เอไอเอ ประเทศไทย อยู่เคียงคู่คนไทยมานาน 87 ปี และจนถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นประกันชีวิตอันดับ 1 ที่มีการเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด เบื้องหลังสำคัญที่ทำให้เอไอเอครองตำแหน่งผู้นำตลาดมาได้อย่างยาวนาน แน่นอนว่ามาจากความไม่หยุดนิ่งในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ บ่อยครั้งที่เราเห็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันชีวิตโดยมีเอไอเอเป็นผู้บุกเบิกออกสู่ตลาดเป็นเจ้าแรก

คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า นวัตกรรมเป็นเรื่องที่เอไอเอให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยมีการลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่มีส่วนช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทเอไอเอ เดินยุทธศาสตร์ TDA Strategy ลงทุนใน Technology, Digital and Analytics รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เดินหน้าอย่างรวดเร็ว
“TDA Strategy ถือได้ว่าเป็นการปรับปรุงเทคโนโลยีที่เอไอเอใช้ครั้งใหญ่ตั้งแต่แพลตฟอร์มหน้าบ้านไปจนถึงฐานข้อมูลหลังบ้านให้พร้อมใช้งานที่สุด ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยให้เกิดประโยชน์กับลูกค้ามากที่สุด”
ผลลัพธ์จากยุทธศาสตร์ดังกล่าวนำมาซึ่งนวัตกรรมมากมายของเอไอเอในช่วงหลายปีมานี้ ยกตัวอย่าง การรับประกันภัย (Underwriting) ที่เอไอเอนำเทคโนโลยีมาช่วยประเมินความเสี่ยงของผู้สมัครทำประกันได้รวดเร็วมากขึ้น และปรับแพลตฟอร์มทั้งหน้าบ้าน-หลังบ้าน เพื่อให้ลูกค้าจัดการเคลมประกันหรือธุรกรรมอื่นๆ ได้ด้วยตัวเอง หรือทำผ่านตัวแทนได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น
ในเวลาเดียวกัน เอไอเอสร้างความแตกต่างจากตลาดในฐานะแบรนด์ที่เป็นมากกว่าประกันชีวิตผ่านอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ที่เข้ามาสนับสนุนคนทั่วเอเชียแปซิฟิกให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น โดยนำนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มบริการใหม่ๆ อาทิ ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ของโปรแกรมเอไอเอ ไวทัลลิตี้ (AIA Vitality) ที่เพิ่มความน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในรูปแบบของส่วนลดฟิตเนส ส่วนลดอาหารสุขภาพ และที่สำคัญที่สุดคือ ส่วนลดเบี้ยประกัน เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าสนุกกับการดูแลสุขภาพมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงบริการจัดการดูแลผู้ป่วยรายบุคคล (Personal Medical Case Management) สำหรับลูกค้าที่เจ็บป่วยด้วยโรคซับซ้อน โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 50,000 คนจากทั่วโลก ที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบสหสาขาวิชาชีพครอบคลุม 360 องศา ตั้งแต่ขั้นตอนการวินิจฉัย การรักษา จนถึงการฟื้นฟูสุขภาพ และบริการการอนุมัติความคุ้มครองล่วงหน้าก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาล (Pre-Authorization) เพื่อให้ลูกค้าทราบวงเงินความคุ้มครองล่วงหน้า เพิ่มความอุ่นใจในการวางแผนค่าใช้จ่ายก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาล

นอกจากความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่สั่งสมมาแล้ว วัฒนธรรมองค์กรของเอไอเอยังมีบทบาทสำคัญต่อการคิดค้นนวัตกรรมเช่นกัน โดยในเรื่องนี้ คุณชลิดา กล่าวว่า เอไอเอสร้างรากฐานการทำงานเพื่อให้เกิดความพร้อมและมีความแข็งแกร่งอยู่ตลอดเวลา โดยเมื่อ 4 ปีก่อน กลุ่มบริษัทเอไอเอได้ปรับโครงสร้างองค์กรทั่วทั้งภูมิภาคเพื่อก้าวสู่ Organization of the Future เริ่มจากลดลำดับชั้นในองค์กรตั้งแต่ซีอีโอจนมาถึงพนักงานระดับปฏิบัติการไม่เกิน 5 ชั้น เพื่อให้การตัดสินใจ และการสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังจัดตั้งทีมทำงานในรูปแบบ Agile Tribe ภายในองค์กร โดยดึงพนักงานแต่ละแผนกมาร่วมกันทำงาน สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายตามโจทย์ที่ตั้งไว้
“ยกตัวอย่างในฝั่งการตลาด เราเคยมีทีม Digital x เป็น Agile Tribe ที่ทำเกี่ยวกับการตลาด ซึ่งเราได้มีทีมงานที่ดูแลด้าน MarTech และทีมวิเคราะห์ดาต้ามาช่วยวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า โดยการทำงานแบบนี้จะต่างจากการทำงานปกติ คือจะมีการตั้งเป้าหมายทุกๆ 2 สัปดาห์ และรีวิวการทำงานว่าอะไรเวิร์กทำต่อ อะไรไม่เวิร์กก็หยุด ข้อดีของการทำงานโดยนำพนักงานจากหลากหลายแผนกมารวมกัน นอกจากทำให้เกิดความคิดใหม่ๆ แล้วยังเพิ่มความสัมพันธ์ของคนในองค์กรให้แน่นแฟ้นขึ้น ต่างคนต่างเข้าใจมุมมองการทำงานของแผนกอื่น และมีมายด์เซตที่ดีกลับมา พอทำงานร่วมกันต่อก็จะคิดเผื่อกัน ช่วยเพิ่มบรรยากาศของ Empathy ที่สำคัญพอกลับมาทำงานในแผนกตัวเองแล้ว แต่ละคนจะมีพัฒนาการทำงานขึ้นอย่างชัดเจน กล้าคิดกล้าตัดสินใจ”
และล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทเอไอเอมีการเพิ่มตำแหน่งผู้บริหารใหม่เป็นครั้งแรกในตำแหน่ง Group Chief Innovation Officer เพื่อเข้ามาผลักดันนวัตกรรมในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะตอกย้ำการเป็นเจ้าตลาด และผู้นำด้านนวัตกรรมประกันที่โดดเด่นยิ่งขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สำหรับปีนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาด โดยไตรมาส 3 จะออกผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือเอไอเอ ยูนิต ลิงค์ รูปแบบใหม่เจ้าแรกของตลาด เจาะกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูงที่นอกจากมอบความคุ้มครองแล้วยังสร้างรายได้ให้กับลูกค้า รวมถึงบริการที่ปรึกษาทางกฎหมาย (Legal Advisory) สำหรับลูกค้าเอไอเอที่อยู่ภายใต้โครงการเอไอเอ เพรสทีจ คลับ เพื่อตอบโจทย์การส่งต่อธุรกิจให้กับทายาท และการวางแผนภาษี เป็นต้น
และในไตรมาส 4 นี้เพื่อฉลองวาระครบรอบ 10 ปี เอไอเอ ไวทัลลิตี้ ทาง เอไอเอ ประเทศไทย เตรียมยกระดับสิทธิประโยชน์ที่น่าตื่นเต้นในโปรแกรมฯ ซึ่งมาจากการเก็บดาต้าตลอดระยะเวลา 10 ปีของกลุ่มสมาชิกที่ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดีจนมีดัชนีที่วัดผลได้ ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์กลับมามากขึ้นเช่นกัน
คุณชลิดา ยังกล่าวถึงทิศทางนวัตกรรมประกันชีวิตในอนาคตว่า จะมุ่งเน้นใน 3 เรื่องหลัก นั่นคือ Generative AI (Gen-AI) ที่จะนำมาใช้ในส่วนต่างๆ เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่เอไอเอ ประเทศไทย เริ่มนำมาใช้แล้วในบริการ Underwriting ช่วยตรวจสอบประวัติการรักษาย้อนหลัง ทำให้การรับประกันภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว และกำลังอยู่ในระหว่างการทดลองนำ Gen-AI มาช่วยฝึกอบรมตัวแทนประกันชีวิตของเอไอเอให้เก่งขึ้น เข้าใจลูกค้ามากขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เอไอเอมีการใช้นวัตกรรมอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ คำนึงถึงประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับเป็นสำคัญ เอไอเอในฐานะที่อยู่ในธุรกิจประกันชีวิตมาอย่างยาวนาน เราพร้อมนำเสนอและสนับสนุนความมั่นคงให้กับลูกค้า

ตามด้วยนวัตกรรมที่สร้างความยั่งยืนให้กับผลิตภัณฑ์ด้านประกันสุขภาพ สอดรับกับแนวโน้มเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้นผ่านโปรดักต์ฟีเจอร์ใหม่ในลักษณะค่าร่วมจ่าย (Copayment) และ ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เพื่อช่วยลดค่าเบี้ยประกัน ทำให้คนเข้าถึงประกันได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมให้ผู้เอาประกันระมัดระวังในการใช้บริการทางการแพทย์มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีโครงการ AIA Smart Network ด้วยความร่วมมือระหว่างเอไอเอและโรงพยาบาลคู่สัญญากว่า 165 โรงพยาบาล เพื่อยกระดับการดูแลลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมมอบความสะดวกสบายเมื่อลูกค้าเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ
และสุดท้ายคือนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และบริการรูปแบบใหม่สำหรับลูกค้าสินทรัพย์สูง ซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่ม Under Penetrated ที่บริษัทประกันทั่วไปยังเจาะเข้าไปไม่ถึง
“มุมมองต่อนวัตกรรมโดยส่วนตัวคิดว่า ยิ่งความผันผวน และสถานการณ์ปั่นป่วนที่เกิดขึ้นทั่วโลกทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่ คนยิ่งมองหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยตอบโจทย์ชีวิตเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ เอไอเอมีผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ที่พิเศษกว่าประกันทั่วไป เพราะมีการบริหารกองทุนอย่างมืออาชีพผ่าน บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) และมีการดูแลเงินลงทุนของลูกค้าอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางการลงทุน รวมทั้งช่วยปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนได้ตามเป้าหมายทางการเงินของแต่ละบุคคล ตลอดจนสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยทีมงานมืออาชีพมาตรฐานระดับโลกที่ช่วยดูแลการลงทุนอย่างครบวงจร สามารถจัดพอร์ตการลงทุนหรือวางแผนทางการเงินเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงที่สุด โดยมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และอยู่ในระดับที่เหมาะสมแบบ Maximize Return, Lower Risk”
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และให้ลูกค้ามีความมั่นคงในทุกสถานการณ์ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” ที่เอไอเอวางไว้