และมลภาวะในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ความรุนแรงของรังสี UV ที่ยากจะหลีกเลี่ยง
โดยเฉพาะช่วง 10 ปีที่ผ่านมาซึ่งตลาดครีมกันแดดถูกเอดูเคทจากแพทย์ผิวหนังและอินฟลูเอนเซอร์ให้ใช้อย่างถูกวิธีในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นปริมาณเท่าเหรียญ 10 บาท ในอดีต มาจนถึงปริมาณ 2 ข้อนิ้วในปัจจุบัน ไปจนถึงการทาซ้ำเพื่อระหว่างวันเพื่อการป้องกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ
อีกทั้งกันแดดในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีต่างๆพัฒนาจนทำให้ครีมกันแดดมีเนื้อสัมผัสให้เลือกมากมายตามแต่การใช้งาน ทั้ง เบาบางแต่ปกป้อง กันแดดผสมไวท์เทนนิ่ง หรือโทนอัพ ซึ่งช่วยให้ผิวสว่าง กันแดดที่สามารถทาทับเมคอัพ กันแดดกันน้ำกันเหงื่อสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นต้น ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่กันแดดมักจะมีเนื้อครีมหนา หนักผิว ทำให้คนเลี่ยงที่จะทาเนื่องจากให้ความรู้สึกเหนียว เหนอะหนะ แต่งหน้าไม่ติด ปัจจัยทั้งหมดช่วยกระตุ้นการใช้กันแดดเพิ่มมากขึ้น

“เมื่อก่อนคนอาจจะทากันแดดเป็นบางเวลา แต่ระยะหลังคนให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดมากขึ้น เพราะเห็นโทษจากแสงแดดที่อาจทำร้ายผิว ผู้บริโภคจึงรับรู้ว่าต้องใช้ครีมกันแดดมากขึ้น ทำให้ตลาดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นว่าแม้คนที่ไม่ได้บำรุงผิวอะไรเลยก็ต้องทางครีมกันแดด ลองจากการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้า” รวิศ หาญอุตสาหะ CEO บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เผยถึงปัจจัยที่ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดโตอย่างต่อเนื่อง
ศรีจันทร์ จึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์กันแดดนวัตกรรมใหม่ “SRICHAND SUNLUTION ROSIA ULTRA PROTECTION SERUM SUNSCREEN SPF50+ PA++++” เซรั่มกันแดดกุหลาบ ชูนวัตกรรม-เทคโนโลยีล่าสุด พร้อมป้องกันผิวได้ครอบคลุมทุกมิติ ตอกย้ำแนวคิด “แดดเมืองไทยไม่มีใครเข้าใจเท่าเรา”
หวังเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ชูจุดเด่นการเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดที่ให้มากกว่าแค่การปกป้องแสงแดด ด้วยเนื้อสัมผัสบางเบาและมีนวัตกรรมกันแดดครบทุกมิติ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม ด้วยสูตรใหม่ ROSIA TRANSFEROSOME สารสกัดที่ทำหน้าที่เป็น SPF BOOSTER เพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องแสงแดดได้มากขึ้นถึง 40%, SMART SENSING PROTECTIVE VEIL TECH เทคโนโลยีสร้างฟิล์มบางเฉพาะตัว เสมือนเกราะปกป้องผิว และ HYBRIDE SHELD PROTECTOR คุมมันยาวนาน 8 ชั่วโมง ลดสาเหตุการเกิดสิว พร้อมปกป้องครบทุกมิติทั้ง Ultra Long UVA, UVA / UVB, แสงสีฟ้า (Blue light) และมลภาวะ PM 2.5
สูตรนี้ถูกพัฒนาให้บางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่กวนเมคอัพ พร้อมผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยต่อทุกสภาพผิว แม้ผิวแพ้ง่าย ไม่ระคายเคืองตา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายปะการัง ภายใต้แนวคิด “แดดเมืองไทย ไม่มีใครเข้าใจเท่าเรา” สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคตั้งแต่อายุ 20-40 ปีที่มีปัญหาเรื่องของผิวที่โดนทำร้ายจากแสงแดด

เดิมที ศรีจันทร์ มีผลิตภัณฑ์กันแดดตัวหลัก คือ Sunlotion สีเขียว สูตรสำหรับผู้มีปัญหาสิว สีชมพู สูตรไวเทนนิ่ง อยู่แล้ว กันแดดสูตรใหม่ล่าสุดอย่าง ROSIA TRANSFEROSOME จึงเข้ามาเสริมพอร์ตกันแดดของศรีจันทร์ให้แข็งแกร่ง และคาดว่าจะโตมากขึ้นได้ถึง 50%
อย่างไรก็ตามตลาดครีมกันแดดปัจจุบันมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง มีแบรนด์ใหญ่จากต่างประเทศ แบรนด์ยอดนิยมจากเกาหลีและญี่ปุ่น การจะก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์หนึ่งในทางเลือกของผู้บริโภคก็ท้าทายความสามารถของแบรนด์ไทยอย่างศรีจันทร์ไม่น้อย
“ผมมองว่าในฐานะแบรนด์ไทยเราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองมากๆ แต่วันนี้เราสามารถทำครีมกันแดดแบรนดืไทยที่มีประสิทธิภาพมาก ในราคาที่เข้าถึงง่าย ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางค์รวมถึงครีมกันแดดในประเทศไทยก้าวหน้าขึ้นมาก เพราะเราเป็นฐานผลิตสินค้าเหล่านี้ออกไปทั่วโลกอยู่แล้ว มีการลงทุนมากขึ้นในเรื่องของ R&D เทคโนโลยีก็ไล่กันมาติดๆกับแบรนด์ต่างประเทศแล้ว เป็นจังหวะดีกับที่เทรนด์ T Beauty กำลังมาด้วย ก็น่าจะไปได้ดี”

ที่สำคัญรวิศมองว่ายุคนี้คนไม่ได้ใช้กันแดดแค่แบรนด์เดียว ผู้บริโภค 1 คนอาจจะมีกันแดดไว้สลับใช้ในโอกาสที่ต่างกัน เช่น ทาไปทำงานทุกวัน ทาระหว่างวัน ทาเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง คนจึงมักซื้อกันแดดสลับแบรนด์ไปเรื่อยๆ ไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ใดเป็นพิเศษ บางคนเห็นสินค้าออกใหม่ หรือสูตรใหม่ก็อยากทดลอง ซึ่งก็เป็นโอกาสในการที่ ศรีจันทร์จะแทรกตัวเข้าไปเป็นอีกแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือก
“การเปิดตัว SRICHAND SUNLUTION ROSIA ULTRA PROTECTION SERUM SUNSCREEN SPF50+ PA++++ ในครั้งนี้ จะสามารถขยายสัดส่วนพอร์ตการขายได้ถึง 10% ภายในสิ้นปีนี้” รวิศ กล่าวเพิ่มเติม
SRICHAND SUNLUTION ROSIA ULTRA PROTECTION SERUM SUNSCREEN SPF50+ PA++++ วางขาย 3 ขนาดได้แก่ ขนาด 40 ml. ราคา 359 บาท วางจำหน่ายที่ Watsons, Eveandboy, Beautrium, Konvy, Multy, Boots, บิวตี้สโตร์และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ,ขนาด 15 ml.ราคา 199 บาท วางจำหน่ายเฉพาะที่ Watsons ,ขนาด 7 ml ราคา 29 บาท จำหน่ายเฉพาะที่ 7-Eleven ระหว่างวันที่ 31 ก.ค. 2568 – 30 ก.ย. 2568 และหลังจากนั้นจะขยายวางจำหน่ายไปยังร้านบิวตี้สโตร์และช่องทางค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศ